ชื่อของผลอันมรรคให้แล้ว เพราะเหตุนั้น พระโสดาบัน พระองค์จึงทรง
ประสงค์เอาในขณะแห่งผล.
บทว่า "อวินิปาตธมฺโม" ได้แก่ ภาวะคือการไม่ไปสู่อบายกล่าว
คือ วินิปาตด้วยสามารถแห่งอันเกิดขึ้น. บทว่า "นิยโต" ได้แก่ ชื่อว่า นิยตะ
คือ เที่ยงด้วยนิยามแห่งมรรค บทว่า "สมฺโพธิปรายโน" ได้แก่ ความเป็น
ผู้มีการตรัสรู้อันจะเป็นไปในภายหน้า. แท้จริง พระโสดาบันนั้น ย่อมตรัสรู้
ด้วยมรรคอันตนได้เฉพาะแล้ว เพราะฉะนั้น ท่านจึงชื่อว่า สัมโพธิปรายโน.
อีกอย่างหนึ่ง พระโสดาบันนั้น จักตรัสรู้ด้วยมรรคเบื้องบนทั้ง ๓ โดยแน่แท้
เพราะเหตุนั้น ท่านจึงชื่อว่า สัมโพธิปรายโน.
สองบทว่า " เทเว จ มนุสฺเส จ" ได้แก่ เทวโลก และมนุษยโลก.
สองบทว่า "สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวา" ได้แก่ การไป ๆ มา ๆ ด้วยอำนาจปฏิสนธิ.
สองบทว่า "ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ" ได้แก่ การทำหนทาง อันเป็นที่สุดแห่ง
วัฏฏทุกข์.
สองบทว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ คือ ผู้เห็นปานนี้ ท่าน
เรียกชื่อว่า สัตตักขัตตุปรโม แปลว่า ผู้มี ๗ ชาติเป็นอย่างยิ่ง. ก็สัตตัก-
ขัตตุปรมบุคคลนี้พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วด้วยภพที่ปะปนกัน
ด้วยสามารถแห่งเทวโลกและมนุษยโลก ตามกาลอันสมควร.
จบอรรถกถาสัตตักขัตตุปรมบุคคล