วิญญูชนทั้งหลายจักติเตียนเธอ เธอ
จักเป็นอันบุคคลผู้มีศีลทั้งหลายเว้นแล้ว
เหมือนชาวพระนครเว้นของไม่สะอาด
ดูก่อนภิกษุ เธอจักทำอย่างไรเล่า ดังนี้.
บุคคลนั้นย่อมไม่ทำบาปกรรมเพราะโอตตัปปะอันเหตุภายนอกเป็น
สมุฏฐาน ชื่อว่า โอตตัปปะ มีเหตุภายนอกเป็นสมุฏฐาน ด้วยประการฉะนี้.
ถามว่า ชื่อว่า หิริ มีอัตตาเป็นอธิบดี อย่างไร. ตอบว่า กุลบุตรบาง
คนในโลกนี้กระทำตนให้เป็นใหญ่ให้เป็นหัวหน้าแล้วคิดว่า การทำความชั่ว
ไม่สมควรแก่บุคคลผู้บวชด้วยศรัทธา เป็นพหูสูต ผู้ปฏิบัติธุดงค์ ผู้เช่นกับเรา
แล้วไม่ทำบาปกรรม ชื่อว่า หิริ มีอัตตาเป็นอธิบดี อย่างนี้ เพราะเหตุนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า บุคคลนั้นกระทำตนเท่านั้นให้เป็นใหญ่ ให้เป็น
หัวหน้าแล้วย่อมละอกุศล เจริญกุศล ย่อมละธรรมที่มีโทษ เจริญธรรมไม่มี
โทษ ย่อมบริหารตนให้หมดจด ดังนี้.
ถามว่า ชื่อว่า โอตตัปปะ มีโลกเป็นอธิบดี อย่างไร ตอบว่า
กุลบุตรบางคนในโลกนี้กระทำโลกให้เป็นใหญ่ ให้เป็นหัวหน้า แล้วไม่ทำบาป-
กรรม เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า ก็โลกสันนิวาสนี้ใหญ่แล อนึ่ง ในโลกสันนิวาส
ใหญ่แล ย่อมมีสมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้มีฤทธิ์ มีทิพยจักษุ รู้จิตของผู้อื่น
สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมมองเห็นได้แม้แต่ที่ไกล แม้แต่ที่ใกล้เราก็มองไม่
เห็นท่าน สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมรู้ชัดซึ่งจิตแม้ด้วยจิต ท่านแม้เหล่านั้น
จักรู้เราอย่างนี้ว่า ดูก่อนท่านผู้เจริญทั้งหลาย จงดูกุลบุตรนี้ซิ เขาเป็นผู้มีศรัทธา
ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตผู้ไม่มีเรือน แต่เกลื่อนกล่นด้วยอกุศลธรรม
อันลามกอยู่ ดังนี้ ถึงเทวดาทั้งหลายที่มีฤทธิ์ มีทิพยจักษุ รู้ใจผู้อื่นก็มีอยู่