พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 266 (เล่ม 78)

สัมมาสมาธิ เป็นไฉน ?
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจาก
โลกให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัด
จากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติ
และสุข อันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ ในสมัยใด ความ
ตั้งอยู่แห่งจิต ฯลฯ ความตั้งใจชอบ สมาธิสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค
นับเนื่องในมรรค ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า สัมมาสมาธิ ธรรมทั้ง
หลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยสัมมาสมาธิ.
อัฏฐังคิกวาระ
[๕๙๑] มรรคมีองค์ ๘ คือ
๑. สัมมาทิฏฐิ
๒. สัมมาสังกัปปะ
๓. สัมมาวาจา
๔. สัมมากัมมันตะ
๕. สัมมาอาชีวะ
๖. สัมมาวายามะ
๗. สัมมาสติ
๘. สัมมาสมาธิ
ในธรรมเหล่านั้น มรรคมีองค์ ๘ เป็นไฉน ?
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจาก
โลกให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัด

266
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 267 (เล่ม 78)

จากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติ
และสุข อันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ ในสมัยใด ผัสสะ
ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านั้น ชื่อว่า กุศล.
ภิกษุสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน
อันเป็นวิบาก เพราะโลกุตตรกุศลฌานอันได้ทำไว้แล้ว ได้เจริญไว้แล้วนั้น
แล ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทา-
ทันธาภิญญา ชนิดสุญญตะ อยู่ในสมัยใด มรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ
สัมมาสมาธิ มีนัยสมัยนั้น.
นี้เรียกว่า มรรคมีองค์ ๘ ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่
สัมปยุตด้วยมรรคมีองค์ ๘.
ปัญจังคิกวาระ
เอกโตปุจฉาวิสัชนานัย
[๕๙๒] มรรคมีองค์ ๕ คือ
๑. สัมมาทิฏฐิ
๒. สัมมาสังกัปปะ
๓. สัมมาวายามะ
๔. สัมมาสติ
๕. สัมมาสมาธิ
ในธรรมเหล่านั้น มรรคมีองค์ ๕ เป็นไฉน ?
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจาก
โลกให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหานทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัด

267
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 268 (เล่ม 78)

จากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติ
และสุข อันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ ในสมัยใด ผัสสะ
ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กุศล.
ภิกษุสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน
อันเป็นวิบาก เพราะโลกุตตรกุศลฌานอันได้ทำไว้แล้ว ได้เจริญไว้แล้วนั้นแล
ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธา-
ภิญญา ชนิดสุญญตะ อยู่ ในสมัยใด มรรคมีองค์ ๕ คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมา-
สังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ มีในสมัยนั้น.
นี้เรียกว่า มรรคมีองค์ ๕ ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรม
ที่สัมปยุตด้วยมรรคมีองค์ ๕.
ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัย
[๕๙๓] มรรคมีองค์ ๕ คือ
๑. สัมมาทิฏฐิ
๒. สัมมาสังกัปปะ
๓. สัมมาวายามะ
๔. สัมมาสติ
๕. สัมมาสมาธิ
ในมรรคมีองค์ ๕ นั้น สัมมาทิฏฐิ เป็นไฉน ?
ภิกษุในศาสนานี้. เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจาก
โลกให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม
สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร

268
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 269 (เล่ม 78)

มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ในสมัยใด
ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านั้น ชื่อว่า กุศล.
ภิกษุสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน
อันเป็นวิเวก เพราะโลกุตตรกุศลฌานอันไดทำไว้แล้ว ได้เจริญไว้แล้วนั้นแล
ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทา-
ทันธาภิญญา ชนิดสุญญตะ อยู่ ในสมัยใด ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความ
ไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่ง
มรรค นับเนื่องในมรรค ในสมัยนั้น อันใด นี้เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ ธรรม
ทั้งหลายที่เหลือเรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ ธรรมทั้งหลายที่
เหลือ เรียกว่าธรรมที่สัมปยุตด้วยสัมมาสังกัปปะ ฯลฯ ธรรมทั้งหลายที่เหลือ
เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยสัมมาวายามะ ฯลฯ ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า
ธรรมที่สัมปยุตด้วยสัมมาสติ.
สัมมาสมาธิ เป็นไฉน ?
ภิกษุในศาสนานี้ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจาก
โลกให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม
สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ประกอบด้วยวิตก วิจาร
มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ ในสมัยใด
ผัสสะ ฯ ลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กุศล.
ภิกษุสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน
อันเป็นวิบาก เพราะโลกุตตรกุศลฌานอันได้ทำไว้แล้ว ได้เจริญไว้แล้วนั้นแล
ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธา-
ภิญญา ชนิดสุญญตะ อยู่ ในสมัยใด ความตั้งอยู่แห่งจิต ความดำรงอยู่แห่งจิต
ความมั่นอยู่แห่งจิต ความไม่ส่ายไปแห่งจิต ความไม่ฟุ้งซ่านแห่งจิต ภาวะ

269
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 270 (เล่ม 78)

ที่จิตไม่ส่ายไป ความสงบ สมาธินทรีย์ สมาธิพละ สัมมาสมาธิ สมาธิ-
สัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค ในสมัยนั้น อันใด
นี้เรียกว่า สัมมาสมาธิ ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วย
สัมมาสมาธิ.
อภิธรรมภาชนีย์ จบ
ปัญหาปุจฉกะ
[๕๙๔] อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ
๑. สัมมาทิฏฐิ
๒. สัมมาสังกัปปะ
๓. สัมมาวาจา
๔. สัมมากัมมันตะ
๕. สัมมาอาชีวะ
๖. สัมมาวายามะ
๗. สัมมาสติ
๘. สัมมาสมาธิ
ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา
บรรดาองค์มรรค ๘ ข้อไหนเป็นกุศล ข้อไหนเป็นอกุศล ข้อไหน
เป็นอัพยากตะ ฯลฯ ข้อไหนเป็นสรณะ ข้อไหนเป็นอรณะ.
ติกมาติกาวิสัชนา
[๕๙๕] องค์มรรค ๘ เป็นกุศลก็มี เป็นอัพยากตะก็มี.
สัมมาสังกัปปะ เป็นสุขเวทนาสัมปยุต องค์มรรค ๗ เป็นสุขเวทนา.
สัมปยุตก็มี เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี.

270
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 271 (เล่ม 78)

องค์มรรค ๘ เป็นวิบากก็มี เป็นวิบากธัมมธรรมก็มี
องค์มรรค ๘ เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะ
องค์มรรค ๘ เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะ
สัมมาสังกัปปะ เป็นอวิตักกวิจารมัตตะ
องค์มรรค ๗ เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี
เป็นอวิตกกาวิจาระก็มี
สัมมาสังกัปปะ เป็นปีติสหคตะ เป็นสุขสหคตะ ไม่เป็นอุเบกขาสหคตะ
องค์มรรค ๗ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นอุเบกขา
สหคตะก็มี
องค์มรรค ๘ เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพะ
องค์มรรค ๘ เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกะ
องค์มรรค ๘ เป็นอปจยคามีก็มี เป็นเนวาจยคามินาปจยคามีก็มี
องค์มรรค ๘ เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มี
องค์มรรค ๘ เป็นอัปปมาณะ
องค์มรรค ๘ เป็นอัปปมาณารัมมณะ
องค์มรรค ๘ เป็นปณีตะ
องค์มรรค ๘ เป็นสัมมัตตนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี
องค์มรรค ๘ ไม่เป็นมัคคารัมมณะ
องค์มรรค ๘ เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า
เป็นทั้งมัคคเหตุกะ เป็นทั้งมัคคาธิปติก็มี
องค์มรรค ๘ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทีก็มี

271
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 272 (เล่ม 78)

องค์มรรค ๘ เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี กล่าว
ไม่ได้ว่า เป็นอตีตารัมมณะ เป็นอนาคตารัมมณะ เป็นปัจจุปันนา-
รัมมณะ
องค์มรรค ๘ เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธา
ก็มี
องค์มรรค ๘ เป็นพหิทธารัมมณะ
องค์มรรค ๘ เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะ.
ทุกมาติกาวิสัชนา
๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
[๕๙๖] สัมมาทิฏฐิ เป็นเหตุ องค์มรรค ๗ เป็นนเหตุ
องค์มรรค ๘ เป็นสเหตุกะ เป็นเหตุสัมปยุต
สัมมาทิฏฐิ เป็นเหตุสเหตุกะ องค์มรรค ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุ-
สเหตุกะ แต่เป็นสเหตุกนเหตุ
สังมาทิฏฐิ เป็นเหตุเหตุสัมปยุต องค์มรรค ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็น
เหตุเหตุสัมปยุต แต่เป็นเหตุสัมปยุต
องค์มรรค ๗ เป็นนเหตุสเหตุกะ สัมมาทิฏฐิ กล่าวไม่ได้ว่า เป็น
ทั้งนเหตุกะ เป็นทั้งนเหตุอเหตุกะ.
๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐,๑๑ , ๑๒. จูฬันตรทุกาทิวิสัชนา
[๕๙๗] องค์มรรค ๘ เป็นสัปปัจจยะ
องค์มรรค ๘ เป็นสังขตะ
องค์มรรค ๘ เป็นอนิทัสสนะ
องค์มรรค ๘ เป็นอัปปฏิฆะ
องค์มรรค ๘ เป็นอรูป .

272
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 273 (เล่ม 78)

องค์มรรค ๘ เป็นโลกุตตระ
องค์มรรค ๘ เป็นเกนจิวิญเญยยะ, เป็นเกนจินวิญเญยยะ
องค์มรรค ๘ เป็นโนอาสวะ
องค์มรรค ๘ เป็นอนาสวะ
องค์มรรค ๘ เป็นอาสววิปปยุต
องค์มรรค ๘ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ เป็นสาสวโนอาสวะ
องค์มรรค ๘ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวอาสวสัมปยุต เป็น
อาสวสัมปยุตตโนอาสวะ
องค์มรรค ๘ เป็นอาสววิปปยุตตอนาวะ
องค์มรรค ๘ เป็นโนสัญโญชนะ ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นโนคันถะ
ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นโนโอฆะ ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นโนโยคะ ฯลฯ
องค์มรรค ๘ เป็นโนนีวรณะ ฯลฯ องค์มรรค ๘ เป็นโนปรามาสะ ฯลฯ องค์
มรรค ๘ เป็นสารัมมณะ
องค์มรรค ๘ เป็นโนจิตตะ
องค์มรรค ๘ เป็นเจตสิกะ
องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสัมปยุต
องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสังสัฏฐะ
องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสมุฏฐานะ
องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสหภู
องค์มรรค ๘ เป็นจิตตานุปริวัตติ
องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ
องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู

273
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 274 (เล่ม 78)

องค์มรรค ๘ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ
องค์มรรค ๘ เป็นพาหิระ
องค์มรรค ๘ เป็นโนอุปาทา
องค์มรรค ๘ เป็นอนุปาทินนะ เป็นโนอุปาทานา ฯลฯ องค์มรรค๘
เป็นโนกิเลสะ ฯลฯ
๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา
[๕๙๘] องค์มรรค ๘ เป็นนทัสสเนนปหาตัพพะ
องค์มรรค ๘ เป็นนภาวนายปหาตัพพะ
องค์มรรค ๘ เป็นนทัสสเนนปหาตัพพเหตุกะ
องค์มรรค ๘ เป็นนภาวนายปหาตัพัพเหตุกะ
สัมมาสังกัปปะ เป็นอวิตักกะ องค์มรรค ๗ เป็นสวิตักกะก็มี เป็น
อวิตักกะก็มี.
สัมมาสังกัปปะ เป็นสวิจาระ องค์มรรค ๗ เป็นสวิจาระก็มี เป็น
อวิจาระก็มี.
สัมมาสังกัปปะ เป็นสัปปีติกะ องค์มรรค ๗ เป็นสัปปีติกะก็มี เป็น
อัปปีติกะก็มี.
สัมมาสังกัปปะ เป็นสุขสหคตะ องค์มรรค ๗ เป็นปีติสหคตะก็มี
เป็นนปีติสหคตะก็มี.
สัมมาสังกัปปะ เป็นสุขสหคตะ องค์มรรค ๗ เป็นสุขสหคตะก็มี เป็น
นสุขสหคตะก็มี.
สัมมาสังกัปปะ เป็นนอุเปกขาสหคตะ องค์มรรค ๗ เป็นอุเปกขาสหคตะ
ก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี.

274
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 275 (เล่ม 78)

องค์มรรค ๘ เป็นนกามาวจร
องค์มรรค ๘ เป็นนรูปาวจร
องค์มรรค ๘ เป็นนอรูปาวจร
องค์มรรค ๘ เป็นอปริยาปันนะ
องค์มรรค ๘ เป็นนิยยานิกะก็มี เป็นอนิยานิกะก็มี
องค์มรรค ๘ เป็นนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี
องค์มรรค ๘ เป็นอนุตตระ
องค์มรรค ๘ เป็นอรณะ ฉะนี้แล
ปัญหาปจุฉกะจบ
มัคควิภังค์ จบบริบูรณ์

275