[๓๕๘] สุข มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ?
ความสบายทางกาย ความสุขทางกาย ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุข
อันเกิดแต่กายสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่กายสัมผัส ใน
สมัยนั้น อันใด นี่ชื่อว่า สุขมีในสมัยนั้น.
[๓๕๙] เอกัคคตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ?
ความตั้งอยู่แห่งจิต สมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า เอกัคคตามีในสมัยนั้น.
[๓๖๐] มนินทรีย์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ?
จิต มโน มนัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ อินทรีย์ คือ
มโน วิญญาณ วิญญาณขันธ์ กายวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด
นี้ชื่อว่า มนินทรีย์มีในสมัยนั้น.
[๓๖๑] สุขินทรีย์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ?
ความสบายทางกาย ความสุขทางกาย ความเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุข
อันเกิดแต่กายสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่กายสัมผัส ใน
สมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า สุขินทรีย์มีในสมัยนั้น.
[๓๖๒] ชีวิตินทรีย์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ?
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่
สืบเนืองกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิตอินทรีย์คือ
ชีวิต ของนามธรรมนั้น ๆ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ มีใน
สมัยนั้น.
[๓๖๓] หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีอยู่ในสมัยนั้น
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต.