พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 622 (เล่ม 80)

ส. บุคคลที่ ๘ ยังมรรคให้เกิดแล้ว เพื่อละเครื่อง
กลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ ยังสติปัฏฐานให้เกิดแล้ว ฯ ล ฯ ยัง
สัมมัปปธาน ฯ ล ฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว
เพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๖๙] ส. บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้ว
หรือ ?
ส. บุคคลที่ ๘ ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯ ล ฯ ยังโพช-
ฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจ-
ฉา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๗๐] ส. บุคคลที่ ๘ ไม่ได้ยังมรรคให้เกิดเพื่อละเครื่อง
กลุ้มรุมคือทิฏฐิ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิอันบุคคลที่ ๘ ละได้แล้ว

622
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 623 (เล่ม 80)

ด้วยธรรมที่มิใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯ ล ฯ เป็น
อารมณ์ของสังกิเลส หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลที่ ๘ ไม่ได้ยังสติปัฏฐาน ฯ ล ฯ ยังโพช-
ฌงค์ ให้เกิดแล้ว เพื่อละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิอันบุคคลที่ ๘ ละได้แล้ว
ด้วยธรรมที่มิใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯ ล ฯ เป็น
อารมณ์ของสังกิเลส หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๗๑] ส. บุคคลที่ ๘ ไม่ได้ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯ ล ฯ ไม่
ได้ยังสติปัฏฐาน ฯ ล ฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละเครื่องกลุ้มรุม
คือวิจิกิจฉา หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉา อันบุคคลที่ ๘ ละได้
แล้วด้วยธรรมที่มิใช่มรรค เป็นโลกิยะ เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯ ล ฯ
เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

623
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 624 (เล่ม 80)

[๗๗๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุม
คือทิฏฐิได้แล้ว หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. เครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิยังจักเกิดขึ้น หรือ ?
ส. จักไม่เกิดขึ้น.
ป. หากว่า จักไม่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง
ต้องกล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้ว.
[๗๗๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือ
วิจิกิจฉาได้แล้ว หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. เครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉายังจักเกิดขึ้น หรือ ?
จักไม่เกิดขึ้น.
ป. หากว่า จักไม่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง
ต้องกล่าวว่า บุคคลที่ ๘ ละเครื่องกลุ้มรุมคือ
วิจิกิจฉาได้แล้ว.
[๗๗๙] ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้
แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละอนุสัยคือทิฏฐิได้แล้ว เพราะ

624
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 625 (เล่ม 80)

ทำอธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๗๕] ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้
แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละอนุสัยคือวิจิกิจฉา ฯ ล ฯ
สีลัพพตปรามาสได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจัก
ไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๗๖] ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉา
ได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละอนุสัยคือวิจิกิจฉา ฯ ล ฯ
สีลัพพตปรามาสได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจัก
ไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๗๗] ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้
แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

625
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 626 (เล่ม 80)

ส. บุคคลผู้โคตรภู ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิ
ได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๗๘] ส. บุคคลที่ ๘ ชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉา
ได้แล้ว เพราะทำอธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้โคตรภูชื่อว่าละเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉา
ได้แล้ว เพราะทำ อธิบายว่าจักไม่เกิดขึ้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อัฏฐมกกถา จบ
อรรถกถาอัฏฐมกกถา
ว่าด้วยบุคคลที่ ๘๑
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องบุคคลที่ ๘ คือ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ใน
โสดาปัตติมรรค. ในเรื่องนั้น ลัทธิแห่งชนเหล่าใดดุจลัทธิของนิกาย
อันธกะ และสมิติยะทั้งหลายในขณะนี้ว่า บุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติ-
๑. ในคัมภีร์นี้ ท่านลำดับพระอริยบุคคลอย่างนี้ คือ บุคคลผู้ตั้งอยู่
ในอรหัตผล เป็นที่ ๑ บุคคลผู้ตั้งอยู่ในอรหัตมรรค เป็นที่ ๒ บุคคลผู้ตั้งอยู่
ในอนาคามิผล เป็นที่ ๓ ฯลฯ บุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค เป็นที่ ๘.

626
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 627 (เล่ม 80)

มรรคซึ่งเป็นบุคคลที่ ๘ ละปริยุฏฐานกิเลสทั้ง ๒ แล้ว คือทิฏฐิและ
วิจิกิจฉา เพราะไม่มีกิเลสทั้งหลายเกิดขึ้นในขณะแห่งอนุโลม โคตรภู
และมรรค ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายชนพวกใด พวกหนึ่งเหล่านั้น
คำตอบรับรองของปรวาที หมายเอาความไม่เกิดขึ้นแห่งทิฏฐิ จำเดิมแต่
ขณะแห่งมรรค. ธรรมดาว่า ทิฏฐินี้ พระโสดาบันเป็นผู้ละแล้ว มิใช่
บุคคลที่ ๘ เหตุในเพราะเหตุนั้น ลำดับนั้น สกวาทีจึงซักว่า บุคคล
ที่ ๘ เป็นพระโสดาบันหรือ ดังนี้เป็นต้น. แม้ในปัญหาว่าด้วย วิจิ-
กิจฉา ก็นัยนี้นั่นแหละ.
ในปัญหาว่าด้วย อนุสัย ลัทธิท่านว่า อนุสัยเป็นอย่างอื่น
นอกจากปริยุฏฐาน เพราะฉะนั้น จึงตอบปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าว
อย่างนั้น. ในปัญหาว่าด้วย สีลัพพตปรามาส ปรวาทีไม่เห็นโวหารว่า
สีลัพพตปรามาสเป็น ปริยุฏฐาน จึงตอบปฏิเสธ. ลัทธิว่า บุคคลที่ ๘
ละปริยุฏฐานได้แล้วเท่านั้น. ในปัญหาว่า บุคคลที่ ๘ ยังมรรคให้
เกิดแล้ว ความว่า ในขณะนั้น กำลังเจริญมรรค มิใช่เจริญเสร็จ
แล้ว เพราะฉะนั้นท่านจึงตอบปฏิเสธ. ในคำซักถามว่า ละได้แล้ว
ด้วยธรรมที่มิใช่มรรค เป็นต้น ปรวาทีตอบปฏิเสธ หมายเอาความ
ที่กิเลสเหล่านั้นท่านละได้แล้วด้วยมรรคที่ ๑ นั่นแหละ. ลัทธิของท่าน
ว่า ก็ถ้าว่าบุคคลพึงละกิเลสด้วยธรรมที่มิใช่มรรคได้ไซร้ บุคคลแม้
ผู้โคตรภูบุคคลเป็นต้น ก็พึงละกิเลสได้

627
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 628 (เล่ม 80)

คำถามของปรวาทีว่า เครื่องกลุ้มรุม คือ ทิฏฐิยังจักเกิดขึ้น
หรือ คำวิสัชชนาเป็นของสกวาที. คำที่เหลือในที่ทั้งปวง มีอรรถ
ง่ายทั้งนั้น แล.
อรรถกถาอัฏฐมกกถา จบ

628
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 629 (เล่ม 80)

อัฏฐมกัสส อินทริยกถา
[๗๗๙] สกวาที บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีศรัทธา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๘๐] ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีวิริยินทรีย์ ฯลฯ ไม่มีสตินทรีย์
ฯ ล ฯ ไม่มีสมาธินทรีย์ ฯลฯ ไม่มีปัญญินทรีย์หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีปัญญา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๘๑] ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ ฯลฯ มีสติ ฯลฯ มีสมาธิ
ฯลฯ มีปัญญา หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ

629
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 630 (เล่ม 80)

[๗๘๒] ส. บุคคลที่ ๘ มีมโน มีมนินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลที่ ๘ มีมโน มีมนินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๘๓] ส. บุคคลที่ ๘ มีโสมนัส มีโสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ
มีชีวิต มีชีวิตินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลที่ ๘ มีชีวิต มีชีวิตินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีวิริยะ ฯลฯ มีปัญญา มีปัญญินทรีย์
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๗๘๔] ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีมโน แต่ไม่มีมนินทริย์ หรือ ?

630
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 631 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๘๕] ส. บุคคลที่ ๘ มีศรัทธา แต่ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่มี.
ส. บุคคลที่ ๘ มีโสมนัส แต่ไม่มีโสมนัสสินทรีย์
ฯลฯ ชีวิต แต่ไม่มีชีวิตินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๘๖] ส. บุคคลที่ ๘ มีปัญญา แต่ไม่มีปัญญินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ มีมโน แต่ไม่มีมนินทรีย์ ฯลฯ มี
โสมนัส แต่ไม่มีโสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ มีชีวิต แต่ไม่มีชีวิตินทรีย์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๗๘๗] ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสัทธินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้ไม่มีศรัทธา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีวิริยินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลที่ ๘ เป็นผู้เกียจคร้าน ละความเพียร หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. บุคคลที่ ๘ ไม่มีสตินทรีย์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

631