วิราคะ (ความหมดความยินดีในสัญญา) ให้เกิด มนสิการว่า ชื่อว่า ความ
เป็นผู้ไม่มีจิต เป็นสิ่งที่พอใจ และนั่นเป็นทิฏฐธัมมนิพพาน ดังนี้ แล้วเจริญ
สมาบัติเข้าถึงสัญญาวิราคะนั้น จึงเกิดขึ้นในภพที่ไม่มีสัญญานั้น. ในขณะแห่ง
การเกิดของอสัญญสัตตพรหมเหล่านั้น รูปขันธ์อย่างเดียวเท่านั้น ย่อมเกิดขึ้น.
พรหมเหล่านั้นเมื่อยืนเกิด ก็ย่อมยืนอยู่นั่นแหละ เมื่อนั่งเกิด ก็ย่อมนั่งอยู่
นั่นแหละ เมื่อนอนเกิด ก็ย่อมนอนอยู่นั่นแหละ เป็นดังเช่นรูปจิตรกรรม
(รูปวาด) ดำรงอยู่ในภพนั้นตลอด ๕๐๐ กัป ในที่สุดแห่งพรหมเหล่านั้น รูป
กายนั้น ย่อมอันตรธานไป กามาวจรสัญญา ย่อมเกิดขึ้น. ด้วยเหตุนั้น
เทวดาเหล่านั้นย่อมปรากฏว่า เคลื่อนแล้วจากกายนั้นเพราะความเกิดขึ้นแห่ง
สัญญาในโลกนี้ดังนี้.
พรหมเหล่านั้น ที่ชื่อว่า เวหัปผลา เพราะผลของเขาเหล่านั้น
ไพบูลย์. ชื่อว่า อวิหา เพราะย่อมไม่เสื่อม ไม่สูญไปจากสมาบัติของตน.
ชื่อว่า อตัปปา เพราะย่อมไม่ยังสัตว์ไร ๆ ให้เดือนร้อน. ชื่อว่า สุทัสสา
เพราะอรรถว่า เห็นดี มีรูปงามน่าเลื่อมใส. ชื่อว่า สุทัสสี เพราะเทวดา
เหล่านั้น ย่อมเห็นด้วยดี หรือว่า การเห็นของเทวดาเหล่านั้นดี. ชื่อว่า
อกนิฏฐา เพราะเป็นผู้เจริญที่สุด ด้วยคุณทั้งหมดทีเดียว และด้วยภวสมบัติ
สำหรับผู้ที่มีคุณธรรมน้อย ย่อมไม่มีในที่นี้.
คำว่า อากาสานญฺจายตนํ อุปคตา ได้แก่ เข้าถึงอากาสานัญ-
จายตนะ. ในคำแม้นอกนี้ก็นัยนี้แหละ.
ภูมิคือ กามาวจร ๖ พรหมโลก ๙ สุทธาวาส ๕ อรูป ๔ อสัญญสัตตา
๑ และเวหัปผลา ๑ รวมเป็นเทวโลก ๒๖ ภูมิ และมนุษยโลกอีกหนึ่ง จึงเป็น
๒๗ ภูมิด้วยประการฉะนี้. บรรดาภูมิทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรง
กำหนดอายุของมนุษย์และเทวดา มิได้ทรงกำหนดอายุสัตว์ในอบายภูมิ ๔ และ
ในภุมมเทวดาทั้งหลาย.