พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 562 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. โลกุตตรธรรม พึงรับรู้ได้ด้วยโสต กระทบที่
โสตมาสู่คลองแห่งโสต หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๗๗] ส. โลกุตตรธรรม ไม่พึงรับรู้ได้ด้วยโสตไม่กระทบ
ที่โสตไม่มาสู่คลองแห่งโสต มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า โลกุตตรธรรมไม่พึงรับรู้ได้ด้วยโสต ไม่
กระทบที่โสต ไม่มาสู่คลองแห่งโสต ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระดำรัสของ
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เป็นโลกุตตระ.
[๖๗๘] ส. พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เป็น
โลกุตตระ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ใครๆ ที่พึงยินดีในพระดำรัสของพระผู้มีพระ-
ภาคพุทธเจ้ามีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โลกุตตรธรรมเป็นที่ตั้งแห่งราคะ เป็นที่ตั้งแห่ง
ความยินดี เป็นที่ตั้งแห่งความใคร่ เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา เป็นที่ตั้ง
แห่งความติด เป็นที่ตั้งแห่งความสยบ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

562
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 563 (เล่ม 80)

[๖๗๙] ส. โลกุตตรธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งราคะ ไม่เป็นที่ตั้ง
แห่งความยินดี ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความใคร่ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา
ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความติด ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความสยบ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า โลกุตตรธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งราคะ ไม่
เป็นที่ตั้งแห่งความยินดี ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความใคร่ ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความ
มัวเมา ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความติด ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความสยบ ก็ต้องไม่
กล่าวว่า พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าเป็นโลกุตตระ.
[๖๘๐] ส. พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เป็น
โลกุตตระ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ใคร ๆ ที่พึงขัดเคืองพระดำรัสของพระผู้มีพระ-
ภาคพุทธเจ้ามีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โลกุตตรธรรมเป็นที่ตั้งแห่งโทสะ เป็นที่ตั้งแห่ง
ความขัดเคือง เป็นที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๘๑] ส. โลกุตตรธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งโทสะ ไม่เป็นที่ตั้ง
แห่งความขัดเคือง ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

563
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 564 (เล่ม 80)

ส. หากว่า โลกุตตรธรรม ไม่เป็นที่ตั้งแห่งโทสะ
ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความกระทบกระเทือน
ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เป็นโลกุตตระ.
[๖๘๒] ส. พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เป็น
โลกุตตระ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ใคร ๆ ที่พึงหลงในพระดำรัสของพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้ามีอยู่จริง หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โลกุตตรธรรมเป็นที่ตั้งแห่งโมหะ กระทำความ
ไม่รู้ กระทำให้ตาบอด เป็นที่เสื่อมสิ้นแห่งปัญญา เป็นฝักฝ่ายแห่ง
ความคับแค้น ไม่เป็นไปพร้อมเพื่อนิพพาน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๘๓] ส. โลกุตตรธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ไม่กระทำ
ความไม่รู้ ไม่กระทำให้ตาบอด เป็นที่เจริญแห่งปัญญา ไม่เป็นฝักฝ่าย
แห่งความคับแค้น เป็นไปพร้อมเพื่อนิพพาน มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า โลกุตตรธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งโมหะ ไม่
กระทำความไม่รู้ ไม่กระทำให้ตาบอด เป็นที่เจริญแห่งปัญญา ไม่เป็น
ฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น เป็นไปพร้อมเพื่อนิพพาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า
พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เป็นโลกุตตระ.

564
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 565 (เล่ม 80)

[๖๘๔] ส. พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เป็น
โลกุตตระ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ฟังพระดำรัสของพระผู้มี-
พระภาคพุทธเจ้าอยู่ ชนเหล่านั้นทั้งหมดชื่อว่ายังมรรคให้เกิดได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๕๘] ส. ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ฟังพระดำรัสของพระผู้มี-
พระภาคพุทธเจ้าอยู่ ชนเหล่านั้นทั้งหมดชื่อว่ายังมรรคให้เกิดได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พาลปุถุชน ฟังพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค-
พุทธเจ้าอยู่ พาลปุถุชนก็ชื่อว่ายังมรรคให้เกิดได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. คนทำมาตุฆาต ฯ ล ฯ คนทำปิตุฆาต... คนทำ
อรหันตฆาต... คนทำโลหิตุปบาท ฯลฯ คนทำสังฆเภท ฟังพระดำรัส
ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าอยู่ คนทำสังฆเภท ก็ชื่อว่ายังมรรคให้เกิด
ได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๖๘๖] ป. กองข้าวก็ดี กองทองก็ดี ใช้ไม้เท้าทองชี้บอก
ได้ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.

565
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 566 (เล่ม 80)

ป. เหมือนกันนั่นแหละ ธรรมที่เป็นโลกิยะก็ดี ที่
เป็นโลกุตตระก็ดี พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมตรัสด้วยพระดำรัสที่เป็น
โลกุตตระ
[๖๘๗] ส. กองข้าวก็ดี กองทองก็ดี ใช้ไม้เท้าต้นละหุ่ง
ชี้บอกก็ได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เหมือนกันนั่นแหละ ธรรมที่เป็นโลกิยะก็ดี ที่
เป็นโลกุตตระก็ดี พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าย่อมตรัสด้วยพระดำริที่เป็น
โลกิยะ.
[๖๘๘] ส. พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เมื่อตรัส
โลกิยธรรมก็เป็นโลกิยะ เมื่อเป็นโลกุตตรธรรม ก็เป็นโลกุตตระ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เมื่อตรัสโลกิยธรรม พระดำรัสนั้น กระทบโสต
ที่เป็นโลกิยะ เมื่อตรัสโลกุตตรธรรม ก็กระทบโสตที่เป็นโลกุตตระ
เมื่อตรัสโลกิยธรรม ชนทั้งหลายรับรู้ได้ด้วยวิญญาณที่เป็นโลกิยะ เมื่อ
ตรัสโลกุตตรธรรม ก็รับรู้ได้ด้วยวิญญาณที่เป็นโลกุตตระ เมื่อตรัส
โลกิยธรรม ปุถุชนทั้งหลายรับรู้ได้ เมื่อตรัสโลกุตตรธรรม พระสาวก
ทั้งหลายรับรู้ได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

566
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 567 (เล่ม 80)

[๖๘๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระดำรัสของพระผู้มีพระภาค-
พุทธเจ้า เมื่อตรัสโลกิยธรรม ก็เป็นโลกิยะ เมื่อตรัสโลกุตตรธรรม
ก็เป็นโลกุตตระ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าตรัสทั้งโลกิยธรรมและ
โลกุตตรธรรม มิใช่ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. หากว่า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าตรัสทั้งโลกิย-
ธรรมและโลกุตตรธรรม ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระดำรัส
ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เมื่อตรัสโลกิยธรรม ก็เป็นโลกิยะ เมื่อ
ตรัสโลกุตตรธรรม ก็เป็นโลกุตตระ.
[๖๙๐] ส. พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เมื่อตรัส
โลกิยธรรม ก็เป็นโลกิยะ เมื่อตรัสโลกุตตรธรรม ก็เป็นโลกุตตระ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เมื่อตรัสมรรค ก็เป็นมรรค เมื่อตรัสธรรมมิใช่
มรรค ก็เป็นธรรมมิใช่มรรค เมื่อตรัสผล ก็เป็นผล เมื่อตรัสธรรม
มิใช่ผล ก็เป็นธรรมมิใช่ผล เมื่อตรัสนิพพาน ก็เป็นนิพพาน เมื่อ
ตรัสธรรมมิใช่นิพพาน ก็เป็นธรรมมิใช่นิพพาน เมื่อตรัสสังขตะ ก็
เป็นสังขตะ เมื่อตรัสอสังขตะ ก็เป็นอสังขตะ เมื่อตรัสรูป ก็เป็นรูป

567
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 568 (เล่ม 80)

มิใช่เวทนา ก็เป็นธรรมมิใช่เวทนา เมื่อตรัสสัญญา ก็เป็นสัญญา
เมื่อตรัสธรรมมิใช่สัญญา ก็เป็นธรรมมิใช่สัญญา เมื่อตรัสสังขาร
ก็เป็นสังขาร เมื่อตรัสธรรมมิใช่สังขาร ก็เป็นธรรมมิใช่สังขาร เมื่อ
ตรัสวิญญาณ ก็เป็นวิญญาณ เมื่อตรัสธรรมมิใช่วิญญาณ ก็เป็นธรรม
มิใช่วิญญาณ หรือ.
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
โวหารกถา จบ
อรรถกถาโวหารกถา
ว่าด้วยโวหาร
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องโวหาร คือถ้อยคำที่กล่าวเรียกสิ่งต่าง ๆ.
ในเรื่องนั้น ลัทธิแห่งชนเหล่าใดในขณะนี้ดุจลัทธิของนิกายอันธกะ
ทั้งหลายว่า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว ย่อมตรัสรู้ เรียก
ด้วยคำอันเป็นโลกุตตระ ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายชนเหล่านั้น.
คำตอบรับรองเป็นของปรวาที ด้วยสามารถแห่งลัทธิ. คำว่า โสตที่
เป็นโลกุตตระ เป็นต้น ท่านกล่าวแล้ว เพื่อแสดงความที่ปรวาที
นั้นไม่ควรจะกล่าว คือเป็นคำที่ไม่ถูกต้อง. ในข้อนี้ท่านอธิบายไว้ดังนี้
ว่า สัททายตนะนั่นแหละ ท่านไม่ควรกล่าวว่า เป็นโลกุตตระ หรือว่า
แม้โสตะ เป็นต้น ก็เช่นเดียวกัน.

568
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 569 (เล่ม 80)

ในข้อว่า หากว่า พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า
กระทบโสตที่เป็นโลกิยะ นี้ความว่า บุคคลไม่พึงถือเอาเนื้อความ
อย่างนี้ว่า ถ้าว่า พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคนั้นพึงกระทบโลกุตตระ
ทั้งหลาย พระดำรัสนั้นพึงเป็นโลกุตตระไซร้. ในข้อนี้ ก็เมื่อพระดำรัส
ของพระผู้มีพระภาคกระทบอยู่ซึ่งโลกิยะ พระดำรัสนั้น มิได้ชื่อว่า เป็น
โลกุตตระ. แม้ในคำว่า ด้วยวิญญาณที่เป็นโลกิยะ นี้ได้แก่
ด้วยโลกีย์เท่านั้น. ความเป็นโลกีย์โดยประการอื่นนั้น มีประการมิใช่
น้อย. จริงอยู่โลกุตตระย่อมรู้ได้ด้วยญาณแม้อันเป็นโลกีย์. บัณฑิตพึง
ทราบเนื้อความทั้งปวง โดยสมควรอย่างนี้.
ในปัญหาทั้งหลายว่า ชนเหล่านั้นทั้งหมดชื่อว่ายังมรรค
ให้เกิดได้หรือ ปรวาทีย่อมปฏิเสธ เพราะหมายเอาเฉพาะผู้ไม่ได้
มรรค แต่รับรอง หมายเอาผู้ได้มรรค. คำว่า ใช้ไม้เท้าทอง
ได้แก่ไม้เท้าสำเร็จแล้วด้วยทองคำ อุทาหรณ์นี้เป็นของปรวาที. คำว่า
ไม้เท้าต้นละหุ่ง ได้แก่ ไม้เท้าที่ทำจากต้นละหุ่ง คำนี้เป็นอุทาหรณ์
ของสกวาที.
อนึ่ง ลัทธิหนึ่งของนิกายอันธกะบางพวกว่า เมื่อพระผู้มี-
พระภาคพุทธเจ้าตรัสโลกิยธรรมก็เป็นโลกิยธรรม ดังนี้. คำที่เหลือในที่นี้
มีเนื้อความตื้นทั้งนั้น แล.
อรรถกถาโวหารกถา จบ

569
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 570 (เล่ม 80)

นิโรธกถา
[๖๙๑] ส. นิโรธ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทุกขนิโรธ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ทุกขนิโรธ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. นิโรธสัจจะ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. นิโรธสัจจะ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทุกขสัจจะ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. นิโรธสัจจะ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สมุทัยสัจจะ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. นิโรธสัจจะ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. มรรคสัจจะ เป็น ๒ หรือ ?

570
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 571 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. นิโรธสัจจะ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ตาณะ๑ คือที่ต้านทาน เป็น ๒ หรือ ? ฯ ล ฯ
เลณะ คือที่เร้น เป็นที่ สอง หรือ. . . สรณะ คือ ที่พึ่ง เป็น ๒
หรือ. . . ปรายนะ คือที่หมาย เป็น ๒ หรือ. . . อัจจุตะ คือที่มั่น
เป็น ๒ หรือ . . . อมตะ เป็น ๒ หรือ ฯ ล ฯ นิพพาน เป็น
๒ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. นิพพาน เป็น ๒ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความสูงและต่ำ ความเลวและประณีต ความ
ยิ่งและหย่อนเขตแดน ความแตกต่าง ร่องรอย ระหว่าง แห่งนิพพาน
ทั้ง ๒ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๙๒] ส. นิโรธ เป็น ๒ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สังขารที่ยังไม่ดับด้วยปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา
คือโลกุตตรญาณ จะพิจารณาแล้วให้ดับได้ มิใช่
หรือ ?
๑. คำว่า ตาณะ เป็นต้นนี้ เป็นไวพจน์ของ นิพพาน.

571