นักปราชญ์ ท่านเรียกว่า บัณฑิต
เพราะการได้เฉพาะซึ่งประโยชน์ในภพนี้
และประโยชน์ในภพหน้า.
ใช้ในความหมายว่า ละ ดังในประโยคมีอาทิว่า ภิกษุได้กระทำที่สุดแห่ง
ทุกข์ได้แล้ว เพราะละมานะโดยชอบ. ใช้ในความหมายว่า การแทงตลอด
ดังในประโยคมีอาทิว่า สภาพแห่งทุกข์มีอรรถว่าบีบคั้น มีอรรถว่าปรุงแต่ง
มีอรรถว่าทำให้เดือดร้อน มีอรรถว่าแปรปรวน มีอรรถว่าควรแทงตลอด
ในสมยศัพท์มีอรรถเป็นอเนก ด้วยประการฉะนี้.
สมวาโย ขโร กาโล สมูโห เหตุเยว จ
เอเต ปญฺจาปิ วิญฺเญยฺยา สมยา อิธ วิญฺญุนา
สมยศัพท์ในอธิการนี้ พึงทราบว่ามี
เพียง ๕ คือ ความพร้อมเพรียง ๑ ขณะ ๑
กาล ๑ ประชุม ๑ เหตุ ๑.
แท้จริงในบรรดาสมยศัพท์ ๙ อย่างเหล่านั้น ในอธิการว่าด้วยกุศลนี้
ว่า ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ ดังนี้ บัณฑิตพึงทราบสมยศัพท์ ๕
มีความพร้อมเพรียงเป็นต้นต่อไป.
บรรดาสมยศัพท์เหล่านั้น ความ
พร้อมเพรียงแห่งปัจจัยพึงทราบว่าความ
พร้อมเพรียง ส่วนสมยศัพท์อันเป็นอรรถ
ข้อที่ ๙ (การแทงตลอด) พึงทราบว่าเป็น
ขณะหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง จักรแม้ทั้ง ๔ ก็
พึงทราบว่าเป็นขณะ.