ซัดไป เพราะเหตุนั้น ปฏิสนธิจิตนั้น จึงชื่อว่า ยังรูปให้ตั้งขึ้นไม่ได้แม้เหตุ
ที่ไม่ตั้งมั่นเพราะถูกกรรมซัดไป ด้วยประการฉะนี้.
อนึ่ง ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นไม่ก่อนไม่หลังกับวัตถุ (รูป) วัตถุของปฏิสนธิ
จิตนั้น จึงไม่อาจเป็นปัจจัย (ปุเรชาตปัจจัย) ที่เกิดก่อน แต่ถ้าพึงอาจ ก็จะ
พึงยังรูปให้ตั้งขึ้น แม้ในขณะที่วัตถุซึ่งเกิดก่อนอาจเพื่อเป็นปัจจัย เป็นประเพณี
สืบต่ออยู่นั้น จิตที่ไม่เสื่อมจากส่วนประกอบเท่านั้น จึงยังรูปให้เกิดขึ้น
จริงอยู่ ถ้าจิตยังรูปให้ตั้งขึ้นให้ในขณะตั้งอยู่ หรือในภังคขณะ แม้ปฏิสนธิจิต
ก็จะพึงยังรูปให้ตั้งขึ้นได้ แต่ว่าจิตย่อมยังรูปให้ตั้งขึ้นในขณะทั้งสองนั้นไม่ได้.
เหมือนอย่างกลุ่มเห็ดเมื่อผุดขึ้นจากแผ่นดินย่อมพาเอาผงฝุ่นติดมาด้วย ฉันใด
จิตก็ฉันนั้น อาศัย (อัญญมัญญนิสสยะ) วัตถุที่เกิดก่อน (เกิดครั้งแรก)
แล้วถือเอารูป ๘ อย่างตั้งขึ้นในอุปาทขณะ แต่รูป (วัตถุ) ที่เกิดก่อน (ครั้ง
แรก) ในขณะปฏิสนธิไม่อาจเป็นปัจจัยได้ เพราะฉะนั้น ปฏิสนธิจิต จึงชื่อว่า
ยังรูปให้ตั้งขึ้นไม่ได้แม้เพราะความบกพร่องแห่งปัจจัย.
อนึ่ง บุคคลผู้มาใหม่ถึงประเทศที่ตนยังไม่เคยมาย่อมไม่อาจพูดแก่คน
อื่น ๆ ว่า ดูก่อนท่านผู้เจริญ พวกท่านจงมาในบ้านเถิด ข้าพเจ้าจักให้ข้าวน้ำ
ของหอมและระเบียบดอกไม้เป็นต้นแก่พวกท่าน ดังนี้ เพราะความที่บ้านนั้น
ไม่ใช่วิสัย (คือไม่อยู่ในอำนาจ) ของตน เพราะความที่ตนมิได้เป็นใหญ่ใน
บ้านนั้น ฉันใด ปฏิสนธิจิตเป็นจิตจรมาใหม่ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น
ปฏิสนธิจิตนั้นจึงยังรูปให้ตั้งขึ้นไม่ได้ เพราะความที่เป็นผู้มาใหม่. อีกอย่างหนึ่ง
กรรมชรูป ๓๐ ถ้วนถือเอาฐานแห่งรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐานตั้งอยู่แล้ว เพราะ
ฉะนั้น ปฏิสนธิจิตจึงไม่ยังรูปให้ตั้งขึ้น.
ก็จุติจิตของพระขีณาสพก็ไม่ยังรูปให้ตั้งขึ้นเพราะมูลแห่งวัฏฏะของท่าน
สงบแล้ว จริงอยู่พระขีณาสพนั้นมีมูลแห่งวัฏฏะในภพทั้งปวงสงบแล้ว ไม่ควร