พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 312 (เล่ม 80)

อรรถกถาโอธิโสกถา
ว่าด้วยการละกิเลสบางส่วน
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องบางส่วน. ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดย่อม
ปรารถนาการละกิเลสได้บางส่วน ๆ คือ โดยส่วนหนึ่ง ๆ จากการเห็น
ทุกข์เป็นต้นด้วยสามารถแห่งการตรัสรู้ต่าง ๆ แห่งพระโสดาบันเป็นต้น
ดุจนิกายสมิติยะทั้งหลายในขณะนี้ เพื่อจะทำลายลัทธินิกายเหล่านั้น
สกวาทีถึงถามว่า บุคคลละกิเลสได้เป็นบางส่วนหรือ คำรับรอง
ว่าใช่ เป็นของปรวาที. การซักถามอีกเป็นของสกวาที. คำปฏิเสธเป็น
ของปรวาที เพราะไม่มีความเป็นพระโสดาบัน เป็นต้น โดยเอกเทศ
คือบางส่วน. บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในวาระทั้งปวงโดยอุบายนี้.
อรรถกถาโอธิโสกถา จบ

312
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 313 (เล่ม 80)

ชหติกถา
[๒๘๖] สกวาที ปุถุชนละกามราคะ และพยาบาทได้ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. ละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มีส่วนเหลือ ละได้ไม่มี
เยื่อใย ละได้กับทั้งราก ละได้กับทั้งตัณหา ละได้กับทั้งอนุสัย ละได้
ด้วยญาณอันเป็นอริยะ แทงตลอดอกุปปธรรมละได้ ทำให้แจ้งอนาคามิ-
ผลละได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๒๘๗] ส. ปุถุชนข่มกามราคะ และพยาบาทได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ข่มได้หมดสิ้น ไม่ได้ไม่มีส่วนเหลือ ข่มได้ไม่
มีเยื่อใย ข่มได้กับทั้งราก ข่มได้กับทั้งตัณหา ข่มได้กับทั้งอนุสัย ข่มได้
ด้วยญาณอันเป็นอริยะ ข่มได้ด้วยมรรคอันเป็นอริยะ แทงตลอดอกุปป-
ธรรมข่มได้ ทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๒๘๘] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกาม
ราคะและพยาบาทได้ และบุคคลนั้นละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มีส่วน
เหลือ ฯ ล ฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

313
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 314 (เล่ม 80)

ส. ปุถุชนละกามราคะ และพยาบาทได้ และเขา
ละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มีส่วนเหลือ ฯ ล ฯ ทำให้แจ้งอนามิผล ละได้
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๘๙] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ข่มกาม
ราคะพยาบาทได้ และบุคคลนั้นข่มได้หมดสิ้น ข่มได้ไม่มีส่วนเหลือ ฯลฯ
ทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ปุถุชนข่มกามราคะและพยาบาทได้ และเขาข่ม
ได้หมดสิ้น ข่มได้ไม่มีส่วนเหลือ ฯ ล ฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผล ข่มได้
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๒๙๐] ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ แต่เขาจะละ
ได้หมดสิ้นก็หามิได้ จะละได้ไม่มีส่วนเหลือก็หามิได้ จะละได้ไม่มีเยื่อใย
ก็หามิได้ จะละได้กับทั้งรากก็หามิได้ จะละได้กับทั้งตัณหาก็มิได้ จะละ
ได้กับทั้งอนุสัยก็หามิได้จะละได้ด้วยญาณอันเป็นอริยะก็หามิได้ จะละได้
ด้วยมรรคอันเป็นอริยะก็หามได้ จะแทงตลอดอกุปปธรรมละได้ก็หามิได้
จะทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ก็หามิได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกาม

314
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 315 (เล่ม 80)

ราคะและพยาบาทได้ แต่บุคคลนั้นจะละได้ทั้งหมดก็หามิได้ ฯลฯ จะทำ
ให้แจ้งอนาคามิผลละได้ก็หามิได้ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๙๑] ส. ปุถุชนข่มกามราคะและพยาบาทได้ แต่เขาจะ
ข่มได้หมดสิ้นก็หามิได้ จะข่มได้ไม่มีส่วนเหลือก็หามิได้ ฯ ล ฯ จะทำ
ให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ก็หามิได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ข่มกาม
ราคะและพยาบาทได้ แต่บุคคลนั้นจะข่มได้หมดสิ้นก็หามิได้ จะข่มได้
ไม่มีส่วนเหลือก็หามิได้ ฯ ล ฯ จะทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ก็หามิได้
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๒๙๒] ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ด้วยมรรคไหน ?
ป. ด้วยมรรคส่วนรูปาวจร.
ส. มรรคส่วนรูปาวจรเป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ
ให้ถึงความสิ้นไป ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของ
อาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็น
อารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์

315
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 316 (เล่ม 80)

ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ไม่เป็น
อารมณ์ของสังกิเลส หรือ.
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. มรรคส่วนรูปาวจร ไม่เป็นเหตุนำออกจากสัง-
สารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้
ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพนาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของ
สัญโญชน์ ฯ ล ฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส มิใช่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า มรรคส่วนรูปาวจร ไม่เป็นเหตุนำออก
จากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความ
ตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสาวะ เป็น
อารมณ์ของสัญโญชน์ ฯ ล ฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ด้วยมรรคส่วนรูปาวจร.
[๒๙๓] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกาม
ราคะและพยาบาทได้ด้วยอนาคามิมรรค และมรรคนั้นเป็นเหตุนำออก
จากสังสารวัฏ ให้ถึงความสิ้นไป ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน
ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ. ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯ ล ฯ ไม่เป็น
อารมณ์ของสังกิเลส หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ด้วยมรรค
ส่วนรูปาวจรและมรรคนั้นเป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ให้ถึงความสิ้น

316
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 317 (เล่ม 80)

ไป ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่
เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๙๔] ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ด้วยมรรค
ส่วนรูปาวจรและมรรคนั้นไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรม
ให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึง
นิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯ ล ฯ
เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกาม
ราคะและพยาบาทได้ด้วยอนาคามิมรรค แต่มรรคนั้นไม่เป็นเหตุนำ
ออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึง
ความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็น
อารมณ์ของสัญโญชน์ ฯ ล ฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๒๙๕] ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้ง-
หลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการ
บรรลุธรรม หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ดำรงอยู่ในอรหัตผล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ

317
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 318 (เล่ม 80)

[๒๙๖] ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้ง-
หลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการ
บรรลุธรรม หรือ ?.
ป. ถูกแล้ว.
ส. ยังมรรคทั้งสามให้เกิดได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ยังมรรคทั้งสามให้เกิดได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ทำให้แจ้งสามัญญผลทั้งสามได้ ไม่ก่อนไม่หลัง
หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทำให้แจ้งสามัญญผลทั้งสามได้ ไม่ก่อนไม่หลัง
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะสาม แห่งเวทนาสาม
แห่งสัญญาสาม แห่งเจตนากาม แห่งจิตนาสาม แห่งจิตสาม แห่งศรัทธาสาม แห่ง
วิริยะสาม แห่งสติสาม แห่งสมาธิสาม แห่งปัญญาสาม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๒๙๗] ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้ง-
หลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการ
บรรลุธรรม หรือ ?

318
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 319 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ด้วยโสดาปัตติผลมรรค หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ด้วยสกทาคามิผลมรรค หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ด้วยมรรคไหน ?
ป. ด้วยอนาคามิมรรค.
ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้
ด้วยอนาคามิมรรค หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้
ด้วยอนาคามิมรรค หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสโสดาปัตติผล เพราะละ
สัญโญชน์สามมิใช่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสโสดาปัตติผล
เพราะละสัญโญชน์สาม ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา
สีลัพพตปรามาส ได้ด้วยอนาคามิมรรค ฯ ล ฯ
ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ
ได้ด้วยอนาคามิมรรค หรือ ?

319
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 320 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ
ได้ด้วยอนาคามิมรรค หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสกทาคามิผล เพราะ
ความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท มิ
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสกทาคามิผล
เพราะความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละกาม
ราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอนาคามิมรรค.
[๒๙๘] ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้ง-
หลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผล พร้อมกับการ
บรรลุธรรม หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ชนเหล่าใดเหล่านี้บรรลุธรรมได้ ชนเหล่า
นั้นทั้งหมดดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการ
บรรลุธรรม หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๙๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ปุถุชนละกามราคะและพยาบาท
ได้ หรือ ?

320
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 321 (เล่ม 80)

ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ในกาลส่วน
อดีต ได้มีศาสดาทั้งหกเป็นผู้มียศ หมดความฉุนโกรธ แจ่มใส
เพราะกรุณา พ้นจากความเกี่ยวข้องในกาม คลายกามราคะแล้ว
เข้าถึงพรหมโลก แม้สาวกของศาสดาเหล่านั้น อันมีจำนวน
หลายร้อยก็เป็นผู้หมดความฉุนโกรธ แจ่มใสเพราะกรุณา พ้นจาก
ความเกี่ยวข้องในกาม คลายกามราคะแล้ว เข้าถึงพรหมโลก
ดังนี้๑ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอย่างนั้น ปุถุชนก็ละกามราคะและพยาบาท
ได้น่ะสิ.
[๓๐๐] ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ-
ทั้งหลาย ศาสดาชื่อสุเนตตะนั้นแล เป็นผู้มีอายุยืนอย่างนี้ ทรง
ชีพอยู่นานอย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้หลุดพ้นจาก ชาติ ชรา มรณะ
โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เรากล่าวว่า เป็นผู้
ไม่พ้นจากทุกข์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร ? ก็เพราะไม่รู้ตาม ไม่แทง
๑. องฺ. ฉกฺก. ๒๒/๓๒๕

321