ได้แก่ การทำคืน อันภิกษุพึงกระทำด้วยความสำรวม. คำว่า สํวรกรณียานิ
ได้แก่ พึงกระทำด้วยความสังวร คือ กระทำคืน อันภิกษุนั้นพึงทำด้วยความ
ระวัง. คำว่า จิตฺตุปฺปาทกรณียานิ ได้แก่ การทำคืน อันภิกษุนั้น พึง
ทำด้วยสักว่าจิตตุปปาท. คำว่า มนสิการปฏิพทฺธานิ ได้แก่ การทำคืน
อันภิกษุพึงทำด้วยใจสักว่าการรำพึงแล้วนั้นแหละ.
ก็การทำคืนเหล่านั้น เป็นไฉน ?
พึงทราบว่า พระสุมเถระผู้มีปกติอยู่ในทิวาวิหาร ท่านกล่าวไว้ก่อน
ว่า "ภิกษุทั้งหลาย ย่อมบริสุทธิ์ ได้ด้วยใจ คือ สักว่าการนึกแล้วนั่นแหละว่า
เราจักทำซึ่งอาบัติเหล่านั้น สักว่าจิตตุปบาท ให้ถึงซึ่งอนาปัตติ ให้มีอย่างนี้
เป็นรูปอีก ชื่อว่า การทำความเปิดเผย ด้วยการอธิษฐานนี้ เป็นอันข้าพเจ้า
กล่าวแล้ว.
ก็พระจูฬนาคเถระผู้ทรงพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นอันเตวาสิกของท่านนั้น
กล่าวว่า ก็บทนี้เป็นบทภาชนียปาฏิโมกข์นั่นแหละ เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึง
ทราบว่า โทษในที่นี้คือ อาบัติทุกกฏ และทุพภาสิต เบากว่าโทษทั้งปวง
ชื่อว่า การเปิดเผย คือ การออกจากโทษนั้น เป็นไปตามที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้ว.
คำว่า อิติ อิเมสุ ได้แก่ เหล่านี้ มีประการอย่างนี้.
คำว่า วชฺชทสฺสาวี ได้แก่ มีปกติเห็นโทษ โดยความเป็นโทษ.
คำว่า ภยทสฺสาวี ได้แก่ มีปกติเห็นภัย โดยความเป็นไปแห่ง
ภัย ๔ อย่าง.
ในคำว่า อาทีนวทสฺสาวี นี้ ได้แก่ มีปกติเห็นโทษ มีประการ
ต่าง ๆ คือ โดยการนำมาซึ่งความนินทา โดยมีทุกข์เป็นผลข้างหน้า โดยกระ-
ทำอันตรายต่อคุณในเบื้องบน และเพราะให้เกิดความเดือดร้อน.