สองบทว่า "โสฬสหิ ธาตูหิ" อธิบายว่า จักขุวิญญาณธาตุ ยก
เว้นตัวเองก่อนแล้ว ไม่ประกอบด้วย วิญญาณธาตุ ๖ และรูปธาตุ ๑๐. แม้
ในธาตุที่เหลือทั้งหลาย ก็นัยนี้นั่นแหละ. สองบทว่า "ตีหิ ขนฺเธหิ" ได้แก่
(สัมปยุต) ด้วยขันธ์ที่เหลือทั้งหลาย ยกเว้นสังขารขันธ์. สองบทว่า "เอกาย
ธาตุยา" ได้แก่ ด้วยมโนวิญญาณธาตุ. เพราะว่า สัมปโยคะของสมุทัยและ
มรรคด้วยธาตุอื่น ย่อมไม่มี. สองบทว่า "เอเกน ขนฺเธน" ได้แก่ ด้วย
สังขารขันธ์. บทว่า "เอเกนายตเนน" ได้แก่ ด้วยธัมมายตนะ. สอง
บทว่า "เอกาย ธาตุยา" ได้แก่ ด้วยธัมมธาตุ. เพราะบรรดาสัจจะเหล่านั้น
สัจจะ ๒ สัมปยุตได้ด้วยธัมมธาตุบางอย่าง.
ในปัญหาว่าด้วย สุขินทรีย์ เป็นต้น บทว่า "ตีหิ" ได้แก่ สัมปยุต
ด้วยขันธ์ คือ สัญญา สังขาร และวิญญาณ. สองบทว่า "เอกาย ธาตุยา"
ได้แก่ (สัมปุยุต) ด้วยกายวิญญาณธาตุ และมโนวิญญาณธาตุ๑. สองบทว่า
"ฉหิ ธาตูหิ" ได้แก่ ไม่ประกอบด้วยวิญญาณธาตุทั้งหลาย ยกเว้นกาย-
วิญญาณธาตุ.
ในปัญหาว่าด้วย รูปภพ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า "น เกหิจิ"
ดังนี้ เพราะความที่อรูปขันธ์ และอรูปายตนะแม้ทั้งหมดมีอยู่. แต่ตรัสว่า "ตีหิ
ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต"๒ ดังนี้ เพราะความที่ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ
กายวิญญาณธาตุทั้งหลาย ไม่มีอยู่.
๑. คำว่า ด้วยมโนวิญญาณธาตุ ไม่น่าจะมี เพราะบาลีว่า "เอกาย ธาตุยา" แปลว่า
สัมปยุตด้วยธาตุ ๑ และธาตุหนึ่งในที่นี้ ได้แก่ กายวิญญาณธาตุเท่านั้น.
๒. ในอรรถกถา และธาตุกถาบาลี ตอนสัปโยควิปปโยคปทวรรณนาที่ หน้า ๘๕
บรรทัดที่ ๖ นับลงว่า "อรูปภวปณฺเห ฆานชิวหากายวิญญาณธาตูนํ ปน นตฺถิาย ตีหิ ธาตูหิ
วิปฺปยุตฺโตติ วุตฺตํ" แปลว่าไม่ตรงสภาวะ แต่ในบาลีอรรถกถาของพม่า ไม่มีคำว่า "อรูปภว-
ปญฺเห" ซึ่งถ้าแปลตามบาลีอรรถกถาพม่าและตรงกับสภาวะ ในที่นี้จึงแปลตามบาลีอรรถกถา
พม่า โดยตัดคำว่า "อรูปภวปญฺเห" ออก.