พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 682 (เล่ม 80)

[๘๗๗] ส. เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการผุดเกิด
ไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อม
กับการผุดเกิดได้.
[๘๗๘] ส. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิด
ไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อม
กับการผุดเกิดได้
[๘๗๙] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระสารีบุตรเถระ เป็นพระอรหันต์พร้อมกับ
การผุดเกิด หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสป-
เถระ ฯ ล ฯ พระมหากัจจายนเถระ ฯ ล ฯ พระมหาโกฏฐิตเถระ ฯ ล ฯ
พระมหาปัณฐกเถระ เป็นพระอรหันต์ พร้อมกับการผุดเกิด หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ

682
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 683 (เล่ม 80)

[๘๘๐] ส. พระสารีบุตรเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อม
กับการผุดเกิด หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระสารีบุตรเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์
พร้อมกับการผุดเกิด ก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการ
ผุดเกิดได้
[๘๘๑] ส. พระมหาโมคคัคลานเถระ ฯ ล ฯ พระมหา-
กัสสปเถระ พระมหากัจจายนเถระ พระมหา-
โกฏฐิตเถระ ฯ ล ฯ
[๘๘๒] ส. พระมหาปัณฐกเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์
พร้อมกับการผุดเกิด หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระมหาปัณฐกเถระ มิได้เป็น
พระอรหันต์พร้อมกับผุดเกิด ก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อม
กับการผุดเกิดได้.
[๘๘๓] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัตได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการ
ผุดเกิด๑ อันเป็นโลกิยะ มีอาสวะ ฯ ล ฯ ประกอบด้วยสังกิเลส หรือ ?
๑. คำบาลีว่า อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน, นี้หมายถึง ปฏิสนธิจิต

683
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 684 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๘๔] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นเหตุนำออกจาก
สังขารวัฏให้ถึงความสิ้นไป ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็น
อารมณ์ของอาสวะ ฯ ล ฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๘๕] ส. จิตดวงแสวงหากการผุดเกิด ไม่เป็นเหตุนำออก
จากสังสารวัฏไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความ
ตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯ ล ฯ เป็น
อารมณ์ของสังกิเลส มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด ไม่เป็นเหตุ
นำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้
ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ
เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับ
การผุดเกิดได้.
[๘๘๖] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ละราคะได้ ละโทสะได้ ละโมหะได้ ฯ ล ฯ
ละอโนตตัปปะได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด หรือ ?

684
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 685 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๘๗] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นมรรค ฯ ล ฯ
เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็น
พละ ฯลฯ เป็นโพชณงค์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๘๘] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมการผุดเกิดได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งนิโรธ
ยังมรรคให้เกิดได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๘๙] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. จุติจิตเป็นมรรคจิต จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด
เป็นผลจิต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
อุปปัตติกถา จบ

685
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 686 (เล่ม 80)

อรรถกถาอุปปัตติกถา
ว่าด้วยการผุดเกิด
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องการเกิด. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใด มีความ
เห็นผิดว่า พระอนาคามี อุบัติในสุทธาวาส ย่อมเป็นพระอรหันต์พร้อม
กับการอุบัติ เพราะถือเอาพระบาลีทั้งหลาย โดยไม่พิจารณาซึ่งมีคำว่า
เป็นอุปปาติกกำเนิด คือเกิดผุดขึ้นในเทวโลกนั้น ปรินิพพาน
แล้วในเทวโลกนั้น ดังนี้เป็นต้น หรือว่า ชนเหล่าใดผู้ศึกษา
พระพุทธพจน์อยู่ มีความเห็นว่า พระอนาคามีเป็นพระอรหันต์
พร้อมกับการอุบัติขึ้น ดังนี้ เพราะเปลี่ยนแปลงบทว่า อุปหัจจปรินิพ-
พายี ซึ่งเป็นชื่อของพระอนาคามีจำพวกหนึ่งใน ๔๘ จำพวก พระอนา-
คามีชื่อว่า อุปหัจจปรินิพพายี นี้ ท่านมีอายุก้าวล่วงกึ่งหนึ่งแห่งอายุ
ล่วงไปแล้ว อันเป็นเวลาใกล้จะปรินิพพาน ท่านก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์
แล้วจึงปรินิพพาน พวกเห็นผิดเหล่านั้น ได้เปลี่ยนชื่อจาก คำว่า
อุปหัจจปรินิพพายี มาเป็น อุปปัชชปรินิพพายี ซึ่งมีความหมายว่า
พอเกิดขึ้นก็ปรินิพพาน ดังนี้ ดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะทั้งหลาย
ในขณะนี้ คำถามของสกวาที หมายชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็น
ของปรวาที. ในปัญหานั้น ชื่อว่า จิตต์ที่เกิดขึ้นย่อมเป็นโลกียจิต
ทั้งบุคคลทั้งหลาย เป็นพระโสดาบันเป็นต้นด้วยโลกียจิตต์นั้น ก็ไม่มีเลย
จะป่วยกล่าวไปใยถึงความเป็นพระอรหันต์เล่า เพราะเหตุนั้น เพื่อแสดง
นัยนี้แก่ปรวาทีนั้น สกวาทีจึงเริ่มคำเป็นต้นว่า เป็นพระโสดาบัน

686
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 687 (เล่ม 80)

พร้อมกับการผุดเกิดก็ได้หรือ. สกวาทีกล่าวคำว่า พระสารีบุตร
เป็นต้น เพื่อท้วงว่า บรรดาพระมหาเถระเหล่านี้ แม้องค์หนึ่ง ชื่อว่า
เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการเกิดมีหรือ. คำว่า จิตดวงแสวงหาการ
ผุดเกิด ได้แก่ ปฏิสนธิจิต จริงอยู่ ปฏิสนธิจิตนี้ ย่อมแสวงหา
การเกิด คือ สืบต่ออยู่ เพราะเหตุนั้นท่านจึงเรียกปฏิสนธิจิตนี้ว่า
จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด. คำที่เหลือในที่นี้ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น
ดังนี้แล.
อรรถกถาอุปปัตติกถา จบ

687
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 688 (เล่ม 80)

อนาสวกถา
[๘๙๐] สกวาที ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอา-
รมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดา-
ปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล เป็นสกทาคามิมรรค เป็นสกทาคามิผล
เป็นอนาคามิมรรค เป็นอนาคามิผล เป็นอรหัตมรรค เป็นอรหัตผล
เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็น
พละ เป็นโพชฌงค์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๙๑] ส. ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์
ของอาสวะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. จักษุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. จักษุของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

688
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 689 (เล่ม 80)

ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดา-
ปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล ฯ ล ฯ เป็นโพช-
ฌงค์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสตะของพระอรหันต์ ฯ ล ฯ ฆานะของพระ-
อรหันต์ ฯ ล ฯ ชิวหาของพระอรหันต์ ฯ ล ฯ กายของพระอรหันต์ ไม่
เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๙๒] ส. กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดา-
ปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล ฯ ล ฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๓] ส. กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กายของพระอรหันต์ ยังเข้าถึงการยกย่องและ
การข่มขี่ ยังเข้าถึงการตัดและการทำลาย ยังทั่วไปแก่ฝูงกา ฝูงแร้ง
ฝูงเหยี่ยว หรือ ?

689
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 690 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ยังเข้าถึง
การยกย่องและการข่มขี่ ยังเข้าถึงการตัดและการทำลาย ยังทั่วไปแก่
ฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงเหยี่ยว หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๔] ส. พิษพึงเข้าไป ศัสตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไป ใน
กายของพระอรหันต์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พิษพึงเข้าไป ศัสตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไป
ในธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๙๕] ส. กายของพระอรหันต์ ยังจะจองจำ ด้วยเครื่อง
จองจำคือขื่อ ด้วยเครื่องจองจำคือเชือก ด้วยเครื่องจองจำคือตรวน ด้วย
เครื่องจองจำคือบ้าน ด้วยเครื่องจองจำคือนิคม ด้วยเครื่องจองจำคือ
เมือง ด้วยเครื่องจองจำคือชนบท ด้วยเครื่องจองจำ ๕ ประการ ได้
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ยังจะจองจำ
ด้วยเครื่องจองจำคือขื่อ ด้วยเครื่องจองจำคือเชือก ด้วยเครื่องจองจำ
คือตรวน ด้วยเครื่องจองจำคือบ้าน ด้วยเครื่องจองจำคือนิคม ด้วย

690
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 691 (เล่ม 80)

เครื่องจองจำคือเมือง ด้วยเครื่องจองจำคือชนบท ด้วยเครื่องจองจำ ๕
ประการ ได้หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๙๖] ส. ผิวา พระอรหันต์ให้จีวรแก่ปุถุชน จีวรนั้นเป็น
อารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. จีวรนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์
ของอาสวะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่
เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่
เป็นอารมณ์ของอาสวะก็นั้นแหละ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์
ของอาสวะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์

691