ย่อมหมุนไปบนศีรษะของบุรุษผู้ถูกความอยากนำมาแล้ว). ย่อมปรากฏในอรรถ
ว่า จักร เครื่องประหารในคำว่า ขุรปริยนฺเตน เจปิ จกฺเกน นี้ (แปลว่า
ด้วยจักรมีคมกล้าโดยรอบ) ย่อมปรากฏในอรรถว่า อสนิมณฺฑเล (บริเวณ
แห่งสายฟ้า) ในคำว่า อสนิจกฺกํ นี้ (แปลว่า ฟ้าผ่า).
แต่ในที่นี้ จักกะ ศัพท์บัณฑิตทราบแล้วว่าจักร คือ พระธรรม
ทั้งหลาย.
ก็จักร คือ พระธรรมนั้นมี ๒ อย่าง คือ
๑. ปฏิเวธญาณ (ญาณในการแทงตลอด)
๒. เทสนาญาณ (ญาณในเทศนา)
ใน ๒ อย่างนั้น ปฏิเวธญาณ อันนำมาซึ่งอริยผลของตนอันปัญญา
อบรมแล้ว. เทสนาญาณ อันนำมาซึ่งอริยผลของพระสาวกทั้งหลายซึ่งเพิ่มพูน
แล้วด้วยกรุณา.
บรรดาญาณเหล่านั้น ปฏิเวธญาณ มี ๒ คือ
๑. อุปปัชชมานะ (ปฏิเวธญาณอันกำลังเกิดขึ้น)
๒. อุปปันนะ (ปฏิเวธญาณอันเกิดขึ้นแล้ว)
จริงอยู่ ปฏิเวธญาณอันกำลังเกิดขึ้น นับจำเดิมตั้งแต่การออกมหา-
ภิเนษกรมณ์ของพระพุทธเจ้า จนถึงอรหัตตมรรค. ในขณะแห่งผล ชื่อว่า
ปฏิเวธญาณ อันเกิดขึ้นแล้ว. อีกอย่างหนึ่ง ปฏิเวธญาณ ชื่อว่า อันกำลังเกิด
นับจำเดิมแต่เสด็จอยู่ภพดุสิต จนถึงพระอรหัตตมรรค ที่มหาโพธิบัลลังก์. ใน
ขณะแห่งผล ปฏิเวธญาณ ชื่อว่า เกิดขึ้นแล้ว. อีกอย่างหนึ่ง นับจำเดิมแต่
การทรงพยากรณ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ทีปังกร จนถึง
พระอรหัตตมรรค ปฏิเวธญาณ ชื่อว่า อันกำลังเกิดขึ้น. ในขณะแห่งผล
ปฏิเวธญาณ ชื่อว่า อันเกิดขึ้นแล้ว.