ความไม่ตรัสรู้ ความไม่รู้โดยสมควร ความไม่รู้ตามความเป็นจริง ความไม่
แทงตลอด ความไม่ถือเอาให้ถูกต้อง ความไม่หยั่งลงโดยรอบคอบ ความไม่
พินิจ ความไม่พิจารณา ความไม่ทำให้ประจักษ์ ความมีปัญญาทราม ความ
โง่เขลา ความไม่รู้ชัด ความหลง ความลุ่มหลง ความหลงใหล อวิชชา
โอฆะคืออวิชชา โยคะคืออวิชชา อนุสัยคืออวิชชา ปริยุฏฐานคืออวิชชา ลิ่ม
คืออวิชชา อกุศลมูลคือโมหะ มีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า อวิชชา-
นิวรณ์.
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นนิวรณ์.
[๗๕๕] ธรรมไม่เป็นนิวรณ์ เป็นไฉน ?
เว้นนิวรณธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม
ที่เหลือซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตระ คือ เวทนาขันธ์
ฯลฯ วิญญาณขันธ์ รูปทั้งหมด และอสังขตธาคุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า
ธรรมไม่เป็นนิวรณ์.
[๗๕๖] ธรรมเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ เป็นไฉน ?
กุศลธรรม กุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่ง
เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาว-
ธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของนิวรณ์.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ เป็นไฉน ?
มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรม
เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์.
[๗๕๗] ธรรมสัมปยุต ด้วยนิวรณ์ เป็นไฉน ?