พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 786 (เล่ม 78)

ไม่พินิจ ความไม่พิจารณา การไม่กระทำให้ประจักษ์ ความทรามปัญญา
ความโง่เขลา ความไม่รู้ชัด ความหลง ความลุ่มหลง ความหลงใหล อวิชชา
โอฆะคืออวิชชา โยคะคืออวิชชา อนุสัยคืออวิชชา ปริยุฏฐานคืออวิชชา ลิ่ม
คืออวิชชา อกุศลมูลคือโมหะ อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า โมหะ.
เหล่านี้เรียกว่า อกุศลมูล ๓
[๙๒๗] อกุศลวิตก ๓ เป็นไฉน ?
กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก
บรรดาวิตก ๓ นั้น กามวิตก เป็นไฉน ?
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วย
กามนี้เรียกว่า กามวิตก.
พยาบาทวิตก เป็นไฉน ?
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วย
ความพยาบาท นี้เรียกว่า พยาบาทวิตก.
วิหิงสาวิตก เป็นไฉน ?
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วย
ความเบียดเบียน นี้เรียกว่า วิหิงสาวิตก.
เหล่านั้นเรียกว่า อกุศลวิตก ๓.
[๙๒๘] อกุศลสัญญา ๓ เป็นไฉน ?
กามสัญญา พยาบาทสัญญา วิหิงสาสัญญา
บรรดาสัญญา ๓ นั้น กามสัญญา เป็นไฉน ?
ความจำ กิริยาที่จำ สภาพที่จำ อันเกี่ยวด้วยกาม นี้เรียกว่า กาม
สัญญา.

786
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 787 (เล่ม 78)

พยาบาทสัญญา เป็นไฉน ?
ความจำ กิริยาที่จำ สภาพที่จำ เกี่ยวด้วยพยาบาท นี้เรียกว่า พยา-
บาทสัญญา.
วิหิงสาสัญญา เป็นไฉน ?
ความจำ กิริยาที่จำ สภาพที่จำ อันเดียวด้วยความเบียดเบียน นี้
เรียกว่า วิหิงสาสัญญา.
เหล่านั้นเรียกว่า อกุศลสัญญา ๓.
[๙๒๙] อกุศลธาตุ ๓ เป็นไฉน ?
กามธาตุ พยาบาทธาตุ วิหิงสาธาตุ
บรรดาอกุศลธาตุ ๓ นั้น กามธาตุ เป็นไฉน ?
กามวิตก จัดเป็นกามธาตุ พยาบาทวิตก จัดเป็นพยาบาทธาตุ
วิหิงสาวิตก จัดเป็นวิหิงสาธาตุ.
บรรดาวิตก ๓ นั้น กามวิตก เป็นไฉน ?
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด, อันเกี่ยวด้วย
กามนี้เรียกว่า กามวิตก.
พยาบาทวิตก เป็นไฉน ?
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วย
ความพยาบาท นี้เรียกว่า พยาบาทวิตก.
วิหิงสาวิตก เป็นไฉน ?
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วย
ความเบียดเบียน นี้เรียกว่า วิหิงสาวิตก.
เหล่านี้เรียกว่า อกุศลธาตุ ๓.

787
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 788 (เล่ม 78)

[๙๓๐] ทุจริต ๓ เป็นไฉน ?
กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
บรรดาทุจริต ๓ นั้น กายทุจริต เป็นไฉน ?
ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร นี้เรียกว่า กายทุจริต.
วจีทุจริต เป็นไฉน ?
มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ นี้เรียกว่า วจีทุจริต
มโนทุจริต เป็นไฉน ?
อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ นี้เรียกว่า มโนทุจริต.
กายทุจริต เป็นไฉน ?
กายกรรมฝ่ายอกุศล ชื่อว่า กายทุจริต
วจีกรรมฝ่ายอกุศล ชื่อว่า วจีทุจริต
มโนกรรมฝ่ายอกุศล ชื่อว่า มโนทุจริต
บรรดาทุจริต ๓ นั้น กายกรรมฝ่ายอกุศล เป็นไฉน ?
กายสัญเจตนาฝ่ายอกุศล ชื่อว่า กายกรรมฝ่ายอกุศล
วจีสัญเจตนาฝ่ายอกุศล ชื่อว่า วจีกรรมฝ่ายอกุศล
มโนสัญเจตนาฝ่ายอกุศล ชื่อว่า มโนกรรมฝ่ายอกุศล
เหล่านั้นเรียกว่า ทุจริต ๓.
[๙๓๑] อาสวะ ๓ เป็นไฉน ?
กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ
บรรดาอาสวะ ๓ นั้น กามาสวะ เป็นไฉน ?
ความพอใจในกาม ฯลฯ ความหมกมุ่นในกาม อันใด นี้เรียกว่า
กามาสวะ.

788
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 789 (เล่ม 78)

ภวาสวะ เป็นไฉน ?
ความพอใจในภพ ฯลฯ ควานหมกมุ่นในภพ อันใด นี้เรียกว่า
ภวาสวะ.
อวิชชาสวะ เป็นไฉน ?
ความไม่รู้ในทุกข์ ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือ โมหะ นี้เรียก
ว่า อวิชชาสวะ.
เหล่านี้เรียกว่า อาสวะ ๓.
[๙๓๒] สัญโญชน์ ๓ เป็นไฉน ?
สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส
บรรดาสัญโญชน์ ๓ เหล่านั้น สักกายทิฏฐิ เป็นไฉน ?
ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้า ไม่ฉลาดใน
ธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้
เห็นสัปบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัปบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของ
สัปบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูปในตน เห็นตนในรูป
ย่อมเห็นเวทนาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสัญญาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสังขาร
เป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นวิญญาณเป็นตน หรือเห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณ
ในตน เห็นตนในวิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอา
โดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า สักกายทิฏฐิ.
วิจิกิจฉา เป็นไฉน ?
ปุถุชนเคลือบแคลงสงสัยในพระศาสดา เคลือบแคลงสงสัยในพระ-
ธรรม เคลือบแคลงสงสัยในพระสงฆ์ เคลือบแคลงสงสัยในสิกขา เคลือบ-
แคลงสงสัยในส่วนอดีต เคลือบแคลงสงสัยในส่วนอนาคต เคลือบแคลงสงสัย

789
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 790 (เล่ม 78)

ทั้งในส่วนอดีตและส่วนอนาคต เคลือบแคลงสงสัยในธรรมอันเป็นปัจจัยของกัน
และกัน และอาศัยกันและกันเกิดขึ้น ความเคลือบแคลง กิริยาที่เคลือบแคลง
สภาพที่เคลือบแคลง ฯลฯ ความกระด้างแห่งจิต ความลังเลใจ อันใด มี
ลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า วิจิกิจฉา.
สีลัพพตปรามาส เป็นไฉน ?
สมณพราหมณ์ภายนอกศาสนานี้ มีความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อม
มีได้ด้วยศีล ด้วยวัตร ด้วยทั้งศีลและวัตร ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้าง
ทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า
สีลัพพตปรามาส.
เหล่านั้นเรียกว่า สัญโญชน์ ๓.
[๙๓๓] ตัณหา ๓ เป็นไฉน?
กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา
บรรดาตัณหา ๓ นั้น ภวตัณหา เป็นไฉน ?
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอัน
สหรคตด้วยภวทิฏฐิ นี้เรียกว่า ภวตัณหา.
วิภวตัณหา เป็นไฉน ?
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอัน
สหรคตด้วยอุจเฉททิฏฐิ นี้เรียกว่า วิภวตัณหา.
ตัณหาที่เหลือนอกนั้น เรียกว่า กามตัณหา.
บรรดาตัณหา ๓ นั้น กามตัณหา เป็นไฉน ?
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอัน
ประกอบด้วยกามธาตุ นี้เรียกว่า กามตัณหา.

790
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 791 (เล่ม 78)

ความกำหนัด ความกำหนัดนักแห่งจิต ฯลฯ อันประกอบด้วยรูปธาตุ
และอรูปธาตุ นี้เรียกว่า ภวตัณหา.
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอัน
สหรคตด้วยอุจเฉททิฏฐิ นี้เรียกว่า วิภวตัณหา.
เหล่านี้เรียกว่า ตัณหา ๓.
[๙๓๔] ตัณหา ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน ?
กามตัณหา รูปตัณหา อรูปตัณหา
บรรดาตัณหา ๓ นั้น กามตัณหา เป็นไฉน ?
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอัน
ประกอบด้วยกามธาตุ นี้เรียกว่า กามตัณหา.
รูปตัณหา เป็นไฉน ?
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอัน
ประกอบด้วยรูปธาตุ นี้เรียกว่า รูปตัณหา.
อรูปตัณหา เป็นไฉน ?
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอัน
ประกอบด้วยอรูปธาตุ นี้เรียกว่า อรูปตัณหา.
เหล่านี้เรียกว่า ตัณหา ๓.
[๙๓๕] ตัณหา ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน ?
รูปตัณหา อรูปตัณหา นิโรธตัณหา
บรรดาตัณหา ๓ นั้น รูปตัณหา เป็นไฉน ?
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอัน
ประกอบด้วยรูปธาตุ นี้เรียกว่า รูปตัณหา.

791
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 792 (เล่ม 78)

อรูปตัณหา เป็นไฉน ?
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอัน
ประกอบด้วยอรูปธาตุ นี้เรียกว่า อรูปตัณหา.
นิโรธตัณหา เป็นไฉน ?
ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนดนักแห่งจิตอัน
สหรคต ด้วยอุจเฉททิฏฐิ นี้เรียกว่า นิโรธตัณหา.
เหล่านี้เรียกว่า ตัณหา ๓.
[๙๓๖] เอสนา ๓ เป็นไฉน ?
กาเมสนา ภเวสนา พรหมจริเยสนา
บรรดาเอสนา ๓ นั้น กาเมสนา เป็นไฉน ?
ความพอใจในกาม ฯลฯ ความหมกมุ่นในกาม อันใด นี้เรียกว่า
กาเมสนา.
ภเวสนา เป็นไฉน ?
ความพอใจในภพ ฯลฯ ความหมกมุ่นในภพ อันใด นี้เรียกว่า
ภเวสนา.
พรหมจริเยสนา เป็นไฉน ?
ความเห็นว่าโลกเที่ยง หรือความเห็นว่าโลกไม่เที่ยง ฯลฯ สัตว์เบื้อง
หน้าแต่ตาย จะเกิดอีกก็หามิได้ จะไม่เกิดอีกก็หามิได้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไป
ข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า
พรหมจริเยสนา.
บรรดาเอสนา ๓ นั้น กาเมสนา เป็นไฉน ?
ความกำหนัดในกาม กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันเป็นอกุศล
ตั้งอยู่ในฐานเดียวกันกับความกำหนัดในกามนั้น นี้เรียกว่า กาเมสนา.

792
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 793 (เล่ม 78)

ภเวสนา เป็นไฉน ?
ความกำหนัดในภพ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันเป็นอกุศล
ตั้งอยู่ในฐานเดียวกันกับความกำหนัด ในภพนั้น นี้เรียกว่า ภเวสนา.
ความเห็นว่าโลกมีที่สุด กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันเป็น
อกุศลตั้งอยู่ในฐานเดียวกันกับความเห็นว่าโลกมีที่สุดนั้น นี้เรียกว่า พรหม-
จริเยสนา.
เหล่านี้เรียกว่า เอสนา ๓.
[๙๓๗] วิธา ๓ เป็นไฉน ?
ความถือตัวว่าประเสริฐกว่าเขา ความถือตัวว่าเสมอเขา ความถือตัว
ว่าเลวกว่าเขา เหล่านั้นเรียกว่า วิธา ๓.
[๙๓๘] ภัย ๓ เป็นไฉน ?
ชาติภัย ชราภัย มรณภัย
บรรดาภัย ๓ นั้น ชาติภัย เป็นไฉน ?
ความกลัว ความขลาด ความหวาดเสียว ความชูชันแห่งขน ความ
สะดุ้งแห่งจิต เพราะอาศัยความเกิด นี้เรียกว่า ชาติภัย.
ชราภัย เป็นไฉน ?
ความกลัว ความขลาด ความหวาดเสียว ความชูชันแห่งขน ความ
สะดุ้งแห่งจิต เพราะอาศัยชรา นี้เรียกว่า ชราภัย.
มรณภัย เป็นไฉน ?
ความกลัว ความขลาด ความหวาดเสียว ความชูชันแห่งขน ความ
สะดุ้งแห่งจิต เพราะอาศัยความตาย นี้เรียกว่า มรณภัย.
เหล่านี้เรียกว่า ภัย ๓

793
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 794 (เล่ม 78)

[๙๓๙] ตมะ ๓ เป็นไฉน ?
๑. บุคคลย่อมเคลือบแคลงสงสัย ไม่น้อมใจเชื่อไม่เลื่อมใส ปรารภอดีต
กาล ๒. ย่อมเคลือบแคลงสงสัย ไม่น้อมใจเชื่อ ไม่เลื่อมใส ปรารภอนาคตกาล
๓. ย่อมเคลือบแคลงสงสัย ไม่น้อมใจเชื่อ ไม่เลื่อมใส ปรารภปัจจุบันกาล
เหล่านี้เรียกว่า ตมะ ๓.
[๙๔๐] ติตถายตนะ ๓ เป็นไฉน ?
๑. สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีวาทะอย่างนี้ มี
ความเห็นอย่างนี้ว่า คนเรานี้ย่อมได้เสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่สุขไม่ทุกข์บ้าง
อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมได้เสวยสุขทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งหมดนั้น เพราะได้
ทำเหตุไว้ในปางก่อน.
๒. สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีวาทะอย่างนี้ มี
ความเห็นอย่างนี้ว่า คนเรานี้ย่อมได้เสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่สุขไม่ทุกข์บ้าง
อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมได้เสวยสุขทุกข์หรือไม่สุขทุกข์ทั้งหมดนั้น เพราะเหตุ
คือมีผู้เป็นให้สร้างให้.
๓. สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีวาทะอย่างนี้ มี
ความเห็นอย่างนี้ว่า คนเรานี้ย่อมได้เสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่สุขไม่ทุกข์บ้าง
อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมได้เสวยสุขทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งหมดนั้น โดยไม่มี
เหตุไม่มีปัจจัย.
เหล่านั้นเรียกว่า ติตถายตนะ ๓.
[๙๔๑] กิญจนะ ๓ เป็นไฉน ?
กิเลสเครื่องกังวลคือราคะ กิเลสเครื่องกังวลคือโทสะ กิเลสเครื่อง
กังวลคือโมหะ เหล่านั้นเรียกว่า กิญจนะ ๓.

794
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 795 (เล่ม 78)

[๙๔๒] อังคณะ ๓ เป็นไฉน ?
กิเลสเพียงดังเนินคือราคะ กิเลสเพียงดังเนินคือโทสะ กิเลสเพียงดัง
เนินคือโมหะ เหล่านั้นเรียกว่า อังคณะ ๓.
[๙๔๓] มละ ๓ เป็นไฉน ?
มลทินคือราคะ มลทินคือโทสะ มลทินคือโมหะ เหล่านั้นเรียกว่า
มละ ๓.
[๙๔๔] วิสมะ ๓ เป็นไฉน ?
ความไม่สม่ำเสมอคือราคะ ความไม่สม่ำเสมอคือโทสะ ความไม่สม่ำ
เสมอคือโมหะ เหล่านี้เรียกว่า วิสมะ ๓.
[๙๔๕] วิสมะ ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน ?
ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางกาย ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทาง
วาจา ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางใจ เหล่านี้เรียกว่า วิสมะ ๓.
[๙๔๖] อัคคิ ๓ เป็นไฉน ?
ไฟคือราคะ ไฟคือโทสะ ไฟคือโมหะ เหล่านั้นเรียกว่า อัคคิ ๓.
[๙๔๗] กสาวะ ๓ เป็นไฉน ?
น้ำฝาดคือราคะ น้ำฝาดคือโทสะ น้ำฝาดคือโมหะ เหล่านั้นเรียกว่า
กสาวะ ๓.
[๙๔๘] กสาวะ ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน ?
น้ำฝาดทางกาย น้ำฝาดทางวาจา น้ำฝาดทางใจ เหล่านี้เรียกว่า
กสาวะ ๓.
[๙๔๙] อัสสาททิฏฐิ ความเห็นผิดอันประกอบด้วยความ
ยินดี เป็นไฉน ?

795