พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 796 (เล่ม 78)

สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีวาทะอย่างนี้ มีความ
เห็นอย่างนี้ว่า กามทั้งหลายไม่มีโทษ ดังนี้ เขาจึงบริโภคถาม นี้เรียกว่า
อัสสาททิฏฐิ ความเห็นผิดอันประกอบด้วยความยินดี.
อัตตานุทิฏฐิ ความตามเห็นว่ามีอัตตาตัวตน เป็นไฉน ?
ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้า ไม่ฉลาดใน
ธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้
เห็นสัปบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัปบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของ
สัปบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูปในตน เห็นตนในรูป
ย่อมเห็นเวทนาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสัญญาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสังขาร
เป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นวิญญาณเป็นตน หรือเห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณ
ในตน เห็นตนในวิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอา
โดยวิปลาสอันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อัตตานุทิฏฐิ ความตาม
เห็นว่ามีอัตตาตัวตน.
มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด เป็นไฉน ?
ความเห็นว่า ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ฯลฯ
สมณะหรือพราหมณ์ผู้รู้ยิ่งเห็นจริงประจักษ์ซึ่งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเอง
แล้วประกาศให้ผู้อื่นรู้ได้ ไม่มีในโลกนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ
การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า มิจฉาทิฏฐิ.
สัสสตทิฏฐิ จัดเป็นอัสสาททิฏฐิ สักกายทิฏฐิ จัดเป็นอัตตานุทิฏฐิ
อุจเฉททิฏฐิ จัดเป็นมิจฉาทิฏฐิ.

796
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 797 (เล่ม 78)

[๙๕๐] อรติ ความไม่ยินดี เป็นไฉน ?
ความไม่ยินดี กิริยาที่ไม่ยินดี ความไม่ยินดียิ่ง กิริยาที่ไม่ยินดียิ่ง
ความกระสัน ความดิ้นรน ในเสนาสนะอันสงัด หรือในอธิกุศลธรรมอย่างใด
อย่างหนึ่ง นี้เรียกว่า อรติ ความไม่ยินดี.
วิเหสา ความเบียดเบียน เป็นไฉน ?
บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายด้วยฝ่ามือบ้าง
ก้อนดินบ้าง ท่อนไม้บ้าง ศาสตราบ้าง เชือกบ้าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ความ
บีบคั้น ความบีบคั้นยิ่ง ความเบียดเบียน ความเบียดเบียนยิ่ง ความทำให้เดือด
ร้อน ความทำให้เดือดร้อนยิ่ง ความทำร้ายสัตว์อื่น อันใด มีลักษณะเช่นว่า
นี้ นี้เรียกว่า วิเหสา ความเบียดเบียน.
อธัมมจริยา ความประพฤติไม่เป็นธรรม เป็นไฉน ?
ความประพฤติไม่เป็นธรรมทางกาย ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทาง
กาย ความประพฤติไม่เป็นธรรมทางวาจา ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางวาจา
ความประพฤติไม่เป็นธรรมทางใจ ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางใจ นี้เรียก
ว่า อธัมมจริยา ความประพฤติไม่เป็นธรรม.
[๙๕๑] โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก เป็นไฉน ?
กิริยาที่เป็นผู้ว่ายาก ความเป็นผู้ว่ายาก สภาพที่เป็นผู้ว่ายาก ความ
ยึดถือข้างขัดขืน ความพอใจทางโต้แย้ง กิริยาที่ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เอื้อเฟื้อ
ความไม่เคารพ ความไม่เชื่อฟัง ในเมื่อถูกว่ากล่าวโดยสหธรรม นี้เรียกว่า
โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก.
ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว เป็นไฉน ?

797
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 798 (เล่ม 78)

บุคคลเหล่าใดไม่มีศรัทธา ไม่มีศีล มีการศึกษาน้อย มีความตระหนี่
มีปัญญาทราม การเสพ การเสพเป็นนิตย์ การเสพด้วยดี การคบ การคบ
ด้วยดี ความภักดี ความจงรักภักดีแก่บุคคลเหล่านั้น ความเป็นผู้โน้มน้าวไป
ตามบุคคลเหล่านั้น อันใด นี้เรียกว่า ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว.
นานัตตสัญญา สัญญาต่าง ๆ เป็นไฉน ?
สัญญาที่เกี่ยวด้วยกาม สัญญาที่เกี่ยวด้วยพยาบาท สัญญาที่เกี่ยวด้วย
ความเบียดเบียน นี้เรียกว่า นานัตตสัญญา สัญญาต่าง ๆ อกุศลสัญญา
แม้ทั้งหมด ก็เรียกว่า นานัตตสัญญา.
[๙๕๒] อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน เป็นไฉน ?
ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ความไม่สงบแห่งจิต ความกวัดแกว่งแห่งจิต
ความพล่านแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน.
โกสัชชะ ความเกียจคร้าน เป็นไฉน ?
การปล่อยจิต ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไปในกายทุจริต วจีทุจริต
มโนทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความไม่เคารพ ความทำโดยไม่ติดต่อ
ความทำโดยไม่มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ ความ
ทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก
ความไม่ตั้งมั่น ความไม่ประกอบเนือง ๆ ความประมาทในการเจริญกุศล
ธรรมทั้งหลาย นี้เรียกว่า โกสัชชะ ความเกียจคร้าน.
ปมาทะ ความประมาท เป็นไฉน ?
การปล่อยจิต ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไปในกายทุจริต วจีทุจริต
มโนทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความทำโดยความไม่เคารพ ความทำโดย

798
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 799 (เล่ม 78)

ไม่ติดต่อ ความทำโดยไม่มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ
ความทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก
ความไม่ตั้งมั่น ความไม่ประกอบเนือง ๆ ความประมาทในการเจริญกุศลธรรม
ทั้งหลาย ความประมาท กิริยาที่ประมาท สภาพที่ประมาท อันใด มีลักษณะ
เช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ปมาทะ ความประมาท.
[๙๕๓] อสันตุฏฐิตา ความไม่สันโดษ เป็นไฉน ?
ความอยากได้มากยิ่ง ของบุคคลผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต
เสนาสนะ คิลานปัจจยเภสัชบริขารตามที่ตามได้ หรือด้วยกามคุณ ๕ ความ
ปรารถนา การปรารถนา ความไม่สันโดษ ความกำหนัด ความกำหนัดนัก
ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันใดมีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อสันตุฏฐิ-
ตา ความไม่สันโดษ.
อสัมปชัญญตา ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ เป็นไฉน ?
ความไม่รู้ ความไม่เห็น ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือ โมหะ
อันใด นี้เรียกว่า อสัมปชัญญตา ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ.
มหิจฉตา ความมักมาก เป็นไฉน ?
ความอยากได้มากยิ่งของบุคคลผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต
เสนาสนะ คิลานปัจจยเภสัชบริขาร ตามมีตามได้หรือด้วยกามคุณ ๕ ความ
ปรารถนา การปรารถนา ควานมักมาก ความกำหนัด ความกำหนัดนัก
ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า มหิจ-
ฉตา ความมักมาก.
[๙๕๔] อหิริกะ ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริต เป็น
ไฉน ?

799
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 800 (เล่ม 78)

ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่ควรละอาย ความไม่
ละอายต่อการประกอบอกุศลบาปธรรมทั้งหลาย อันใด นี้เรียกว่า อหิริกะ
ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริต.
อโนตตัปปะ ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริต เป็น
ไฉน ?
ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่ควรเกรงกลัว
ความไม่เกรงกลัวต่อการประกอบอกุศลบาปธรรมทั้งหลาย อันใด นี้เรียกว่า
อโนตตัปปะ ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริต.
ปมาทะ ความประมาท เป็นไฉน ?
การปล่อยจิต ความเพิ่มพูน การปล่อยจิตไปในกายทุจริต วจีทุจริต
มโนทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความทำโดยความไม่เคารพ ความทำโดย
ไม่ติดต่อ ความไม่มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ
ความทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก
ความไม่ตั้งมั่น ความไม่ประกอบเนือง ๆ ความประมาทในการเจริญกุศลธรรม
ทั้งหลาย ความประมาท กิริยาที่ประมาท สภาพที่ประมาท อันใด มีลักษณะ
เช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ปมาทะ ความประมาท.
[๙๕๕] อนาทริยะ ความไม่เอื้อเฟื้อ เป็นไฉน ?
ความไม่เอื้อเฟื้อ สภาพที่ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เคารพ ความไม่เชื่อฟัง
ความไม่ถือเอา กิริยาที่ไม่ถือเอา สภาพที่ไม่ถือเอา ความไม่มีศีล ความไม่
ยำเกรงอันใด นี้เรียกว่า อนาทริยะ ความเอื้อเฟื้อ.
โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก เป็นไฉน ?
กิริยาที่เป็นผู้ว่ายาก ความเป็นผู้ว่ายาก สภาพที่เป็นผู้ว่ายาก ความ
ยึดถือข้างขัดขืน ความพอใจทางโต้แย้ง ความไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เคารพ

800
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 801 (เล่ม 78)

ความไม่เชื่อฟัง ในเมื่อถูกว่ากล่าวโดยสหธรรมิก นี้เรียกว่า โทวจัสสตา
ความเป็นผู้ว่ายาก.
ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว เป็นไฉน ?
บุคคลเหล่าใด ไม่มีศรัทธา ทุศีล มีการศึกษาน้อย มีความตระหนี่
มีปัญญาทราม การเสพ การเสพเป็นนิตย์ การเสพด้วยดี การคบ การคบ
ด้วยดี ความภักดี ความจงรักภักดีแก่บุคคลเหล่านั้น ความเป็นผู้โน้มน้าวไป
ตามบุคคลเหล่านั้น อันใด นี้เรียกว่า ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว.
[๙๕๖] อัสสัทธิยะ ความไม่มีศรัทธา เป็นไฉน ?
บุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่มีศรัทธา ไม่เชื่อพระพุทธเจ้า พระธรรม
พระสงฆ์ ความไม่มีศรัทธา กิริยาที่ไม่เชื่อ กิริยาที่ไม่ปลงใจเชื่อ ความไม่
เลื่อมใสยิ่ง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อัสสัทธิยะ ความไม่มี
ศรัทธา.
อวทัญญุตา ความเป็นผู้ไม่รู้ถ้อยคำ เป็นไฉน ?
มัจฉริยะ ความตระหนี่ ๕ คือ อาวาสมัจฉริยะ ความตระหนี่ที่อยู่,
กุลมัจฉริยะ ความตระหนี่ตระกูล, ลาภมัจฉริยะ ความตระหนี่ลาภ, วัณณ-
มัจฉริยะ ความตระหนี่วรรณะ, ธัมมมัจฉริยะ ความตระหนี่ธรรม, ความ
ตระหนี่ กิริยาที่ตระหนี่ สภาพที่ตระหนี่ ความหวงแหน ความเหนียวแน่น
ความปกปิด ความไม่เอาใจใส่ อันใด ลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อวทัญญุตา
ความเป็นผู้ไม่รู้ถ้อยคำ.
โกสัชชะ ความเกียจคร้าน เป็นไฉน ?
การปล่อยจิต ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไปในกายทุจริต วจีทุจริต
มโนทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความทำโดยความไม่เคารพ ความไม่ทำโดย

801
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 802 (เล่ม 78)

ติดต่อ ความไม่ทำให้มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ ความ
ทอดทิ้งธุระ. ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก
ความไม่ตั้งมั่น ความไม่ประกอบเนืองๆ ความประมาทในการเจริญกุศลธรรม
ทั้งหลาย นี้เรียกว่า โกสัชชะ ความเกียจคร้าน.
[๙๕๗] อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน เป็นไฉน ?
ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ความไม่สงบแห่งจิต ความกวัดแกว่งแห่งจิต
ความพล่านแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน.
อสังวร ความไม่สำรวม เป็นไฉน ?
บุคคลบางคนในโลกนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต เป็นผู้
ถืออนุพยัญชนะ บาปอกุศลธรรมทั้งหลาย คือ อภิชฌาและโทมนัส พึงครอบงำ
บุคคลนั้น ผู้ไม่สำรวมจักขุนทรีย์อยู่ เพราะการไม่สำรวมจักขุนทรีย์ใดเป็น
เหตุ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์นั้น ไม่รักษาจักขุนทรีย์นั้น ไม่สำเร็จ
การสำรวมในจักขุนทรีย์นั้น ฟังเสียงด้วยโสตะแล้ว ฯลฯ สูดกลิ่นด้วยฆานะ
แล้ว ฯลฯ ลิ้มรสด้วยชิวหาแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ฯลฯ รู้
ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต เป็นผู้ถืออนุพยัญชนะ บาปอกุศลธรรม
ทั้งหลาย คือ อภิชฌาและโทมนัส พึงครอบงำบุคคลนั้น ผู้ไม่สำรวมมนินทรีย์
อยู่ เพราะการไม่สำรวมมนินทรีย์ใดเป็นเหตุ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวม
มนินทรีย์นั้น ไม่รักษามนินทรีย์นั้น ไม่สำเร็จการสำรวมนมนินทรีย์นั้น นี้
เรียกว่า อสังวร ความไม่สำรวม.
ทุสสีลยะ ความเป็นผู้ทุศีล เป็นไฉน ?
ความล่วงละเมิดทางกาย ความล่วงละเมิดทางวาจา ความล่วงละเมิด
ทั้งทางกายและวาจา นี้เรียกว่า ทุสสีลยะ ความเป็นผู้ทุศีล.

802
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 803 (เล่ม 78)

[๙๕๘] อริยอทัสสนกัมยตา ความไม่อยากเห็นพระอริยเจ้า
เป็นไฉน ?
บรรดาบทเหล่านั้น พระอริยเจ้า เป็นไฉน พระพุทธเจ้าและพระ-
สาวกของพระพุทธเจ้า เรียกว่า พระอริยเจ้า. ความไม่ต้องการจะพบ ความ
ไม่ต้องการจะเห็น ความไม่ต้องการจะเข้าใกล้ ความไม่ต้องการจะสมาคมกับ
พระอริยเจ้า เหล่านั้น อันใด นี้เรียกว่า อริยอทัสสนกัมยตา ความไม่
อยากเห็นพระอริยเจ้า.
สัทธัมมอโสตุกัมยตา ความไม่อยากฟังพระสัทธรรม เป็นไฉน ?
บรรดาบทเหล่านั้น พระสัทธรรม เป็นไฉน สติปัฏฐาน ๔ สัมมัป-
ปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘
นี้เรียกว่า พระสัทธรรม. ความไม่ต้องการจะฟัง ควานไม่ต้องการจะสดับ
ความไม่ต้องการจะเรียน ความไม่ต้องการจะทรงจำซึ่งพระสัทธรรมนี้ อันใด
นี้เรียกว่า สัทธัมมอโสตุกัมยตา ความไม่อยากฟังพระสัทธรรม.
อุปารัมภจิตตตา ความเป็นผู้มีจิตคิดแข่งดี เป็นไฉน ?
บรรดาบทเหล่านั้น ความคิดแข่งดี เป็นไฉน ความคิดแข่งดี ความ
คิดแข่งดีเนือง ๆ กิริยาที่คิดแข่งดี กิริยาที่คิดแข่งดีเนือง ๆ สภาพที่คิดแข่งดี
เนือง ๆ ความดูถูก ความดูหมิ่น ความดูแคลน ความคอยแสวงหาโทษ
อันใด นี้เรียกว่า อุปารัมภจิตตตา ความเป็นผู้มีจิตคิดแข่งดี.
[๙๕๙] มุฏฐสัจจะ ความเป็นผู้ไม่มีสติ เป็นไฉน ?
ความระลึกไม่ได้ ความตามระลึกไม่ได้ ความหวนระลึกไม่ได้ ความ
ระลึกไม่ได้ สภาพที่ระลึกไม่ได้ ความทรงจำไม่ได้ ความเลื่อยลอย ความ
หลงลืม อันใด นี้เรียกว่า มุฏฐสัจจะ ความเป็นผู้ไม่มีสติ.

803
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 804 (เล่ม 78)

อสัมปชัญญะ ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ เป็นไฉน ?
ความไม่รู้ ความไม่เห็น ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือ โมหะ
อันใด นี้เรียกว่า อสัมปชัญญะ ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ.
เจตโสวิกเขปะ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต เป็นไฉน ?
ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ความไม่สงบแห่งจิต ความกวัดแกว่งแห่งจิต
ความพล่านแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า เจตโสวิกเขปะ ความฟุ้งซ่าน
แห่งจิต.
[๙๖๐] อโยนิโสมนสิการ ความทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย
เป็นไฉน ?
ความทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายในสิ่งที่ไม่เทียง ว่าเที่ยง ความทำไว้
ในใจโดยไม่แยบคาย ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ว่าเป็นสุข ความทำไว้ในใจโดยไม่
แยบคาย ในสิ่งที่ไม่ใช่อัตตาตัวตนว่าเป็นอัตตาตัวตน ความทำไว้ในใจโดยไม่
แยบคาย ในสิ่งที่ไม่งาม ว่างาม หรือความนึก ความนึกเนือง ๆ ความคิด
ความพิจารณา ความทำไว้ในใจแห่งจิต โดยผิดจากความจริง นี้เรียกว่า
อโยนิโสมนสิการ ความทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย.
กุมมัคคเสวนา การเสพทางผิด เป็นไฉน ?
บรรดาบทเหล่านั้น ทางผิด เป็นไฉน มิจฉาทิฏฐิ มิจฉาสังกัปปะ
มิจฉาวาจา มิจฉากัมมันตะ มิจฉาอาชีวะ มิจฉาวายามะ มิจฉาสติ มิจฉาสมาธิ
นี้เรียกว่า ทางผิด การเสพ การเสพเป็นนิตย์ การเสพด้วยดี การคบ การ
คบด้วยดี การชอบใจ ความชอบใจ ซึ่งทางผิดนี้ ความเป็นผู้โน้มน้าวไป
ตามทางผิดนี้ อันใด นี้เรียกว่า กุมมัคคเสวนา การเสพทางผิด.
เจตโสลีนัตตะ ความย่อหย่อนแห่งจิต เป็นไฉน ?

804
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 805 (เล่ม 78)

ความไม่สมประกอบแห่งจิต ความไม่ควรแก่การงานแห่งจิต ความ
ท้อแท้ ความถดถอย ความย่อหย่อน กิริยาที่ย่อหย่อน สภาพที่ย่อหย่อน
ความซบเซา กิริยาที่ซบเซา สภาพที่ซบเซาแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า เจตโส-
ลีนัตตะ ความย่อหย่อนแห่งจิต.
จตุกกนิทเทส
[๙๖๑] ในจตุกกมาติกาเหล่านั้น อาสวะ ๔ เป็นไฉน ?
กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ.
บรรดาอาสวะ ๔ นั้น กามาสวะ เป็นไฉน ?
ความพอใจในกาม ฯลฯ ความหมกมุ่นในกาม อันใด นี้เรียกว่า
กามาสวะ.
ภวาสวะ เป็นไฉน ?
ความพอใจในภพ ฯลฯ ความหมกมุ่นในภพ อันใด นี้เรียกว่า
ภวาสวะ.
ทิฏฐาสวะ เป็นไฉน ?
ความเห็นว่าโลกเที่ยง ฯลฯ ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว
จะเกิดอีกก็หามิได้ จะไม่เกิดอีกก็หามิได้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ
ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ทิฏฐาสวะ
มิจฉาทิฏฐิ แม้ทั้งหมดก็เรียกว่า ทิฏฐอาสวะ.
อวิชชาสวะ เป็นไฉน ?
ความไม่รู้ในทุกข์ ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือโมหะ นี้เรียกว่า
อวิชชาสวะ
เหล่านี้เรียกว่า อาสวะ ๔.

805