พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 442 (เล่ม 80)

ธรรม ความสงสัยในพระสงฆ์ ความสงสัยในสิกขา ความสงสัยใน
ส่วนเบื้องต้น ความสงสัยส่วนเบื้องปลาย ความสงสัยในส่วนเบื้องต้น
และส่วนเบื้องปลาย ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะ ธรรม
นี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้นของพระอรหันต์ยังมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๕๘] ส. ความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัยในพระ-
ธรรม ความสงสัยในพระสงฆ์ ความสงสัยในสิกขา ความสงสัยใน
ส่วนเบื้องต้น ความสงสัยในส่วนเบื้องปลาย ความสงสัยในส่วนเบื้อง
ต้นและส่วนเบื้องปลาย ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะ
ธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ไม่มีแก่พระอรหันต์ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ความสงสัยในพระศาสดา ฯล ฯ ความ
สงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึง
เกิดขึ้น ไม่มีแก่พระอรหันต์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความสงสัยของพระ-
อรหันต์ยังมีอยู่.
[๔๕๙] ส. ความสงสัยของปุถุชนยังมีอยู่ และความสงสัย
ในพระศาสดา ฯ ล ฯ ความสงสัยปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรม
นี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของเขาก็ยังมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่ และความ

442
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 443 (เล่ม 80)

สงสัยในพระศาสดา ฯ ล ฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะ
ธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของท่านก็ยังมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๔๖๐] ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ยังมีอยู่ แต่ความ
สงสัยในพระศาสดา ฯลฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะ
ธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของท่านไม่มี หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ แต่ความสงสัยใน
พระศาสดา ฯ ล ฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรม
นี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของเขาไม่มี หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ แต่ความสงสัยใน
พระศาสดา ฯ ล ฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรม
นี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของเขาไม่มี หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๖๑] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์เป็นผล
ของอะไร ?
ป. เป็นผลของการกิน การดื่ม การเคี้ยง การลิ้ม

443
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 444 (เล่ม 80)

ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็น
ผลของการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใด ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว
ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะคืออสุจิของชนเหล่านั้นทุกจำพวกเทียวยังมีอยู่
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๖๒] ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใด ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว
ยังลิ้มอยู่ การปล่อยสุกกะคืออสุจิของชนเหล่านั้นทุกจำพวกเทียวยังมีอยู่
หรือ ?
ส. พวกทารก ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่
การปล่อยสุกกะคืออสุจิของทารกมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๔๖๓] ส. พวกบัณเฑาะก์ ยังกิน ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่
การปล่อยสุกกะคืออสุจิของบัณเฑาะก์มีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๖๔] ส. พวกเทวดา ยังกิน ยังดื่ม ยังเคี้ยว ยังลิ้มอยู่
การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพวกเทวดามีอยู่ หรือ ?

444
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 445 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๖๕] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ เป็นผล
ของการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ความประสงค์ของท่านมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๖๖] ส. อุจจาระ ปัสสาวะ ของพระอรหันต์เป็นผลของ
การกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม ความ
ประสงค์ของท่านมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์เป็นผล
ของการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม ความ
ประสงค์ของท่านมีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๔๖๗] ส. การปล่อยสุกกะคือ อสุจิของพระอรหันต์เป็นผล
ของการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม แต่
ความประสงค์ไม่มีแก่ท่าน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อุจจาระ ปัสสาวะ ของพระอรหันต์เป็นผลของ
การกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม แต่ความ
ประสงค์ไม่มีแก่ท่าน หรือ ?

445
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 446 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๖๘] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์พึงเสพเมถุนธรรม พึงยังเมถุน-
ธรรมให้เกิด พึงนอนที่นอนอันเบียดเสียดด้วยบุตร พึงใช้ผ้ากาสิก
พัสตร์และจุณจันทน์ พึงทัดทรงดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ พึง
ยินดีทองเงิน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๖๙] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชน
พึงเสพเมถุนธรรม ยังเมถุนธรรมให้เกิด ฯลฯ
พึงยินดีทองเงิน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
พระอรหันต์พึงเสพเมถุนธรรม ยังเมถุนธรรมให้เกิด ฯ ล ฯ พึงยินดี
ทองเงิน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๔๗๐] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ แต่
พระอรหันต์จะพึงเสพเมถุนธรรม จะพึงยังเมถุนธรรมให้เกิด ฯ ล ฯ
จะพึงยินดีทองเงิน ก็หามิได้เลย หรือ ?

446
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 447 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของปุถุชนมีอยู่ แต่
ปุถุชนจะพึงเสพเมถุนธรรม จะพึงยังเมถุนธรรมให้เกิด จะพึงนอนที่
นอนอันเบียดเสียดด้วยบุตร จะพึงใช้ผ้ากาสิกพัสตร์และจุณจันทร์ จะ
พึงทัดทรงดอกไม้ของหอมเละเครื่องลูบไล้ จะพึงยินดีทองเงิน ก็หา
มิได้เลย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๗๑] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ราคะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้น
แล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มี
อันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว มิใช่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า ราคะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอน
รากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง
ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ไม่ต้องกล่าวว่า การปล่อย
สุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่.
[๔๗๒] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

447
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 448 (เล่ม 80)

ส. โทสะ ฯ ล ฯ โมหะ มานะทิฏฐิ วิจิกิจฉา
ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯ ล ฯ อโนตตัปปะ อันพระอรหันต์ละขาด
แล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ใน
ภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว มิใช่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า อโนตตัปปะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว
ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง
ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่าการปล่อย
สุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่.
[๔๗๓] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
หรือ ?.
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้วเพื่อละขาดซึ่ง
ราคะ มิใช่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้ว เพื่อ
ละขาดซึ่งราคะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การปล่อย
สุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่.
[๔๙๔] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
หรือ ?

448
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 449 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ยังสติปัฏฐานให้เกิดแล้ว ฯ ล ฯ ยัง
สัมมัปปธานให้เกิดแล้ว ยังอิทธิบาทให้เกิดแล้ว ยังอินทรีย์ให้เกิดแล้ว
ยังพละให้เกิดแล้ว ฯ ล ฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้วเพื่อละขาดซึ่งราคะ
มิใช่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว
เพื่อละขาดซึ่งราคะ ก็ต้องไม่กล่าวว่าการปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระ-
อรหันต์มีอยู่.
[๔๗๕] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯ ล ฯ ยัง
โพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งโทสะ ฯ ล ฯ เพื่อละขาดซึ่งโมหะ
ฯ ล ฯ เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ มิใช่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว
เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิ
ของพระอรหันต์ มีอยู่.
[๔๗๖] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
หรือ ?

449
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 450 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ
แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระแล้ว บรรลุประโยชน์ตนแล้ว
มีเครื่องผูกไว้ในภพสิ้นไปรอบแล้ว พ้นวิเศษแล้วเพราะรู้ชอบ มีลิ่ม
อันยกขึ้นแล้ว มีคูอันกลบแล้ว มีเสาระเนียดอันถอนขึ้นแล้ว เป็นผู้
ไม่มีลิ่มสลัก เป็นอริยะ ลดธง คือมานะ แล้ว วางภาระแล้ว หมด
เครื่องผูกพันแล้ว มีชัยชนะอย่างดีวิเศษแล้ว ท่านกำหนดรู้ทุกข์แล้ว
ละสมุทัยแล้ว ทำนิโรธให้แจ้งแล้ว ยังมรรคให้เกิดแล้ว รู้ยิ่งซึ่งธรรม
ที่ควรรู้ยิ่งแล้ว ได้กำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้แล้ว ละธรรมที่ควร
ละแล้ว บำเพ็ญธรรมที่ควรบำเพ็ญแล้ว ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้
แจ้งแล้ว มิใช่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ
โมหะแล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ฯ ล ฯ ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำ
ให้แจ้งแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์
มีอยู่ ?
[๔๗๗] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ยังมีอยู่
ป. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ผู้ฉลาด
ในธรรม ของตนผู้ปัญญาวิมุตมีอยู่ การปล่อยสุกกะคืออสุจิไม่มีแก่
พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ผู้อุภโตภาควิมุต.

450
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 451 (เล่ม 80)

ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ ผู้ฉลาด
ในธรรมของตนมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ ผู้ฉลาด
ในธรรมอื่นมีอยู่ หรือ
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๗๘] ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิไม่มีแก่พระอรหันต์ ผู้
ฉลาดในธรรมอื่น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิไม่มีแก่พระอรหันต์ ผู้
ฉลาดในธรรมของตน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๔๗๙] ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ละขาด
ราคะแล้ว แต่การปล่อยสุกกะคืออสุจิของท่าน
ยังมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่นละขาดราคะแล้ว
แต่การปล่อยสุกกะคืออสุจิของท่านยังมีอยู่
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

451