พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 662 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๑] ส. เป็นเอกโวการภพ๑ เป็นเอกโวการคติ สัตตา-
วาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า เป็นเอกโวการภพ คติ สัตตาวาส
สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญ-
สัตว์ทั้งหลาย.
[๘๔๒] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญานั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๓] ส. สัญญามีอยู่ในมนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็น
สัญญภพ เป็นสัญญคติ เป็นสัญญสัตตาวาส เป็นสัญญสงสาร เป็น
สัญญโยนิ เป็นสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็น
สัญญภพ เป็นสัญญคติ เป็นสัญญสัตตาวาส เป็นสัญญสงสาร เป็น
สัญญโยนิ เป็นสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
๑. ภพมีขันธ์ ๑ คือมีแต่รูปขันธ์ ได้แก่ อสัญญภพ.

662
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 663 (เล่ม 80)

[๘๔๔] ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็น
ปัญจโวการภพ คติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ
อัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็น
ปัญจโวการภพ คติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ
อัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๔๕] ส. สัญญามีอยู่ในมนุษย์ทั้งหลาย ทำกิจที่พึงทำด้วย
สัญญาได้ด้วยสัญญานั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ทำกิจที่พึง
ทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญานั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๖] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็น
อสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร
เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัญญามีอยู่ในมนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็น
อสัญญภพ ฯลฯ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?

663
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 664 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๗] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้น
เป็นเอกโวการภพ คติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ
อัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัญญามีอยู่ในมนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็นเอก-
โวการภพ ฯ ล ฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๘] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย แต่ทำกิจที่
พึงทำด้วยสัญญาไม่ได้ด้วยสัญญานั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัญญามีอยู่ในมนุษย์ทั้งหลาย แต่ทำกิจที่พึงทำ
ด้วยสัญญาไม่ได้ด้วยสัญญานั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๔๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย เทวดาชื่อสัญญสัตว์ มีอยู่ ก็เทวดาเหล่านั้น ย่อมจุติ

664
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 665 (เล่ม 80)

จากหมู่นั้น เพราะความเกิดขึ้นแห่งสัญญา ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง
มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอย่างนั้น สัญญาก็มีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
น่ะสิ.
[๘๕๐] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ ?
ป. มีในกาลบางคราว ไม่มีในกาลบางคราว.
ส. เป็นสัญญสัตว์ในกาลบางคราว เป็นอสัญญ-
สัตว์ในกาลบางคราว เป็นสัญญภพในกาลบางคราว เป็นอสัญญภพใน
กาลบางคราว เป็นปัญจโวการภพในกาลบางคราว เป็นเอกโวการภพ
ในกาลบางคราว หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๕๑] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลายในกาลบาง
คราว ไม่มีในกาลบางคราว หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มีอยู่ในกาลไหน ไม่มีในกาลไหน ?
ป. มีอยู่ในกาลจุติ ในกาลอุบัติ ไม่มีในกาลตั้งอยู่.
ส. เป็นสัญญสัตว์ในกาลจุติ ในกาลอุบัติ เป็น
อสัญญสัตว์ในกาลตั้งอยู่ เป็นสัญญภพในกาลจุติ ในกาลอุบัติ

665
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 666 (เล่ม 80)

เป็นอสัญญภพในกาลตั้งอยู่ เป็นปัญจโวการภพในกาลจุติ ในกาลอุบัติ
เป็นเอกโวการภพในกาลตั้งอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อสัญญกถา จบ
อรรถกถาอสัญญกถา
ว่าด้วยอสัญญา คือไม่มีสัญญา
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องสัญญา๑. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใด มีความ
เห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลาย ในขณะนี้ว่า สัญญามีอยู่ใน
ขณะแห่งจุติ และปฏิสนธิแม้ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ว่า ขึ้นชื่อว่า
ปฏิสนธิ เว้นจากวิญญาณย่อมไม่มี เพราะคำว่า วิญญาณมีสังขาร
เป็นปัจจัย ดังนี้ และคำว่า ก็แล อสัญญีเทพเหล่านั้น ย่อมจุติ
จากกายนั้น เพราะความเกิดขึ้นแห่งสัญญา ดังนี้ คำถามของ
สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปราวาที. ต่อจากนั้น
๑. เรื่องนี้ในคัมภีร์ยมกอธิบายว่า สัตว์ในปัญจโวการภพและจตุโวการภพ
ขณะปฏิสนธิมีสัญญาเกิดขึ้นในขณะจุติไม่มีสัญญาเพราะสัญญากำลังดับ ผู้เข้า
นิโรธสมาบัติในขณะนิโรธ สัญญาไม่มี ส่วนสัตว์ที่เป็นเอกโวการภพ คือ อสัญ-
ญีสัตว์ทั้งหลาย ขณะเกิดก็ดี ขณะตั้งอยู่ก็ดี ขณะจุติก็ดี ไม่มีสัญญาเกิดเลย.

666
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 667 (เล่ม 80)

สกวาทีเพื่อจะท้วงปรวาทีด้วยคำเป็นต้น ว่า ที่นั้นเป็นภพมีสัญญา
ตามลัทธิของท่านหรือ จึงกล่าวคำว่า เป็นสัญญีภพ เป็นสัญญ-
คติ เป็นต้น. คำนั้นทั้งปวง และคำอื่นจากคำนั้นพึงทราบโดยนัย
แห่งพระบาลีนั่นแล.
อรรถกถาอสัญญกถา จบ

667
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 668 (เล่ม 80)

เนวสัญญานาสัญญายตนกถา
[๘๕๒] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานา-
สัญญายตนภพ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เป็นอสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญสัตตา-
วาส เป็นอสัญญาสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๕๓] ส. เป็นสัญญภพ สัญญคติ สัญญสัตตาวา สัญญ-
สงสาร สัญญโยนิ สัญญัตตภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า เป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ ฯลฯ เป็น
สัญญัตตภาวปฏิลาภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนว-
สัญญานาสัญญายตนภพ.
[๘๕๔] ส. ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญา.
ยตนภพ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เป็นเอกโวการภพ คติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ
หรือ
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

668
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 669 (เล่ม 80)

ส. เป็นจตุโวการภพ๑ เป็นจตุโวการคติ ฯลฯ อัตต-
ภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า เป็นจตุโวการภพ คติ ฯล ฯ อัตตภาว
ปฏิลาภ ก็ต้องไม่กล่าวว่าไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญา-
ยตนภพ.
[๘๕๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
และนั้นเป็นสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญ-
สงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานา
สัญญายตนภพ และนั้นก็เป็นอสัญญภพ เป็นสัญญคติ เป็นอสัญญ-
สัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิ-
ลาภ หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญีสัตว์ทั้งหลาย
และนั้นเป็นเอกโวการภพ คติ ฯ ล ฯ อัตตภาว
ปฏิลาภ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
๑. ภพมีขันธ์ ๔ คือ อรูปขันธ์ ๔ ได้แก่บุคคล

669
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 670 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญา-
ยตนภพ และนั้นก็เป็นเอกโวการภพ คือ คติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ
อัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๕๖] ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานา
สัญญายตนภพ และนั้นเป็นสัญญภพ สัญญคติ ฯลฯ สัญญัตตภาวา
ปฏิลาภ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญีสัตว์ทั้งหลาย
และนั้นเป็นสัญญภพ สัญญคติ ฯลฯ สูญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๕๗] ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานา-
สัญญายตนภพ และนั้นเป็นจตุโวการภพ คติ
ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
และนั้นเป็นจตุโวการภพ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

670
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 671 (เล่ม 80)

[๘๕๘] ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานา
สัญญายตนภพ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ
มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโว-
การภพก็ต้องไม่กล่าวว่าไม่พึงกล่าว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญา-
ยตนภพ.
[๘๕๙] ส. เนวสัญญาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการ-
ภพ แต่ไม่พึงกล่าวสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานา-
สัญญายตนภพ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อากาสานัญจายตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่
ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอากาสานัญจายตน-
ภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๖๐] ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ
แต่ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานา
สัญญายตนภพ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

671