พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 163 (เล่ม 79)

๕. บุคคลผู้ไม่มีหิริ
บุคคลผู้ไม่มีโอตตัปปะ
๖. บุคคลผู้ว่ายาก
บุคคลผู้มีมิตรชั่ว
๗. บุคคลผู้มีทวารอันไม่คุ้มครองแล้วในอินทรีย์
ทั้งหลาย
บุคคลผู่ไม่รู้ประมาณในโภชนะ
๘. บุคคลผู้มีสติหลง
บุคคลผู้ไม่มีสัมปชัญญะ
๙. บุคคลผู้มีศีลวิบัติ
บุคคลผู้มีทิฏฐิวิบัติ
๑๐. บุคคลผู้มีสัญโญชน์ในภายใน
บุคคลผู้มีสัญโญชน์ในภายนอก
๑๑. บุคคลผู้ไม่มักโกรธ
บุคคลผู่ไม่ผูกโกรธ
๑๒. บุคคลผู้ไม่ลบหลู่บุญคุณของผู้อื่น
บุคคลผู่ไม่ตีเสมอผู้อื่น
๑๓. บุคคลผู้ไม่มีความริษยา
บุคคลผู้ไม่มีความตระหนี่
๑๔. บุคคลผู้ไม่โอ้อวด
บุคคลผู้ไม่มีมารยา

163
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 164 (เล่ม 79)

๑๕. บุคคลผู้มีหิริ
บุคคลผู้มีโอตตัปปะ
๑๖. บุคคลผู้ว่าง่าย
บุคคลผู้มีมิตรดี
๑๗. บุคคลผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย
บุคคลผู้รู้ประมาณในโภชนะ
๑๘. บุคคลผู้มีสติตั้งมั่น
บุคคลผู้มีสัมปชัญญะ
๑๙. บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
บุคคลผู้พร้อมด้วยทิฏฐิ
๒๐. บุคคล ๒ จำพวกที่หาได้ยาก
๒๑. บุคคล ๒ จำพวกที่ให้อิ่มได้ยาก
๒๒. บุคคล ๒ จำพวกที่ให้อิ่มได้ง่าย
๒๓. อาสวะย่อมเจริญแก่บุคคล ๒ จำพวก
๒๔. อาสวะย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ จำพวก
๒๕. บุคคลผู้มีอัธยาศัยเลว
๒๖. บุคคลผู้มีอัธยาศัยประณีต
๒๖. บุคคลผู้อิ่มแล้ว
บุคคลผู้ให้คนอื่นอิ่ม
จบ ทุกมาติกา

164
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 165 (เล่ม 79)

ติกมาติกา
[๙] บุคคล ๓ จำพวก
๑. บุคคลผู้ไม่มีความหวัง
บุคคลผู้มีความหวัง
บุคคลผู้มีความหวังปราศไปแล้ว
๒. บุคคลเปรียบด้วยคนไข้ ๓ จำพวก
๓. บุคคลผู้ชื่อว่า กายสักขีะ
บุคคลผู้ชื่อว่า ทิฏฐิปัตตะ
บุคคลผู้ชื่อว่า สัทธาวิมุต
๔. บุคคลผู้มีวาจาเหมือนคูถ
บุคคลผู้มีวาจาเหมือนดอกไม้
บุคคลผู้มีวาจาเหมือนน้ำผึ้ง
๕. บุคคลผู้มีจิตเหมือนแผลเรื้อรัง
บุคคลผู้มีจิตเหมือนฟ้าแลบ
บุคคลผู้มีจิตเหมือนฟ้าผ่า
๖. บุคคลผู้บอด
บุคคลผู้มีคาข้างเดียว
บุคคลผู้มีตาสองข้าง
๗. บุคคลผู้มีปัญญาดังหม้อคว่ำ
บุคคลผู้มีปัญญาดังหน้าตัก
บุคคลผู้มีปัญญามาก

165
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 166 (เล่ม 79)

๘. บุคคลบางจำพวกยังไม่สิ้นทั้งกามราคะและภวราคะ
บุคคลบางจำพวกสิ้นกามราคะแล้วแต่ภวราคะยัง
มีอยู่
บุคคลบางจำพวกสิ้นหมดแล้วทั้งกามราคะและ
ภวราคะ
๙. บุคคลเสมือนรอยขีดในหิน
บุคคลเสมือนรอยขีดในแผ่นดิน
บุคคลเสมือนรอยขีดในน้ำ
๑๐. บุคคลเปรียบด้วยผ้าป่าน ๓ จำพวก
๑๑. บุคคลเปรียบด้วยผ้าแคว้นกาสี ๓ จำพวก
๑๒. บุคคลที่ประมาณได้ง่าย
บุคคลที่ประมาณได้ยาก
บุคคลที่ประมาณไม่ได้
๑๓. บุคคลบางคนไม่ควรสมาคม ไม่ควรคบ ไม่ควร
เข้าใกล้
บุคคลบางคนควรสมาคม ควรคบ ควรเข้าใกล้
บุคคลบางคนควรสักการะเคารพแล้ว จึงสมาคม
จึงคบ จึงเข้าใกล้
๑๔. บุคคลบางคนควรเกลียด ไม่ควรสมาคม ไม่ควร
คบ ไม่ควรเข้าใกล้
บุคคลบางคนควรเฉย ๆ เสีย ไม่ควรสมาคม ไม่

166
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 167 (เล่ม 79)

ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้
บุคคลบางคนควรสมาคม ควรคบ ควรเข้าใกล้
๑๕. บุคคลบางคนมีปกติทำให้บริบูรณ์ในศีล มีปกติ
ทำพอประมาณในสมาธิ มีปกติทำพอประมาณใน
ปัญญา
บุคคลบางคนมีปกติทำให้บริบูรณ์ในศีลด้วย มี
ปกติทำให้บริบูรณ์ ในสมาธิด้วย มีปกติทำพอประ-
มาณในปัญญา
บุคคลบางคนมีปกติทำให้บริบูรณ์ในศีลด้วย มี
ปกติทำให้บริบูรณ์ในสมาธิด้วย มีปกติทำให้บริ-
บูรณ์ในปัญญาด้วย
๑๖. ศาสดา ๓ ประเภท
๑๗. ศาสดา ๓ ประเภท แม้อื่นอีก
จบติกมาติกา
จตุกกมาติกา
[๑๐] บุคคล ๔ จำพวก
๑. คนที่เป็นอสัตบุรุษ
คนที่เป็นอสัตบุรุษยิ่งกว่าอสัตบุรุษ
คนที่เป็นสัตบุรุษ
คนที่เป็นสัตบุรุษยิ่งกว่าสัตบุรุษ

167
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 168 (เล่ม 79)

๒. คนลามก
คนลามกยิ่งกว่าคนลามก
คนดี
คนดียิ่งกว่าคนดี
๓. คนมีธรรมลามก
คนมีธรรมลามกยิ่งกว่าคนมีธรรมลามก
คนมีธรรมงาม
คนมีธรรมงามยิ่งกว่าคนมีธรรมงาม
๔. คนมีโทษ
คนมีโทษมาก
คนมีโทษน้อย
คนไม่มีโทษ
๕. บุคคลผู้เป็นอุคฆฏิตัญญู
บุคคลผู้เป็นวิปัญจิตัญญู
บุคคลผู้เป็นเนยยะ
บุคคลผู้เป็นปทปรมะ
๖. บุคคลผู้โต้ตอบลูกต้องแต่ไม่ว่องไว
บุคคลผู้โต้ตอบว่องไวแต่ไม่ถูกต้อง
บุคคลผู้โต้ตอบลูกต้องและว่องไว
บุคคลผู้โต้ตอบไม่ถูกต้องและไม่ว่องไว
๗. บุคคลผู้เป็นธรรมกถึก ๔ จำพวก
๘. บุคคลผู้เปรียบเทียบด้วยวลาหก ๔ จำพวก

168
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 169 (เล่ม 79)

๙. บุคคลผู้เปรียบด้วยหนู ๔ จำพวก
๑๐. บุคคลผู้เปรียบด้วยมะม่วง ๔ จำพวก
๑๑. บุคคลผู้เปรียบด้วยหม้อ ๔ จำพวก
๑๒. บุคคลผู้เปรียบด้วยห้วงน้ำ ๔ จำพวก
๑๓. บุคคลผู้เปรียบด้วยโคถึก ๔ จำพวก
๑๔. บุคคลผู้เปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวก
๑๕. บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูดสรร-
เสริญคนที่ไม่ควรสรรเสริญ
บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูด
ติเตียนคนที่ควรสรรเสริญ
บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ มีความ
เลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส
บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว ไม่
เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใส
๑๖. บุคคลบางคนใคร่ครวญ ไตร่ตรองแล้ว พูดติเตียน
คนที่ควรติเตียน
บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว พูดสรรเสริญ
คนที่ควรสรรเสริญ
บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว ไม่เลื่อมใสใน
ฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส
บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว เลื่อมใสใน
ฐานะที่ควรเลื่อมใส

169
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 170 (เล่ม 79)

๑๗. บุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้
ตามกาล แต่ไม่พูดสรรเสริญ คนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล
บุคคลบางคนพูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริง
แท้ตามกาล แต่ไม่พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล
บุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้
ตามกาล และพูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล
บุคคลบางคนไม่พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้
ตามกาล และไม่พูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล
๑๘. บุคคลผู้ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น มิใช่ดำรง
ชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญ
บุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญ มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วย
ผลแห่งความหมั่น
บุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่นด้วย ดำรงชีพ
อยู่ด้วยผลแห่งบุญด้วย
บุคคลผู้มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น ทั้งมิใช่
ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญด้วย
๑๙. บุคคลผู้มืดมามืดไป
บุคคลผู้มืดมาสว่างไป
บุคคลผู้สว่างมามืดไป
บุคคลผู้สว่างมาสว่างไป
๒๐. บุคคลผู้ต่ำมาแล้วต่ำไป
บุคคลผู้ต่ำมาแล้วสูงไป

170
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 171 (เล่ม 79)

บุคคลผู้สูงมาแล้วต่ำไป
บุคคลผู้สูงมาแล้วสูงไป
๒๑. บุคคลผู้เปรียบด้วยต้นไม้ ๔ อย่าง
๒๒. บุคคลผู้ถือรูปเป็นประมาณเลื่อมใสในเสียง
บุคคลผู้ถือเสียงเป็นประมาณเลื่อมใสในเสียง
บุคคลผู้ถือความเศร้าหมองเป็นประมาณเลื่อมใสใน
ความเศร้าหมอง
บุคคลผู้ถือธรรมเป็นประมาณเลื่อมใสในธรรม
๒๓. บุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อ
ประโยชน์คนอื่น
บุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่น ไม่ปฏิบัติ
เพื่อประโยชน์ตน
บุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนด้วย ปฏิบัติเพื่อ
ประโยชน์คนอื่นด้วย
บุคคลบางคนไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อ
ประโยชน์คนอื่น
๒๔. บุคคลบางคนทำคนให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบ
สิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อน
บุคคลบางคนทำคนอื่นให้เดือดร้อน ขวนขวายประ-
กอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน
บุคคลบางคนทำตนให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบ
สิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อนด้วย ทำคนอื่นให้เดือดร้อน ขวนขวาย
ประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อนด้วย

171
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 172 (เล่ม 79)

บุคคลบางคนไม่ทำตนให้เดือดร้อน ไม่ขวนขวาย
ประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อน ไม่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน ไม่
ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน บุคคลนั้นไม่ทำตน
ให้เดือดร้อน ไม่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน เป็นผู้หมดหิว เป็นผู้ดับ
แล้ว เป็นผู้เย็นแล้ว เสวยความสุขมีตนอันประเสริฐ สำเร็จ
อิริยาบถอยู่ในทิฏฐิธรรมเที่ยว
๒๕. บุคคลมีราคะ
บุคคลมีโทสะ
บุคคลมีโทสะ
บุคคลมรมานะ
๒๖. บุคคลบางคนได้เจโตสมถะในภายใน แต่ไม่ได้ปัญญา
เห็นแจ้งในธรรม กล่าวคืออธิปัญญา
บุคคลบางคนได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรมคืออธิปัญญา
แต่ไม่ได้เจโตสมถะในภายใน
บุคคลบางคนได้เจโตสมถะในภายในด้วย ได้ปัญญา
เห็นแจ้งในธรรมคืออธิปัญญาด้วย
บุคคลบางคนไม่ได้เจโตสมถะในภายในด้วย ไม่ได้
ปัญญาเห็นแจ้งในธรรม คืออธิปัญญาด้วย
๒๗. บุคคลผู้ไปตามกระแส
บุคคลผู้ไปทวนกระแส
บุคคลผู้ตั้งตัวได้แล้ว
บุคคลผู้ข้ามถึงฝั่งยืนอยู่บนบก เป็นพราหมณ์

172