พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 262 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระมหาโมคคัลลานเถระ...พระมหากัสสปเถระ
...พระมหากัจจายนเถระ...พระมหาโกฏฐิตเถระ... พระมหาปันถกเถระ
เสื่อมแล้วจากพระอรหัตผล หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระสารีบุตรเถระ ไม่ได้เสื่อมจากอรหัตผล
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระสารีบุตรเถระไม่ได้เสื่อมจากอร-
หัตผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อม
จากอรหัตผล.
ส. พระมหาโมคคัลลานเถระ...พระมหากัสสปเถระ
...พระมหากัจจายนเถระ...พระมหาโกฏฐิตเถระ...พระมหาปันถกเถระ
ไม่ได้เสื่อมจากอรหัตผล หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระมหาโมคคัลลานเถระ ฯ ล ฯ พระ-
มหาปันถกเถระไม่ได้เสื่อมจากอรหัตผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์
เสื่อมจากอรหัตผลได้.
[๒๔๗] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

262
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 263 (เล่ม 80)

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ปฏิปทาที่พระ-
สมณะประกาศแล้วนี้สูงและต่ำแล แต่ผู้ปฏิบัติจะไปถึงฝั่ง (คือ
นิพพาน) ได้สองเที่ยวก็หาไม่ ฝั่งนี้อันผู้ปฏิบัติจะได้รู้แต่ครั้งเดียว
ก็หาไม่ ดังนี้๑ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์
เสื่อมจากอรหัตผลได้ น่ะสิ
[๒๔๘] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บรรดากิเลสวัฏที่พระอรหันต์ตัดแล้ว ยังมีบาง
อย่างที่ยังจะต้องตัดอีก หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บรรดากิเลสวัฏที่พระอรหันต์ตัดแล้ว ยังมีบาง
อย่างที่ยังจะต้องตัดอีก หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ท่านผู้เสร็จ
กิจที่จำต้องทำแล้ว เป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสเครื่องยึดถือ
บรรดากิเลสวัฏที่ท่านตัดแล้ว ไม่มีอันใดที่จะต้องตัดอีก ท่าน
ถอนห้วงน้ำและบ่วงได้แล้ว ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
๑. ขุ. สุ. ๒๕/๓๘๙.

263
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 264 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า บรรดากิเลสวัฏที่
พระอรหันต์ตัดแล้ว ยังมีบางอย่างที่ยังจะต้อง
ตัดอีก น่ะสิ ?
[๒๔๙] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ ?
ป. ลูกแล้ว.
ส. กิจที่ทำแล้ว ต้องกลับสร้างสมอีก มีหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. กิจที่ทำแล้ว ต้องกลับสร้างสมอีก มีหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า การกลับสร้าง
สมกิจที่ทำแล้วไม่มี กิจอื่นที่จำต้องทำอีกก็ไม่มี แก่ภิกษุนั้นผู้
พ้นแล้วโดยชอบ ผู้มีจิตสงบแล้ว บรรดารูป เสียง กลิ่น รส
ผัสสะ ธัมมารมณ์ทุกอย่าง ทั้งที่น่าปรารถนา และไม่น่าปรารถนา
ไม่ยังจิตของท่านผู้คงที่ อันตั้งมั่น หลุดพ้นแล้ว ให้หวั่นไหวได้
ดุจภูเขาศิลาล้วนเป็นแท่งทึบย่อมไม่สะเทือนเพราะลม ฉะนั้น
เพราะภิกษุนั้นย่อมพิจารณาเห็นแต่ความสิ้นไปแห่งจิตนั้น ๆ ดังนี้๑
เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
๑. วิ. มหา. ๕/๔

264
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 265 (เล่ม 80)

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า กิจที่ทำแล้วต้อง
กลับสร้างสมอีก มีอยู่ น่ะสิ.
[๒๕๐] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผล
ได้ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย ธรรม ๕ เหล่านี้ ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความเสื่อมรอบ
แก่ภิกษุผู้สมยวิมุต ธรรม ๕ เป็นไฉน คือ ความเพลิดเพลินใน
การงาน ความเพลิดเพลินในการสนทนา ความเพลิดเพลินใน
การหลับ ความเพลิดเพลินในการคลุกคลี ไม่พิจารณาจิตที่หลุด
พ้นแล้วอย่างไร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ เหล่านี้แล ย่อม
เป็นไปพร้อมเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุผู้สมยวิมุต ดังนี้๑ เป็นสูตร
มีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอย่างนั้น พระอรหันต์ก็เสื่อมจากอรหัตผล
ได้ น่ะสิ ?
[๒๕๑] ส. พระอรหันต์มีความเพลิดเพลินในการงานหรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
๑. อัง. ปัญจก. ๒๒/๑๔๙

265
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 266 (เล่ม 80)

ส. พระอรหันต์มีความเพลิดเพลินในการงาน หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ กามราคะ กามราคปริ-
ยุฏฐานะ กามราคสัญโญชน์ กาโมฆะ กาม-
โยคะ กามฉันทนิวรณ์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระอรหันต์ยังมีความเพลิดเพลินในการสนทนา
...มีความเพลิดเพลินในการหลับ... มีความ
เพลิดเพลินในการคลุกคลี หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระอรหันต์ยังมีความเพลิดเพลินในการคลุกคลี
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ กามราคะ กามราคปริ-
ยุฏฐานะ กามราคสัญโญชน์ กาโมฆะ กาม-
โยคะ กามฉันทนิวรณ์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๒๕๒] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

266
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 267 (เล่ม 80)

ส. พระอรหันต์เมื่อเสื่อมจากอรหัตผล ถูกอะไร
กลุ้มรุมจึงเสื่อม ?
ป. ถูกราคะกลุ้มรุมจึงเสื่อม.
ส. การกลุ้มรุมเกิดขึ้น เพราะอาศัยอะไร ?
ป. เกิดขึ้น เพราะอาศัยอนุสัย.
ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ยังมีกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทีฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวรา-
คานุสัย อวิชชานุสัย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. พระอรหันต์ถูกโทสะกลุ้มรุมจึงเสื่อม ฯ ล ฯ ถูก
โมหะกลุ้มรุมจึงเสื่อม.
ส. ความกลุ้มรุมเกิดขึ้นเพราะอาศัยอะไร ?
ป. เกิดขึ้น เพราะอาศัยอนุสัย.
ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.

267
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 268 (เล่ม 80)

ส. พระอรหันต์ยังมีกามราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุ-
สัย หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
[๒๕๓] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เมื่อพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผล อะไรก่อ
ตัวขึ้น.
ป. ราคะก่อตัวขึ้น.
ส. สักกายทิฏฐิก่อตัวขึ้นหรือ ? วิจิกิจฉาก่อตัวขึ้น
หรือ ? สีลัพพตปรามาสก่อตัวขึ้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. โทสะก่อตัวขึ้นหรือ ฯ ล ฯ โมหะก่อตัวขึ้นหรือ ?
สักกายทิฏฐิก่อตัวขึ้นหรือ ? วิจิกิจฉาก่อตัวขึ้นหรือ ? สีลัพพตปรามาสก่อ
ตัวขึ้น หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๕๔] ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์เลิกสะสมอยู่ หรือ ?

268
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 269 (เล่ม 80)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระอรหันต์ยังละอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระอรหันต์ยังยึดมั่นอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระอรหันต์ยังหมักหมมอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯ ล ฯ
ส. พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังมืดมัวอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็
ไม่ใช่ แต่เป็นผู้เลิกสะสมแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิก
สะสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้เลิกสะสมแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าพระ-
อรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้.
ส. พระอรหันต์ยังละอยู่ก็ไม่ใช่ ยังยึดมั่นอยู่ก็ไม่
ใช่ แต่เป็นผู้ละขาดแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ ?

269
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 270 (เล่ม 80)

ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังละอยู่ก็ไม่ใช่ ยังยึดมั่น
อยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาดแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์
เสื่อมจากอรหัตผลได้.
ส. พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ ยังหมักหมม
อยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ชำระล้างแล้วตั้งอยู่ มิใช่
หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ ยัง
หมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ชำระล้างแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้.
ส. พระอรหันต์ยังกำจัดมีอยู่ก็ไม่ใช่ ยังมืดมัวอยู่
ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัดมืดแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. หากว่า พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ก็ไม่ใช่ ยัง
มืดมัวอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัดมืดแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ-
อรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้.
ปริหานิกถา จบ

270
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 271 (เล่ม 80)

อรรถกถาปริหานิกถา
ว่าด้วยความเสื่อม
บัดนี้ ชื่อว่า เรื่องความเสื่อม. ก็นิกายสมิติยะ วัชชีปุตตกะ
สัพพัตถิกวาที และมหาสังฆิกะบางพวก อาศัยพระสูตรทั้งหลายว่า*
ปริหานิธมฺโม อปริหานิธมฺโม เทฺวเม ภิกฺขเว ธมฺมา เสกฺขสฺส
ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ ปญฺจิเนุ ภิกฺขเว ธมฺมา สมย-
วิมุตฺตสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ ดังนี้ ด้วยประการฉะนี้
เป็นต้น ย่อมปรารถนาซึ่งความเสื่อมรอบแม้แก่พระอรหันต์ เพราะ
ฉะนั้น ความเสื่อมเหล่านั้น หรือเหล่าอื่นนั่นแหละจงยกไว้ก่อน ลัทธิ
คือความถือผิดนี้ย่อมมีแก่ชนเหล่าใด เพื่อทำลายลัทธิแห่งชนเหล่านั้น
สกวาทีจึงถามปรวาทีว่า พระอรหันต์เสื่อมจากความเป็นพระอร-
หันต์หรือ ในคำถามเหล่านั้น คำว่า " ความเสื่อม " ได้แก่ความ
เสื่อม ๒ อย่างคือ ปัตตปริหานิ คือความเสื่อมจากธรรมที่เคยบรรลุแล้ว
และอัปปัตตปริหานิ คือความเสื่อมจากธรรมที่ยังไม่บรรลุ.
* พระสูตรนี้แปลว่า ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างเหล่านี้ คือ ปริหานิ-
ธรรม และอปริหานิธรรม ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมรอบแก่ภิกษุผู้เป็นเสกข-
บุคคล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ เหล่านี้ คือ ความเพลิดเพลินในการงาน
ความเพลิดเพลินในการสนทนา ความเพลิดเพลินในการหลับ ความเพลิดเพลิน
ในการคลุกคลี ความหลุดพ้นแห่งจิตมีอย่างไรไม่พิจารณาอย่างนั้น ย่อมเป็นไป
พร้อมเพื่อความเสื่อมรอบแก่ภิกษุผู้สมยวิมุตตบุคคล ดังนี้ด้วยประการฉะนี้เป็นต้น

271