๑. กสิณานุโลมโต (เข้าฌานลำดับกสิณ)
๒. กสิณปฏิโลมโต (เข้าฌานย้อนกสิณ)
๓. กสิณานุโลมปฏิโลมโต (เข้าฌานตามสำดับและย้อนกสิณ)
๔. ฌานานุโลมโต (เข้าตามลำดับฌาน)
๕. ฌานปฏิโลมโต (เข้าย้อนลำดับฌาน)
๖. ฌานานุโลมปฏิโลมโต (เข้าฌานตามลำดับและย้อนฌาน)
๗. ฌานุกันติกโต (เข้าฌานโดยข้ามลำดับ )
๘. กสิณุกันติกโต (เข้าฌานโดยข้ามกสิณ)
๙. ฌานกสิณุกันติกโต (ข้ามทั้งฌานและกสิณ)
๑๐. อังคสังกันติโต (เข้าฌาน ๕ โดยก้าวล่วงองค์)
๑๑. อารัมมณสังกันติโต (เข้าฌานโดยเปลี่ยนอารมณ์)
๑๒. อังคารัมมณสังกันติโต (เข้าตามลำดับฌานและกสิณ )
๑๓. อังคววัฏฐานโต (กำหนดรู้องค์ฌาน)
๑๔. อารัมมณววัฏฐานโต (กำหนดรู้อารมณ์).
เรื่องพิสดารแห่งการฝึกจิตเหล่านั้น ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในวิสุทธิมรรค
ทั้งนั้นแล ก็พระโยคาวจรไม่เคยอบรมมาก่อน เป็นอาทิกัมมิกะ ไม่ฝึกจิต
โดยอาการ ๑๔ อย่าง อย่างนี้ จักยังการแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ให้สำเร็จ ด้วยประการ
ที่กล่าวมานี้ นั่นมิใช่ฐานะที่มีได้ จริงอยู่ แม้การบริกรรมกสิณของพระ-
โยคาวจรผู้เริ่มเป็นภาระ (ของยาก) ก็บรรดาผู้เริ่มบริกรรมกสิณตั้งร้อยองค์
พันองค์ องค์เดียวย่อมสามารถ. พระโยคาวจรผู้ทำกสิณบริกรรมแล้ว การที่