พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 692 (เล่ม 80)

พละ โพชฌงค์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว
เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๗] ส. ผิว่า พระอรหันต์ ให้บิณฑบาต ให้เสนาสนะ
ให้คิลานปัจจยเภสัชชบริขาร แก่ปุถุชน คิลานปัจจยเภสัชชบริขารนั้น
ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. คิลานปัจจยเภสัชชบริขารนั้น ไม่เป็นอารมณ์
ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของเป็น
อารมณ์ที่ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่
เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์

692
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 693 (เล่ม 80)

พละ โพชฌงค์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว เป็นอารมณ์ของอาสวะ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๙๘] ส. ผิว่า ปุถุชน ถวายจีวรแก่พระอรหันต์ จีวร
นั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์
ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๙๙] ส. จีวรนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็น
อารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่
เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่
เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็นอารมณ์
ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โทสะ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นอารมณ์

693
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 694 (เล่ม 80)

ของอาสวะแล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๐๐] ส. ผิว่า ปุถุชน ถวายบิณฑบาต ถวายเสนาสนะ
ถวายคิลานปัจจยเภสัชชบริขารแก่พระอรหันต์ คิลานปัจจยเภสัชชบริ-
ขารนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๐๐] ส. ผิว่า ปุถุชน ถวายบิณฑบาต ถวายเสนาสนะ
ถวายคิลานปัจจยเภสัชชบริขารแก่พระอรหันต์ คิลานปัจจยเภสัชชบริ-
ขารนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๙๐๑] ส. คิลานปัจจยเภสัชชบริขารนั้น เป็นอารมณ์ของ
อาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่
เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่
เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

694
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 695 (เล่ม 80)

ส. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์
ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. โทสะ ฯ ล ฯ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็น
อารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็นอารมณ์ของ
อาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๐๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่
เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอาสวะ มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. หากว่า พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ด้วย
เหตุนั้นนะท่าน จึงต้องกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็น
อารมณ์ของอาสวะ ดังนี้.
อนาสวกถา จบ

695
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 696 (เล่ม 80)

อรรถกถาอนาสวกถา
ว่าด้วยอนาสวะ
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องอนาสวะ คือ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ๑.
ในเรื่องนั้นชนเหล่าใด มีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะ
ทั้งหลาย ในขณะนี้ว่า ธรรมเหล่าใด ของพระอรหันต์ผู้ไม่มีอาสวะ
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ดังนี้ สกวาทีหมายถึงชน
เหล่านั้น จึงถามว่า ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ เป็นต้น คำตอบ
รับรองเป็นของปรวาที. ลำดับนั้น สกวาที เพื่อท้วงว่า ธรรมทั้งหลาย
มีมรรคเป็นต้น ชื่อว่าไม่มีอาสวะ มีอยู่ ธรรมเหล่านั้นเท่านั้น ย่อม
เกิดแก่พระอรหันต์หรือ ? จึงเริ่มคำว่า ธรรมทั้งปวงเป็นมรรค เป็น
ผล เป็นต้น. ถูกสกวาทีถามว่า จักขุของพระอรหันต์ไม่เป็น
อารมณ์ของอาสวะหรือ ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะความที่จักษุนั้น
เป็นอารมณ์ของอาสวะ. ถูกถามครั้งที่ ๒ ปรวาทีตอบรับรองว่า จักขุ
ของพระอรหันต์ไม่เป็นอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ.
ในปัญหาว่าด้วย การให้จีวร ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะกลัวผิด
จากลักษณะแห่งปัญหานี้ว่า ธรรมอย่างหนึ่งเที่ยวไม่เป็นอาสวะ แต่
๑. คำว่า "อาสวะ" คือ กิเลสเป็นเครื่องมักดองอยู่ในสันดานของสัตว์
มี ๔ คือ ๑. กามาสวะ ๒. ภวาสวะ ๓. ทิฏฐาสวะ ๔. อวิชชาสวะ.
คำว่า "ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ" ได้แก่ โลกุตตรจิต ๘ เจตสิก ๓๖
นิพพาน.

696
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 697 (เล่ม 80)

เป็นอารมณ์ของอาสวะ. ถูกถามครั้งที่ ๒ ปรวาทีตอบรับรองว่า จีวร
ของพระอรหันต์ไม่เป็นอาสวะ แต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แม้ใน ๒
ปัญหาว่า ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ก็นัยนี้นั่น
แหละ. แต่สกวาทีย่อมท้วงเพราะการรับรองของปรวาทีในคำว่า ของ
ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ด้วยคำเป็นต้นว่า มรรคไม่
เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะหรือ. พึง
ทราบเนื้อความในที่ทั้งปวงโดยอุบายนี้แล.
อรรถกถาอนาสวะกถา จบ

697
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 698 (เล่ม 80)

สมันนาคตกถา
[๙๐๓] สกวาที พระอรหันต์ประกอบด้วยผล ๔ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยผัสสะ ๔ ด้วยเวทนา ๔
ด้วยปัญญา ๔ ด้วยเจตนา ๔ ด้วยจิต ๔ ด้วยศรัทธา ๔ ด้วยวิริยะ ๔
ด้วยสติ ๔ ด้วยสมาธิ ๔ ด้วยปัญญา ๔ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๙๐๔] ส. พระอนาคามีประกอบด้วยผล ๓ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอนาคามีประกอบด้วยผัสสะ ๓ ฯ ล ฯ ด้วย
ปัญญา ๓ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๙๐๕] ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยผล ๒ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยผัสสะ ๒ ฯลฯ ด้วย
ปัญญา ๒ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๐๖] ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

698
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 699 (เล่ม 80)

ส. พระอรหันต์เป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ
ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์เป็นพระสกทาคามี หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์เป็นพระอนาคามีผู้อันดราปรินิพ
พายี ผู้อุปหัจจปรินิพพายี ผู้อสังขารปรินิพพายี ผู้สสังขารปรินิพพายี
ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๐๗] ส. พระอนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอนาคามีเป็นพระโสดาบันผู้สัต ขัตตุปรมะ
ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯล ฯ
ส. พระอนาคามีประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

699
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 700 (เล่ม 80)

ส. พระอนาคามีเป็นพระสกทาคามี หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๙๐๘] ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระสกทาคามีเป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ
ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๐๙ ] ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงกล่าวว่า โสดาบัน
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์องค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้น
แหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๑๐] ส. ผู้ประกอบด้วยสกทาคามิผล พึงกล่าวว่า สก-
ทาคามิ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

700
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 701 (เล่ม 80)

ส. พระอรหันต์องค์นั้น พระสกทาคามีก็องค์นั้น
แหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๑๑] ส. ผู้ประกอบด้วยอนาคามิผล พึงกล่าวว่า อนาคามี
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์องค์นั้น พระอนาคามีองค์นั้น
แหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๑๒] ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงกล่าวว่าโสดาบัน
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอนาคามีองค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้น
แหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๙๑๓] ส. ผู้ประกอบด้วยสกทาคามิผล พึงกล่าวว่า สก-
ทาคามี หรือ ?

701