ในข้อนี้ เปรียบเหมือนบุคคลเรียกว่า อธิฉัตรและอธิธัชซึ่งมีปริมาณ
มาก เพราะอาศัยฉัตร (ร่ม) หรือธัช (ธง) ซึ่งมีปริมาณน้อย ฉันใด แม้ข้อนี้
ก็ฉันนั้น ชื่อว่า ปาฏิโมกขสังวรศีลอันเป็นอธิศีลก็เพราะอาศัยศีล ๕
และศีล ๑๐ อันเป็นเบื้องต้น
สมาบัติ ๘ อันเป็นบาทให้วิปัสสนาเกิดขึ้น ชื่อว่า อธิจิต
เพราะอาศัยสมาบัติ ๘ อันเป็นไปในวัฏฏะ.
และพึงทราบว่า วิปัสสนาปัญญา และปัญญาในมรรคในผล
ชื่อว่า อธิปัญญา ดังนี้ ก็เพราะอาศัย กัมมัสสกตาปัญญา ดังนี้.
อธิบาย อายโกศล เป็นต้น
ในนิทเทสแห่งอายโกศลเป็นต้น คำว่า อาโย ได้แก่ ความเจริญ
อายะคือ ความเจริญนั้น มี ๒ อย่าง คือ อนัตถหานิ (การละความพินาศ
คือ อกุศลธรรม) และ อัตถุปปัตติ (การยังประโยชน์คือ กุศลธรรมให้
เกิดขึ้น). คำว่า อปาโย ได้แก่ ความไม่เจริญ. ความไม่เจริญแม้นั้น ก็มี
๒ คือ อัตถหานิ (การละสิ่งเป็นประโยชน์ คือกุศลธรรม) และ อนัตถุปปัตติ
(การยังสิ่งทีไม่เป็นประโยชน์คือ อกุศลธรรม ให้เกิดขึ้น) ย่อมมี เหตุใด
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า อิเม ธมฺเม มนสิกโรโต
เป็นต้น.
คำว่า อิทํ วุจฺจติ อธิบายว่า ปัญญาอันใด ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสเรียกชื่อว่า อายโกศล ก็เพราะเป็นไปในการละ คือไม่ให้อกุศลธรรม
เหล่านี้เกิดขึ้น และเพราะการดำรงอยู่ในการเกิดขึ้นแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย.
ก็แล ปัญญานี้ใด ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า นี้ชื่อว่า อปายโกศล ดังนี้