ตัพพ, อิทธิบาท ๔ เป็นนทัสสเนนปหาตัพพเหตุกะ อิทธิบาท ๔ เป็นนภาว-
นายปหาตัพพเหตุกะ, อิทธิบาท ๔ เป็นสวิตักกะก็มี เป็นอวิตักกะก็มี อิทธิ-
บาท ๔ เป็นสวิจาระก็มี เป็นอวิจาระก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นสัปปีติกะก็มี เป็น
อัปปีติกะก็มี, อิทธิบาท ๔ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี, อิทธิบาท
๔ เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี, อิทธิบาท ๔ เป็นอุเปกขาสหคตะ
ก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี, อิทธิบาท ๔ เป็นนกามาวจร, อิทธิบาท ๔ เป็น
นรูปาวจร, อิทธิบาท ๔ เป็นนอรูปาวจร, อิทธิบาท ๔ เป็นอปริยาปันนะ,
อิทธิบาท ๔ เป็นนิยยานิกะ, อิทธิบาท ๔ เป็นนิยตะ, อิทธิบาท ๔ เป็น
อนุตตระ, อิทธิบาท ๔ เป็นอรณะ ฉะนี้แล.
ปัญหาปุจฉกะ จบ
อิทธิปาทวิภังค์ จบบริบูรณ์
อรรถกถาอิทธิปาทวิภังค์
วรรณนาสุตตันตภาชนีย์
บัดนี้ พึงทราบวินิจฉัยใน อิทธิปาทวิภังค์ อันเป็นลำดับต่อจาก
สัมมัปปธานวิภังค์ นั้น ต่อไป.
คำว่า ๔ เป็นคำกำหนดจำนวน. ในคำว่า อิทฺธิปาทา นี้ ชื่อว่า
อิทธิ (ฤทธิ์) เพราะอรรถว่า ย่อมรุ่งเรือง อธิบายว่า ย่อมรุ่งเรืองด้วยดี คือ
ย่อมสำเร็จ. อีกอย่างหนึ่งสัตว์ทั้งหลายผู้สำเร็จ ผู้เจริญ ย่อมสำเร็จ ย่อมถึง
ความเป็นผู้ประเสริฐ ด้วยสภาวะนี้ แม้เพราะเหตุนั้น สภาวะนั้น จึงชื่อว่า