พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 632 (เล่ม 80)

ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสมาธินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ไม่มีสมาธิ มีจิตวอกแวก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๘๘] ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้มีปัญญาทราม บ้าน้ำลาย
คือโง่เขลา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๘๙] ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา และศรัทธานั้นเป็นนิยยา-
นิกะ ได้แก่เครื่องนำออกไป หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา และศรัทธานั้น
เป็นนิยยานิกะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ไม่
มีสัทธินทรีย์.
ส. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ และวิริยะนั้นเป็นนิยยานิกะ
ฯ ล ฯ มีสติและสตินั้นเป็นนิยยานิกะ ฯ ล ฯ มีสมาธิ และสมาธินั้นเป็น
นิยยานิกะ ฯลฯ มีปัญญา และปัญญานั้นเป็นนิยยานิกะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

632
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 633 (เล่ม 80)

ส. หากว่า บุคคลที่ ๘ มีปัญญา และปัญญานั้นเป็น
นิยยานิกะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ไม่มี
ปัญญินทรีย์.
[๗๙๐] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล
มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล
มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๙๑] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล
ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล มีศรัทธา มีสัทธิน-
ทรีย์ ฯลฯ มีปัญญา ปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๙๒] ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

633
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 634 (เล่ม 80)

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล
มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล
มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๙๓] ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ ฯลฯ
มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล
ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล มีปัญญา แต่ไม่มี
ปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๙๔] ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีอินทรีย์ ๕ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลาย อินทรีย์นี้ ๕ ประการ, ๕ ประการ เป็นไฉน สัทธินทรีย์ ๑
วิริยินทรีย์ ๑ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ๑ ปัญญินทรีย์ ๑ อินทรีย์

634
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 635 (เล่ม 80)

๕ ประการฉะนี้แล, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะความเต็มบริบูรณ์
แห่งอินทรีย์ ๕ ประการนี้แล จึงเป็นพระอรหันต์ เพลากว่านั้น
ก็เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เพลากว่านั้น ก็
เป็นพระอนาคามี เพลากว่านั้น ก็เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้ง
ซึ่งอนาคามิผล เพลากว่านั้น ก็เป็นพระสกทาคามี เพลากว่านั้น
ก็เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เพลากว่านั้น ก็
เป็นพระโสดาบัน เพลากว่านั้น ก็เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้ง
ซึ่งโสดาปัตติผล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดแล ไม่มีอินทรีย์ ๕
ประการนี้เสียเลย โดยประการทั้งปวง เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นคน
ภายนอก เป็นผู้ตั้งอยู่ในฝ่ายปุถุชน ดังนี้๑ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ เป็นคนภายนอก เป็นผู้ตั้งอยู่ใน
ฝ่ายปุถุชน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น บุคคลที่ ๘ ก็มีอินทรีย์ ๕ น่ะสิ.
อัฏฐมกัสส อินทริยกถา จบ
๑. สํ. มหา. ๑๙/๘๘๘.๘๘๙

635
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 636 (เล่ม 80)

อรรถกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถา
ว่าด้วยอินทรีย์ของบุคคลที่ ๘
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องอินทรีย์ของบุคคลที่ ๘๑ ในเรื่องนั้น ลัทธิ
แห่งชนเหล่าใด ดุจลัทธิของนิกายอันธกะในขณะนี้ว่า บุคคลที่ ๘
กำลังได้อินทรีย์ทั้งหลายในขณะแห่งมรรคเกิด มิใช่ได้มาก่อน ดังนี้
สกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้นจึงถามปรวาทีว่า บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธิน-
ทรีย์หรือ คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. ถูกถามว่า บุคคลที่ ๘
ไม่มีศรัทธาหรือ ปรวาทีกำหนดเอาความที่ศรัทธาต่างจากสัทธินทรีย์
จึงตอบปฏิเสธ แม้ในปัญหาที่เหลือทั้งหลายก็นัยนี้. สกวาทีเริ่มคำเป็น
ต้นว่า บุคคลที่ ๘ มีศรัทธามีสัทธินทรีย์หรือ ดังนี้ เพื่อแสดงว่า
เหมือนอย่างว่า ใจของบุคคลใดมีอยู่ แม้มนินทรีย์ ได้แก่อินทรีย์คือใจ
ของบุคคลนั้น ก็มีอยู่ฉันใด อินทรีย์ทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้น ของ
บุคคลใดมีอยู่ แม้อินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้นของบุคคลนั้นก็มี
อยู่ฉันนั้น. คำนั้นทั้งหมด พร้อมทั้งการชำระพระสูตรมีอรรถง่ายทั้งนั้น
ดังนี้แล.
อรรถกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถา จบ
๑. อินทรีย์ ๕ ของพระอริยบุคคลตั้งแต่ที่ ๑-๘ คือ ๑. สัทธินทรีย์ ๒. วิริยินทรีย์
๓. สตินทรีย์ ๔. สมาธินทรีย์ ๕. ปัญญินทรีย์.

636
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 637 (เล่ม 80)

ทิพพจักขุกถา
[๗๙๕] สกวาที มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็น
ทิพยจักษุ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. มังสจักษุ ก็คือทิพยจักษุ ทิพยจักษุ ก็คือ
มังสจักษุ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๙๖] ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มังสจักษุเป็นเช่นใด ทิพยจักษุก็เป็นเช่นนั้น
ทิพยจักษุเป็นเช่นใด มังสจักษุก็เป็นเช่นนั้น
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๙๗] ส. มังสจักษุอันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มังสจักษุอันนั้น ทิพยจักษุอันนั้นแหละ ทิพย-
จักษุอันนั้น มังสจักษุก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ

637
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 638 (เล่ม 80)

[๗๙๘] ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิสัย อานุภาพ โคจร ของมังสจักษุ เป็น
เช่นใด วิสัยอานุภาพ โคจร ของทิพยจักษุ ก็เป็นเช่นนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๙๙] ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เป็นอุปาทินนะแล้วเป็นอนุปาทินนะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๐๐] ส. เป็นอุปาทินนะแล้วเป็นอนุปาทินนะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจร หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๐๑] ส. เป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจร หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจร หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
๑. อุปาทินนะ-อนุปาทินนะดูนิทเทสในธรรมสังคณี ข้อ ๗๗๙ และข้อ ๙๕๕

638
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 639 (เล่ม 80)

[๘๐๒] ส. เป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวร หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เป็นปริยาปันนะแล้วเป็นอปริยาปันนะ๑ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๐๓] ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทิพยจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว ก็เป็นมังสจักษุ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๐๔] ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทิพยจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นปัญญา
จักษุ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๐๕] ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ
หรือ ?
๑. ปริยาปันนะ-อปริยาปันนะ ดูนิทเทสในธรรมสังคณี ข้อ ๘๓๑ และข้อ ๙๘๓

639
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 640 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ทิพยจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นมังสจักษุ
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๐๖] ส. มังสจักษุ อันธรรมอุปถัมภ์แล้ว เป็นทิพยจักษุ
ป. ถูกแล้ว.
ส. จักษุ ๒ อย่างเท่านั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๘๐๗] ส. จักษุ มี ๒ อย่างเท่านั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสจักษุว่ามี ๓ คือ มังส-
จักษุ ทิพยจักษุ ปัญญาจักษุ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสจักษุว่ามี ๓
คือ มังสจักษุ ทิพยจักษุ ปัญญาจักษุ ก็ต้องไม่กล่าวว่า จักษุมี ๒
อย่างเท่านั้น
[๘๐๘] ส. จักษุมี ๒ อย่างเท่านั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ-
ทั้งหลาย จักษุนี้ มี ๓ อย่าง, ๓ อย่างเป็นไฉน มังสจักษุ

640
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 641 (เล่ม 80)

ทิพยจักษุ ปัญญาจักษุ จักษุมี ๓ อย่าง ฉะนี้แล.
พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นบุรุษผู้สูงสุดได้ตรัสจักษุ ๓ อย่างนี้
คือ มังสจักษุ ทิพยจักษุ และปัญญาจักษุ อันยอดเยี่ยมไว้แล้ว
ความเกิดขึ้นแห่งมังสจักษุ เป็นทางแห่งทิพยจักษุ ก็เมื่อใด
ญาณ คือ ปัญญาจักษุ อันยอดเยี่ยมมาเกิดขึ้นแล้ว เมื่อนั้น ย่อม
พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ เพราะการได้จักษุนั้น ดังนี้๑ เป็นสูตร
มีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า จักษุมี ๒ อย่าง
เท่านั้น.
ทิพยจักขุกถา จบ
อรรถกถาทิพยจักขุกถา
ว่าด้วยทิพพจักษุ
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องทิพพจักขุ.๒ ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความ
เห็นผิดดุจนิกายอันธกะและสมิติยะทั้งหลาย ในขณะนี้ว่า มังสจักขุ
๑. ขุ. อิติ. ๒๕/๒๓๙.
๒. จักษุ ๓. คือ:- ๑. มังสจักขุ ได้แก่ จักขุปสาท ๒ ทิพพจักขุ ได้แก่
อภิญญาจิตตุปบาทที่เป็นทุติยวิชชาญาณ ๓. ปัญญาจักขุ ได้แก่ อาสวักขยญาณ
(ในปกรณ์นี้หรือในขุททกนิกาย อิติวุตตกะ) จักขุ ๕ คือ :- มังสจักขุ
ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ พุทธจักขุ สมันตจักขุ (ในขุททกนิกาย มหานิทเทส)

641