พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 756 (เล่ม 78)

การปฏิสันถาร. อินทริยอคุตตทวารตา ความเป็นผู้ไม่สำรวมในอินทรีย์ ๖
โภชนอมัตตัญญุตา ความเป็นผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนาหาร, มุฏฐสัจจะ ความ
เป็นผู้ ไม่มีสติ อสัมปชัญญะ ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ, สีลวิปัตติ ความ
วิบัติแห่งศีล ทิฏฐิวิปัตติ ความวิบัติแห่งทิฏฐิ, อัชฌัตตสัญโญชนะ สัญโญชน์
ภายใน พหิทธาสัญโญชนะ สัญโญชน์ภายนอก.
ติกมาติกา
[๘๕๑] อกุศลมูล ๓ อกุศลวิตก ๓ อกุศลสัญญา ๓ อกุศลธาตุ ๓
ทุจริต ๓ อาสวะ ๓ สัญโญชน์ ๓ ตัณหา ๓ ตัณหา ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง ตัณหา ๓
แม้อีกนัยหนึ่ง เอสนา ๓ วิธา ๓ ภัย ๓ ตมะ ๓ ติตถายตนะ ๓ กิญจนะ ๓
อังคณะ ๓ มละ ๓ วิสมะ ๓ วิสมะ ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง อัคคิ ๓ กสาวะ ๓ กสาวะ ๓
แม้อีกนัยหนึ่ง, อัสสาททิฏฐิ ความเห็นผิดอันประกอบด้วยความยินดี อัตตานุ-
ทิฏฐิ ความเห็นผิดว่ามีอัตตาตัวตน มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด, อรติ ความ
ไม่ยินดี วิเหสา ความเบียดเบียน อธัมมจริยา ความประพฤติอธรรม, โท-
วจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว นานัตตสัญญา
สัญาต่าง ๆ, อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน โกสัชชะ ความเกียจคร้าน ปมาทะ
ความประมาท, อสันตุฏฐิตา ความไม่สันโดษ อสัมปชัญญตา ความเป็นผู้
ไม่มีสัมปชัญญะ มหิจฉตา ความมักมาก, อหิริกะ ความไม่ละอายต่อการประ-
พฤติทุจริต อโนตตัปปะ ควานไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริต ปมาทะ
ความประมาท, อนาทริยะ ความไม่เอื้อเฟื้อ โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก
ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว, อัสสัทธิยะ ความไม่เชื่อ อวทัญญุตา
ความเป็นผู้ไม่รู้ถ้อยคำด้วยอำนาจความตระหนี่อันกระด้าง โกสัชชะ ความ

756
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 757 (เล่ม 78)

เกียจคร้าน, อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน อสังวร ความไม่สำรวม ทุสสีลยะ
ความทุศีล อริยอทัสสนกัมยตา ความไม่อยากเห็นพระอริยเจ้า สัทธัมมอโสตุ-
กัมยตา ความไม่อยากฟังพระสัทธรรม อุปารัมภจิตตตา ความเป็นผู้มีจิตคิด
แข่งดี, มุฎฐสัจจะ ความเป็นผู้ไม่มีสติ อสัมปชัญญะ ความเป็นผู้ไม่มี
สัมปชัญญะ เจตโสวิกเขปะ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต, อโยนิโสมนสิการ ความ
ทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย กุมมัคคเสวนา การเสพทางชั่ว เจตโสลีนัตตะ
ความย่อหย่อนแห่งจิต.
จตุกกมาติกา
[๘๕๒] อาสวะ ๔ คันถะ ๔ โอฆะ ๔ โยคะ ๔ อุปาทาน ๔ ตัณ-
หุปปาทา ๕ อคติคมนะ ๔ วิปริเยสะ ๔ อนริยโวหาร ๔ อนริยโวหาร ๔ แม้
อีกนัยหนึ่ง, ทุจริต ๔ ทุจริต ๔ แม้อีกนัยหนึ่ง, ภัย ๔ ภัย ๔ แม้อีกนัยหนึ่ง,
ภัย ๔ แม้อีกนัยหนึ่ง, ภัย ๔ แม้อีกนัยหนึ่ง, ทิฏฐิ ๔.
ปัญจกมาติกา
[๘๕๓] โอรัมภาคิยสัญโญชน์ ๕ อุทธัมภาคิยสัญโญชน์ ๕ มัจฉริยะ
๕ สังคะ ๕ สัลละ ๕ เจโตขีละ ๕ เจตโสวินิพันธะ ๕ นิวรณ์ ๕ อนันตริย-
กรรม ๕ ทิฏฐิ ๕ เวร ๕ พยสนะ ๕ ภัย ๕ ทิฏฐธัมมนิพพานวาทะ ๕.
ฉักกมาติกา
[๘๕๔] วิวาทมูล ๖ เคหสิตฉันทราคธรรม ๖ วิโรธวัตถุ ๖ ตัณหา-
กายะ ๖ อคารวะ ๖ ปริหานิยธรรม ๖ ปริหานิยธรรม ๖ แม้อีกนัยหนึ่ง
โสมนัสสุปวิจาร ๖ โทมนัสสุปวิจาร ๖ อุเปกขูปวิจาร ๖ เคหสิตโสมนัส ๖
เคหสิตโทมนัส ๖ เคหสิตอุเปกขา ๖ ทิฏฐิ ๖.

757
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 758 (เล่ม 78)

สัตตกมาติกา
[๘๕๕] อนุสัย ๗ ปริยุฏฐาน ๗ สัญโญชน์ ๗ อสัทธรรม ๗ ทุจริต
๗ มานะ ๗ ทิฏฐิ ๗.
อัฏฐกมาติกา
[๘๕๖] กิเลสวัตถุ ๘ กุสีตวัตถุ ๘ จิตตปฏิฆาคในโลกธรรม ๘
อนริยโวหาร ๘ มิจฉัตตะ ๘ ปุริสโทษ ๘ อสัญญีวาทะ ๘ เนวสัญญีนาสัญญี-
วาทะ ๘.
นวกมาติกา
[๘๕๗] อาฆาตวัตถุ ๙ ปุริสมละ ๙ มานะ ๙ ตัณหามูลกธรรม ๙
อิญชิตะ ๙ มัญญิตะ ๙ ผันทิตะ ๙ ปปัญจิตะ ๙ สังขตะ ๙.
ทสกมาติกา
[๘๕๘] กิเลสวัตถุ ๑๐ อาฆาควัตถุ ๑๐ อกุศลกรรมบถ ๑๐ สัญโญชน์
๑๐ มิจฉัตตะ ๑๐ มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ อันตคาหิกทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐.
[๘๕๙] ตัณหาวิจริตอาศัยอายตนะภายใน ๑๘ ตัณหาวิจริตอาศัย
อายตนะภายนอก ๑๘ ประมวลเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๓๖.
ตัณหาวิจริตเป็นอดีต ๓๖ ตัณหาวิจริตเป็นอนาคต ๓๖ ตัณหาวิจริต
เป็นปัจจุบัน ๓๖ ประมวลเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๑๐๘.
ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร.
มาติกา จบ

758
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 759 (เล่ม 78)

เอกกนิทเทส
[๘๖๐] ในเอกกมาติกาเหล่านั้น ความมัวเมาในชาติ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่
ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตน
ขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยชาติ นี้เรียกว่า ความมัวเมา
ในชาติ.
[๘๖๑] ความมัวเมาในโคตร เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยโคตร
นี้เรียกว่า ความมัวเมาในโคตร.
ความมัวเมาในความไม่มีโรค เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความ
ไม่มีโรค นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความไม่มีโรค.
ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความ
เป็นหนุ่มสาว นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว.
ความมัวเมาในชีวิต เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยชีวิต
นี้เรียกว่า ความมัวเมาในชีวิต.
ความมัวเมาในลาภ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยลาภ
นี้เรียกว่า ความมัวเมาในลาภ.

759
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 760 (เล่ม 78)

ความมัวเมาในสักการะ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยสักการะ
นี้เรียกว่า ความมัวเมาในสักการะ.
ความมัวเมาในการทำความเคารพ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยการทำ
ความเคารพ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในการทำความเคารพ.
ความมัวเมาในความเป็นหัวหน้า เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความ
เป็นหัวหน้า นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นหัวหน้า.
ความมัวเมาในบริวาร เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยบริวาร
นี้เรียกว่า ความมัวเมาในบริวาร.
ความมัวเมาในโภคสมบัติ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยโภค
สมบัตินี้เรียกว่า ความมัวเมาในโภคสมบัติ.
ความมัวเมาในวรรณะแห่งสรีระและคุณความดี เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยวรรณะ
แห่งสรีระและคุณความดี นี้เรียกว่า ความมัวเมาในวรรณะแห่งสรีระ
และคุณความดี.
ความมัวเมาในการศึกษา เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยการ
ศึกษา นี้เรียกว่า ความมัวเมาในการศึกษา.

760
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 761 (เล่ม 78)

ความมัวเมาในปฏิภาณ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความทีจิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยปฏิภาณ
นี้เรียกว่า ความมัวเมาในปฏิภาณ.
ความมัวเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความ
เป็นผู้รัตตัญญู นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู.
ควานมัวเมาในความถือบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความ
เป็นผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความถือบิณฑบาต
เป็นวัตร.
ความมัวเมาในความไม่มีใครดูหมิ่น เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความไม่
มีใครดูหมิ่น นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความไม่มีใครดูหมิ่น.
ความมัวเมาในอิริยาบถ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยอิริยาบถ
นี้เรียกว่า ความมัวเมาในอิริยาบถ.
ความมัวเมาในอิทธิฤทธิ์ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยอิทธิฤทธิ์
นี้เรียกว่า ความมัวเมาในอิทธิฤทธิ์.
ความมัวเมาในยศ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยยศนี้
เรียกว่า ความมัวเมาในยศ.

761
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 762 (เล่ม 78)

ความมัวเมาในศีล เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยศีล นี้
เรียกว่า ความมัวเมาในศีล.
ความมัวเมาในฌาน เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยฌาน นี้
เรียกว่า ความมัวเมาในฌาน.
ความมัวเมาในศิลปะ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยศิลปะ นี้
เรียกว่า ความมัวเมาในศิลปะ.
ความมัวเมาในควานมีทรวดทรงสูง เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมี
ทรวดทรงสูง นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสูง.
ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสันทัด เป็นไฉน ?
ความเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีทรวด
ทรงสูง นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสันทัด.
ความมัวเมาในความมีทรวดทรงงาม เป็นไฉน ?
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมี
ทรวดทรงงาม นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงงาม
ความมัวเมาในความมีร่างกายบริบูรณ์ เป็นไฉน ?
ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือ
ตัวสภาพที่ถือตัว กายยกคน การเทิดตน การเชิดชูคนดุจธง การยกตนขึ้น
ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีร่างกายบริบูรณ์ นี้เรียกว่า
ความมัวเมาในควานมีร่างกายบริบูรณ์

762
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 763 (เล่ม 78)

[๘๖๒] ความมัวเมา เป็นไฉน ? .
ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือ
ตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตน
ขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด นี้เรียกว่า ความมัวเมา.
[๘๖๓] ความประมาท เป็นไฉน ?
ความปล่อยจิตไป ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไป ในกายทุจริต
วจีทุจริต มโนทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความกระทำโดยไม่เคารพ ความ
กระทำโดยไม่ติดต่อ ความกระทำไม่มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความ
ทอดทิ้งฉันทะ ความทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ
ความไม่ทำให้มาก ความไม่ตั้งใจจริง ความไม่ประกอบเนือง ๆ ความประมาท.
ในการเจริญกุศลธรรมทั้งหลาย ความประมาท กิริยาที่ประมาท สภาพที่
ประมาท สภาพที่ประมาท อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความประมาท.
[๘๖๔] ความหัวดื้อ เป็นไฉน ?
ความหัวดื้อ กิริยาที่หัวดื้อ สภาพที่หัวดื้อ ความแข็งกระด้าง ความ
หยาบคาย ความดื้อรั้น ความไม่อ่อนโยน อันใด นี้เรียกว่า ความหัวดื้อ.
[๘๖๕] ความแข่งดี เป็นไฉน ?
ความแข่งดี ความแข่งขึ้นหน้า กิริยาที่แข่งดี กิริยาที่แข่งขึ้นหน้า
สภาพที่แข่งขึ้นหน้า อันใด นี้เรียกว่า ความแข่งดี.
[๘๖๖] ความอยากได้เกินประมาณ เป็นไฉน ?
ความอยากได้มากของภิกษุผู้ ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ
คิลานปัจจยเภสัชบริวาร หรือด้วยกามคุณ ๕ ความปรารถนา การปรารถนา
ความมักมาก ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต
อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความอยากได้เกินประมาณ.

763
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 764 (เล่ม 78)

[๘๖๗] ความมักมาก เป็นไฉน ?
ความอยากได้มากของภิกษุผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ
คิลานปัจจยเภสัชบริขาร หรือด้วยกามคุณ ๕ ความปรารถนา การปรารถนา
ความมักมาก ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต
อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความมักมาก.
[๘๖๘] ความปรารถนาลามก เป็นไฉน ?
คนบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจง
รู้เราว่า เป็นผู้มีศรัทธา เป็นผู้ทุศีล ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า
เป็นผู้มีศีล เป็นผู้มีการศึกษาน้อย ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็น
ผู้มีการศึกษามาก เป็นผู้ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ย่อมปรารถนาว่า
ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้ชอบสงัด เป็นผู้เกียจคร้าน ย่อมปรารถนาว่า ขอชน
จงรู้เราว่า เป็นผู้ปรารภความเพียร เป็นผู้มีสติหลงลืม ย่อมปรารถนาว่า
ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีสติตั้งมั่น เป็นผู้มีจิตไม่ตั้งมั่น ย่อมปรารถนาว่า
ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีจิตตั้งมั่น เป็นผู้มีปัญญาทราม ย่อมปรารถนาว่า
ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีปัญญา เป็นผู้ยังไม่สิ้นอาสวะ ย่อมปรารถนาว่า ขอ
ชนจงรู้เราว่า เป็นผู้สิ้นอาสวะ ความปรารถนา การปรารถนา ความปรารถนา
ลามก ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต อันใด
มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความปรารถนาลามก.
[๘๖๙] การพูดเสียดแทง เป็นไฉน ?
การพูดเสียดแทง สภาพที่พูดเสียดแทง การพูดเป็นสี่เหลี่ยมสี่คม
กิริยาที่พูดเป็นสี่เหลี่ยมสี่คม การพูดมีเหลี่ยมมีคู สภาพที่พูดมีเหลี่ยมมีคู อันใด
นี้เรียกว่า การพูดเสียดแทง.

764
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 765 (เล่ม 78)

[๘๗๐] การพูดเกียดกัน เป็นไฉน ?
การพูดเกียดกัน กิริยาที่พูดเกียดกัน สภาพที่พูดเกียดกัน ความละ-
โมภ กิริยาที่ละโมภ สภาพที่ละโมภ ความถ่อมตนเพื่อจะได้ ความต้องการ
สิ่งที่ประณีต อันใด นี้เรียกว่า การพูดเกียดกัน.
[๘๗๑] การชอบตกแต่ง เป็นไฉน ?
การตกแต่งจีวร การตกแต่งบาตร การตกแต่งเสนาสนะ การตกแต่ง
กายอันเปื่อยเน่า หรือการตกแต่งบริขารภายนอก การประเทืองผิว การเล่น
หัว การร่าเริง ความกำหนัดยินดี สภาพที่กำหนัดยินดี ความตกแต่ง กิริยา
ที่ตกแต่ง อันใด นี้เรียกว่า การชอบตกแต่ง.
[๘๗๒] ความประพฤติไม่สมควร เป็นไฉน ?
ความไม่ประพฤติตาม ความประพฤติขัดขืน ความไม่เอื้อเฟื้อ สภาพ
ที่ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เคารพ ความไม่เชื่อฟัง ในบุคคลใดบุคคลหนึ่งผู้ควร
เคารพ คือ บิดามารดา พี่ชาย พี่สาว อาจารย์ อุปัชฌายะ พระพุทธเจ้า
หรือสาวกของพระพุทธเจ้า นี้เรียกว่า ความประพฤติไม่สมควร.
[๘๗๓] ความไม่ยินดี เป็นไฉน ?
ความไม่ยินดี กิริยาที่ไม่ยินดี ความไม่ยินดียิ่ง กิริยาที่ไม่ยินดียิ่ง
ความรำคาญ ความกระวนกระวายใจ ในเสนาสนะที่สงัด หรือในอธิกุศล-
ธรรมคือสมถะและวิปัสสนาอย่างใดอย่างหนึ่ง นี้เรียกว่า ความไม่ยินดี.
[๘๗๔] ความโงกง่วง เป็นไฉน ?
ความง่วงงุน กิริยาที่ง่วงงุน สภาพที่ใจง่วงงุน ความเกียจคร้าน
กิริยาที่เกียจคร้าน สภาพที่เกียจคร้าน อันใด นี้เรียกว่า ความโงกง่วง.

765