คำว่า "ธมฺมจฺฉนฺโท" ได้แก่ ฉันทะ อันเป็นสภาวะ.
จริงอยู่ ชื่อว่า ฉันทะนี้มีประการต่างๆมากอย่าง คือ ตัณหา-
ฉันทะ ทิฏฐิฉันทะ วิริยฉันทะ ธัมมฉันทะ.
ในฉันทะเหล่านั้น คำว่า "ธมฺมฉนฺโท" ท่านประสงค์เอาฉันทะใน
ธรรมอันเป็นกุศลของผู้ใคร่เพื่อกระทำในที่นี้.
คำว่า "อิมํ ฉนฺทํ ชเนติ" ได้แก่ ผู้ทำอยู่ซึ่งฉันทะนั่นแหละ
ชื่อว่า ย่อมยังฉันทะให้เกิด.
คำว่า "สญฺชเนติ" ได้แก่ บท (ชเนติ) นั้น ท่านเพิ่มบท
อุปสรรค.
คำว่า "อุฏฺฐาเปติ" ได้แก่ ผู้ทำฉันทะอยู่นั่นแหละ ชื่อว่า ย่อม
ให้ฉันทะตั้งขึ้น.
คำว่า "สมุฏฐาเปติ" ได้แก่ บท (อุฏฺฐาเปติ) นั้น ท่านเพิ่ม
บทอุปสรรค.
คำว่า "นิพพตฺเตติ" ได้แก่ ผู้ทำฉันทะอยู่อย่างนั้น ชื่อว่า ย่อม
ให้ฉันทะนั้นบังเกิด.
คำว่า "อภินิพฺพตฺเตติ" ได้แก่ บท (นิพฺพตฺเตติ) นั้น ท่าน
เพิ่มบทอุปสรรค.
อีกอย่างหนึ่ง ภิกษุผู้ทำฉันทะนั่นแหละ ชื่อว่า ย่อมให้ฉันทะ
เกิด ผู้ทำฉันทะนั้นนั่นแหละให้ติดต่อกันไป ชื่อว่า ย่อมให้ฉันทะ
เกิดด้วยดี ผู้ยกขึ้นอีกซึ่งฉันทะอันตกไปแล้วด้วยอันตรายอย่างใด
อย่างหนึ่ง ชื่อว่า ย่อมให้ฉันทะตั้งขึ้น, ผู้ยังฉันทะอันตั้งมั่นติดต่อ
กันไปให้ถึงอยู่ ชื่อว่า ย่อมให้ฉันทะตั้งขึ้นด้วยดี, ผู้ทำฉันทะนั้นให้