พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 502 (เล่ม 80)

[๕๗๙] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การไหวกายของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๘๐] ส. การไหวกายไม่มีแก่ผู้เข้าฌาน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าฌาน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๘๑] ส. วาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ การเปล่งวาจาก็มีอยู่
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กายของผู้เข้าฌานมีอยู่ การไหวกายก็มีอยู่
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๘๒] ส. กายของผู้เข้าฌานมีอยู่ แต่การไหวกายไม่มี
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ แต่การเปล่งวาจาไม่มี
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ

502
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 503 (เล่ม 80)

[๕๘๓] ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ย่อมเปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เมื่อรู้ว่าสมุทัย ย่อมเปล่งวาจาว่าสมุทัย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๘๔] ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ย่อมเปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เมื่อรู้ว่านิโรธ ย่อมเปล่งวาจาว่านิโรธ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๘๕] ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ย่อมเปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เมื่อรู้ว่ามรรค ย่อมเปล่งวาจาว่ามรรค หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๘๖] ส. เมื่อรู้ว่าสมุทัย ก็ไม่เปล่งวาจาว่าสมุทัย หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ก็ไม่เปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๘๗] ส. เมื่อรู้ว่านิโรธ ก็ไม่เปล่งวาจาว่านิโรธ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ก็ไม่เปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ

503
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 504 (เล่ม 80)

[๕๘๘] ส. เมื่อรู้ว่ามรรค ก็ไม่เปล่งวาจาว่ามรรค หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เมื่อรู้ว่าทุกข์ ก็ไม่เปล่งวาจาว่าทุกข์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๘๙] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ญาณ คือความรู้ มีอะไรเป็นโคจร ?
ป. ญาณมีสัจจะเป็นโคจร.
ส. โสตวิญญาณมีสัจจะเป็นโคจร หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๕๙๐] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าญาณมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โสตวิญญาณมีอะไรเป็นโคจร ?
ป. โสตวิญญาณมีเสียงเป็นโคจร.
ส. ญาณมีเสียงเป็นโคจร หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๙๑] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ ญาณมีสัจจะ
เป็นโคจร โสตวิญญาณมีเสียงเป็นโคจร หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ญาณมีสัจจะเป็นโคจร โสตวิญญาณมี

504
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 505 (เล่ม 80)

เสียงเป็นโคจร ก็ต้องไม่กล่าวว่า การเปล่งวาจา
ของผู้เข้าฌานมีอยู่.
[๕๙๒] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ ญาณมีสัจจะ
เป็นโคจร โสตวิญญาณมีเสียงเป็นโคจร หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การประชุมแห่งผัสสะ ๒ แห่งเวทนา ๒ แห่ง
สัญญา ๒ แห่งเจตนา ๒ แห่งจิต ๒ เป็นได้
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๙๓] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าสมาบัติ ที่มีปฐวีกสิณ
เป็นอารมณ์มีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๙๔] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌาณมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าสมาบัติ ที่มีอาโปกสิณ
เป็นอารมณ์ ฯ ล ฯ ที่มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีวาโยกสิณเป็นอารมณ์
ที่มีนีลกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีปีติกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีโลหิตกสิณเป็น
อารมณ์ ที่มีโอทาตกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ ของผู้เข้าอากาสานัญจายตน-

505
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 506 (เล่ม 80)

สมาบัติ วิญญาณัญจายตนสมาบัติ อากิญจัญญายตนสมาบัติ ฯ ล ฯ
เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๙๕] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าสมาบัติ ที่มีปฐวีกสิณ
เป็นอารมณ์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าสมาบัติที่มี
ปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การ
เปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่.
[๕๙๖] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าสมาบัติ ที่มีอาโปกสิณ
เป็นอารมณ์ ฯ ล ฯ ที่มีโอทาตกสิณเป็นอารมณ์ ฯ ล ฯ ไม่มีแก่ผู้เข้า
อากาสานัญจายตนสมาบัติ วิญญาณัญจายตนสมาบัติ อากิญจัญญายตน-
สมาบัติ ฯลฯ เนวสัญญนาสัญญายตนสมาบัติ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าเนวสัญญา-
นาสัญญายตนสมาบัติ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การ
เปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่.
[๕๙๗] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าโลกิยสมาบัติมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ

506
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 507 (เล่ม 80)

[๕๙๘] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌาน ที่เป็นชั้น
โลกิยะ มีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๙๘] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่าวาจาของผู้ทุติฌาน ฯลฯ ตติยฌาน
ฯ ล ฯ จตุตถฌาน ที่เป็นโลกิยะมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๕๙๙] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าโลกิยสมาบัติ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าโลกิยสมาบัติ
ก็ต้องไม่กล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌาน
มีอยู่.
[๖๐๐] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกิยะ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่
เป็นโลกิยะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่.

507
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 508 (เล่ม 80)

[๖๐๑] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าทุติยฌาน ฯ ล ฯ ตติย-
ฌาน ฯ ล ฯ จตุตถฌาน ที่เป็นโลกิยะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าจตุตถฌานที่
เป็นโลกิยะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การเปล่งวาจา
ของผู้เข้าฌานมีอยู่.
[๖๐๒] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระ
อยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกิยะมี
อยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๐๓] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระ
มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ฯ ล ฯ
ส. จตุตถฌานที่เป็นโลกิยะ มีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๐๔] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกิยะ
หรือ ?

508
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 509 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุต-
ตระ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๐๕] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน
ฯ ล ฯ จตุตถฌานที่เป็นโลกิยะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุต-
ตระ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๐๖] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุตตระ
มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าทุติยฌานที่เป็นโลกุตตระ
มีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๐๗] ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานเป็นโลกุตตระ-
มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาของผู้เข้าตติยฌาน ฯ ล ฯ จตุตถ-
ฌานที่เป็นโลกุตตระมีอยู่ หรือ ?

509
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 510 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๐๘] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าทุติยฌานที่เป็นโลกุต-
ตระ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุต-
ตระ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๐๙] ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าตติยฌาน ฯลฯ จตุตถ-
ฌานที่เป็นโลกุตตระ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การเปล่งวาจาไม่มีแก่ผู้เข้าปฐมฌานที่เป็นโลกุต-
ตระ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๑๐] ป. ไม่พึงกล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่
หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสวิตก วิจารว่าเป็น
วจีสังขาร คือธรรมชาติปรุงแต่งวาจา และวิตก วิจารของผู้เข้าปฐมฌาน
ก็มีอยู่มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. หากพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสวิตก วิจาร ว่า

510
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 511 (เล่ม 80)

เป็นวจีสังขาร และวิตก วิจารของผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ ด้วยเหตุนั้น
นะท่านจึงต้องกล่าวว่า การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่.
[๖๑๑] ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสวิตก วิจารว่าเป็น
วจีสังขาร และวิตก วิจารของผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ การเปล่งวาจาของ
ผู้เข้าปฐมฌานนั้นจึงมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิตก วิจาร ของผู้เข้าปฐมฌาน ที่มีปฐวีกสิณ
เป็นอารมณ์มีอยู่ การเปล่งวาจาของผู้นั้นจึงมีอยู่
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๖๑๒] ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสวิตก วิจาร ว่าเป็น
วจีสังขาร และวิตก วิจารของผู้เข้าปฐมฌานก็มีอยู่ การเปล่งวาจาของ
ผู้เข้าปฐฌานนั้น จึงมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. วิตก วิจาร ของผู้เข้าปฐมฌานที่มีอาโปกสิณ
เป็นอารมณ์ ฯ ล ฯ ที่มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีวาโยกสิณเป็นอารมณ์
ที่มีนีลกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีปีตกสิณเป็นอารมณ์ ที่มีโลหิตกสิณเป็น
อารมณ์ ฯ ล ฯ ที่มีโอทาตกสิณเป็นอารมณ์ ก็มีอยู่ การเปล่งวาจาของ
ผู้เข้าปฐมฌานที่มีโอทาตกสิณเป็นอารมณ์นั้นก็มีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ

511