เบื้องหน้าแต่นี้ไป คำใดที่ตรัสไว้ในประโยคมีอาทิว่า สํขารปจฺจยา
วิญฺญาณํ (วิญญาณเกิด เพราะสังขารเป็นปัจจัย) ดังนี้ คำนั้น พึงทราบ
โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละ ส่วนในคำที่ยังมิได้กล่าวนั้น พึงทราบวินิจฉัย
ต่อไปนี้
วิชชานาตีติ วิญฺญาณํ ชื่อว่า วิญญาณ เพราะอรรถว่า ย่อมรู้แจ้ง.
นมตีติ นามํ ชื่อว่า นาม เพราะอรรถว่า ย่อมน้อมไป.
รุปฺปตีติ รูปํ ชื่อว่า รูป เพราะอรรถว่า ย่อมสลาย.
อาเย ตโนติ อายตญฺจ นยตีติ อายตนํ ที่ชื่อว่า อายตนะ
เพราะอรรถว่า ย่อมแผ่ไปซึ่งกาย (นามรูป) อันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ และ
ย่อมนำไปสู่สังสารอันยาวนาน.
ผุสตีติ ผสฺโส ชื่อว่า ผัสสะ เพราะอรรถว่า ถูกต้อง.
เวทยตีติ เวทนา ชื่อว่า เวทนา เพราะอรรถว่า เสวยอารมณ์.
ปริตสฺสตีติ ตณฺหา ชื่อว่า ตัณหา เพราะอรรถว่า ทะยานอยาก.
อุปาทิยตีติ อุปาทานํ ชื่อว่า อุปาทาน เพราะอรรถว่า ยึดมั่น.
ภวติ ภาวยติ จาติ ภโว ชื่อว่า ภพ เพราะอรรถว่า ย่อมเป็น
และย่อมให้เป็น.
ชนนํ ชาติ ความเกิด ชื่อว่า ชาติ.
ชิรณํ ชรา ความคร่ำคร่า ชื่อว่า ชรา.
มรนฺติ เอเตนาติ มรณํ ชื่อว่า มรณะ เพราะอรรถว่า เป็นเหตุตาย
ของสัตว์ทั้งหลาย. โสจนํ โสโก ความเศร้า ชื่อว่า โสกะ ปริเทวนํ ปริเท-
โว ความร้องคร่ำครวญ ชื่อว่า ปริเทวะ ทุกฺขยตีติ ทุกฺขํ ชื่อว่า ทุกข์