พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 352 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณ
อนาคตนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณ
อนาคตนั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัยได้. ทำนิโรธให้
แจ้งได้ ยังมรรคให้เกิดได้ด้วยญาณอนาคตนั้น
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๓๕๖] ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ
ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ญาณอดีตอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้
ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ ? บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้
ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้ ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณปัจจุบัน
นั้น หรือ ?

352
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 353 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ญาณอดีตมีอยู่ บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัย
ได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้, ยังมรรคให้เกิดได้ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ
ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ญาณอนาคตมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ
ได้ด้วยญาณที่เป็นอนาคตนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละ
สมุทัยได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้, ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณปัจจุบันนั้น
หรือ
ป. ถูกแล้ว.
ส. ญาณอนาคตมีอยู่ บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้,
ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้, ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณอนาคต
นั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๓๕๗] ส. ญาณอดีตมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงด้วยญาณ
ไม่ได้ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

353
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 354 (เล่ม 80)

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วย
ญาณไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบัน หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ญาณอดีตมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้,
ละสมุทัยไม่ได้, ทำนิโรธให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณ
อดีตนั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้
และสมุทัยไม่ได้, ทำนิโรธให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณ
ปัจจุบันนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๘] ส. ญาณอนาคตมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วย
ญาณไม่ได้ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วย
ญาณไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ญาณอนาคตมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้
ละสมุทัยไม่ได้ ทำนิโรธให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณ
อนาคตนั้น หรือ ?

354
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 355 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้
ละสมุทัยไม่ได้, ทำนิโรธให้แจ้งไม่ได้ ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณ
ปัจจุบันนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๓๕๙] ส. ราคะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. โทสะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีโทสะด้วยโทสะนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. โมหะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. มานะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีมานะด้วยมานะอดีตนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

355
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 356 (เล่ม 80)

ส. ทิฏฐิอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีวิจิกิจฉาด้วยวิจิกิจฉานั้น
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ถีนะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีถีนะด้วยถีนะนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. อุทธัจจะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีอุทธัจจะด้วยอุทธัจจะนั้น
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. อหิริกะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีอหิริกะด้วยอหิริกะนั้น หรือ ?

356
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 357 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. อโนตตัปปะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วยอโนตตัปปะ
นั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๓๖๐] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระอนาคามีมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอนาคามีชื่อว่ามีทิฏฐินั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส กามราคะอย่าง
ละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดอดีต ของพระอนาคามีมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอนาคามีชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๑] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระสกทาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

357
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 358 (เล่ม 80)

ส. วิจิกิจฉา, ลีลัพพตปรามาส, กามราคะอย่าง
หยาบ, พยาบาทอย่างหยาบที่เป็นอดีตของพระ-
สกทาคามีมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระสกทาคามีชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาท
นั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๓๖๒] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระโสดาบันชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ ?
ป ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส, ราคะอันเป็นอปาย-
คามี. โทสะอันเป็นอปายคามี, โมหะอันเป็นอปายคามี, ที่เป็นอดีตของ
พระโสดาบันมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระโสดาบันชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๓] ส. ราคะอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีราคะ
ด้วยราคะนั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

358
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 359 (เล่ม 80)

ส. ราคะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ พระอรหันต์
ชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. โทสะอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯ ล ฯ อโนตตัปปะ
อดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วยอโนตตัปปะนั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. อโนตตัปปะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ พระ-
อรหันต์ชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วยอโนตตัปปะนั้น
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๓๖๔] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามี
ทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระอนาคามี มีอยู่ พระ-
อนาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯ ล ฯ พยาบาท
อย่างละเอียดที่เป็นอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วย
พยาบาทนั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

359
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 360 (เล่ม 80)

ส. พยาบาทอย่างละเอียดที่เป็นอดีตของพระอนาคา-
มี มีอยู่ พระอนาคามีชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วย
พยาบาทนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๓๖๕ ] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามี
ทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระสกทาคามี มีอยู่ พระ-
สกทาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯลฯ พยาบาทอย่าง
หยาบที่เป็นอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาท
นั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พยาบาทอย่างหยาบที่เป็นอดีตของพระสกทาคา-
มี มีอยู่ พระสกทาคามีชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วย
พยาบาทนั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๓๖๖] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามี
ทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

360
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 361 (เล่ม 80)

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ พระ-
โสดาบันชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯ ล ฯ โมหะอัน
เป็นอปายคามีที่เป็นอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะ
นั้น หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. โมหะอันเป็นอปบายคามีที่เป็นอดีตของพระโสดา-
บันมีอยู่ พระโสดาบันชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[ ๓๖๗] ส. ราคะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ แต่พระอรหันต์
หาชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้นไม่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ราคะอันอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามี
ราคะด้วยราคะนั้นไม่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. โทสะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ ฯ ล ฯ อโนต-
ตัปปะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ แต่พรอรหันต์หาชื่อว่ามีอโนตตัปปะ
ด้วยอโนตัปปะนั้นไม่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

361