ด้วยเครื่องปรุง ด้วยข้าวกล้าทุกชนิค ก็ในที่นี้ น้ำสุราเท่านั้นจัดว่ามีโทษ แต่
บุคคลนี้มีความสำคัญแม้ในน้ำส่าหมักนั้นว่ามีโทษ. บทว่า "เอกาคาริโก"
ได้แก่ ได้ภิกษาในเรือนหลังหนึ่งเท่านั้นแล้วก็กลับไป. บทว่า "เอกาโลปิโก"
ได้แก่ เขาย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยคำข้าวเพียงคำเดียว. แม้ในคำว่า "ป่า
และบ้าน" เป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
สองบทว่า "เอกิสฺสาปิ ทตฺติยา" แปลว่า ถาดใบหนึ่ง ถาดใบเล็กๆ
ใบหนึ่งชื่อว่า ทตฺติ ก็ชนทั้งหลายบรรจุภิกษาอันเลิศตั้งไว้ในที่ใด. บทว่า
"เอกาหิกํ" แปลว่า ภัตที่เขาถวายวันหนึ่ง. บทว่า "อฑฺฒมาสิกํ" แปลว่า
ภัตที่เขาถวายมีกำหนดเดือนหนึ่ง. บทว่า "ปริยายภตฺตโภชนํ" ได้แก่ ภัต
ที่เขาบริโภคตามวาระ การบริโภคภัตที่เขานำมาโดยวาระแห่งวันอย่างนี้ คือ
ตามวาระหนึ่งวัน สองวัน เจ็ดวัน กึ่งเดือน. บทว่า "สากภกฺโข" ได้แก่ มี
ผักสดเป็นอาหาร. บทว่า "สามากภกฺโข" ได้แก่ มีเมล็ดข้าวฟ่างเป็นอาหาร.
พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า นิวารา แปลว่า การห้าม เป็นต้น พึงทราบ
ธัญชาติที่เกิดขึ้นเองในป่าก่อน. บทว่า "ททฺทุลํ" ได้แก่ เศษหนังที่ช่าง
หนังขูดหนังออกทิ้ง. ยางก็ดี สาหร่ายก็ดี แม้ยางต้นไม้มีต้นกรรณิการ์เป็นต้น
เรียกว่า หฏํ. บทว่า "กณํ" แปลว่า รำข้าว. บทว่า "อาจาโม" ได้แก่ ข้าวตัง
ที่ติดอยู่ที่หม้อข้าว. เขาถือเอาข้าวตังนั้นในที่ที่คนทิ้งแล้วจึงเคี้ยวกิน. อาจารย์
บางพวกกล่าวว่า เขาบริโภคน้ำข้าวดังนี้บ้าง. บทว่า ปิญฺชาก เป็นต้นมี
ความปรากฏชัดแล้ว. บทว่า "ปวตฺตผลโภชี" แปลว่า ผู้บริโภคผลไม้ที่
หล่นเอง.
บทว่า "มสาถานิ" ได้แก่ ผ้าที่เขาทอปะปนกัน. บทว่า "ฉวทุสฺสานิ"
ได้แก่ ผ้าที่เขาทิ้งแล้วจากซากศพ. อีกอย่างหนึ่ง ผ้าที่เขาถักกระทำด้วยหญ้า