พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 188 (เล่ม 75)

๘๘-๖. สวิจารทุกะ
สวิจารา ธมฺมา ธรรมมีวิจาร
อวิจารา ธมฺมา ธรรมไม่มีวิจาร
๘๙-๗. สัปปีติกทุกะ
สปฺปีติกา ธมฺมา ธรรมมีปีติ
อปฺปีติกา ธมฺมา ธรรมไม่มีปีติ
๙๐-๘. ปีติสหคตทุกะ
ปีติสหคตา ธมฺมา ธรรมสหรคตด้วยปีติ
น ปีติสหคตา ธมฺมา ธรรมไม่สหรคตด้วยปีติ
๙๑-๙. สุขสหคตทุกะ
สุขสหคตา ธมฺมา ธรรมสหรคตด้วยสุขเวทนา
น สุขสหคตา ธมฺมา ธรรมไม่สหรคตด้วยสุขเวทนา
๙๒-๑๐. อุเปกขาสหคตทุกะ
อุเปกฺขา สหคตา ธมฺมา ธรรมสหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา
น อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา ธรรมไม่สหรตด้วยอุเบกขาเวทนา
๙๓-๑๑. กามาวจรทุกะ
กามาวจรา ธมฺมา ธรรมเป็นกามาวจร
น กามาวจรา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นกามาวจร
๙๔-๑๒. รูปาวจรทุกะ
รูปาวจรา ธมฺมา ธรรมเป็นรูปาวจร
น รูปาวจรา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นรูปาวจร

188
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 189 (เล่ม 75)

๙๕-๑๓. อรูปาวจรทุกะ
อรูปาวจรา ธมฺมา ธรรมเป็นอรูปาวจร
น รูปาวจรา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นรูปาวจร
๙๖-๑๔. ปริยาปันนทุกะ
ปริยาปนฺนา ธมฺมา ธรรมเป็นปริยาปันนะ
อปริยาปนฺนา ธมฺมา ธรรมเป็นอปริยาปันนะ
๙๗-๑๕. นิยยานิกทุกะ
นิยฺยานิกา ธมฺมา ธรรมเป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ
อนิยฺยานิกา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ
๙๘-๑๖. นิยตทุกะ
นียตา ธมฺมา ธรรมให้ผลแน่นอน
อนิยตา ธมฺมา ธรรมให้ผลไม่แน่นอน
๙๙-๑๗. สอุตตรทุกะ
สอุตตฺรา ธมฺมา ธรรมมีธรรมอื่นยิ่งกว่า
อนุตฺตรา ธมฺมา ธรรมไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า
๑๐๐-๑๘. สรณทุกะ
สรณา ธมฺมา ธรรมเกิดกับกิเลส
อรณา ธมฺมา ธรรมไม่เกิดกับกิเลส
อภิธรรมมาติกา ๑๐๐ ทุกะ จบ

189
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 190 (เล่ม 75)

สุตตันตมาติกา ๔๒ ทุกะ
[๑๕] ๑. วิชชาภาคีทุกะ
วิชฺชาภาคิโน ธมฺมา ธรรมเป็นไปในส่วนวิชชา
อวิชฺชภาคิโน ธมฺมา ธรรมเป็นไปในส่วนอวิชชา
๒. วิชชูปมทุกะ
วิชฺชูปมา ธมฺมา ธรรมเหมือนฟ้าแลบ
วชิรูปมา ธมฺมา ธรรมเหมือนฟ้าผ่า
๓. พาลทุกะ
พาลา ธมฺมา ธรรมทำให้เป็นพาล
ปณฺฑิตา ธมฺมา ธรรมทำให้เป็นบัณฑิต
๔. กัณหทุกะ
กณฺหา ธมฺมา ธรรมดำ
สุกฺกา ธมฺมา ธรรมขาว
๕. ตปนิยทุกะ
ตปนิยา ธมฺมา ธรรมทำให้เร่าร้อน
อตปนิยา ธมฺมา ธรรมไม่ทำให้เร่าร้อน
๖. อธิวจนทุกะ
อธิวจนา ธมฺมา ธรรมเป็นชื่อ
อธิวจนปถา ธมฺมา ธรรมเป็นเหตุของธรรมเป็นชื่อ

190
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 191 (เล่ม 75)

๗. นิรุตติทุกกะ
นิรุตฺติ ธมฺมา ธรรมเป็นนิรุตติ
นิรุตฺติปถา ธมฺมา ธรรมเป็นเหตุของธรรมเป็นนิรุตติ
๘. ปัญญัตติทุกะ
ปญฺญตฺติ ธมฺมา ธรรมเป็นบัญญัติ
ปญฺญตฺติปถา ธมฺมา/B ธรรมเป็นเหตุของธรรมเป็นบัญญัติ
๙. นามรูปทุกะ
นามญฺจ นามธรรม
รูปญฺจ รูปธรรม
๑๐. อวิชชาทุกะ
อวิชฺชา จ ความไม่รู้แจ้ง
ภวตณฺหา จ ความปรารถนาภพ
๑๑. ภวทิฏฐิทุกะ
ภวทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าเกิด
วิภวทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าไม่เกิด
๑๒. สัสสตทิฏฐิทุกะ
สสฺสตทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าเที่ยง
อุจฺเฉททิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าสูญ
๑๓. อันตวาทิฏฐิทุกะ
อนฺตวาทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่ามีที่สุด
อนนฺตวาทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าไม่มีที่สุด

191
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 192 (เล่ม 75)

๑๔. ปุพพันตานุทิฏฐิทุกะ
ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิ จ ความเห็นปรารภส่วนอดีต
อปรนฺตานุทิฏฺฐิ จ ความเห็นปรารภส่วนอนาคต
๑๕. อหิริกทุกะ
อหิริกญฺจ ความไม่ละอาย
อโนตฺตปฺปญฺ จ ความไม่เกรงกลัว
๑๖. หิริทุกะ
หิริ จ ความละอาย
โอตฺตปฺปญฺจ ความเกรงกลัว
๑๗. โทวจัสสตาทุกะ
โทวจสฺสตา จ ความเป็นผู้ว่ายาก
ปาปมิตฺตตา จ ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว
๑๘. โสวจัสสตาทุกะ
โสวจสฺสตา จ ความเป็นผู้ว่าง่าย
กลฺยาณมิตฺตตา จ ความเป็นผู้มีมิตรดี
๑๙. อาปัตติกุสลตาทุกะ
อาปตฺติกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในอาบัติ
อาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาบัติ
๒๐. สมาปัตติกุสลตาทุกะ
สมาปตฺติกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในสมาบัติ
สมาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาบัติ

192
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 193 (เล่ม 75)

๒๑. ธาตุกุสลาทุกะ
ธาตุกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในธาตุ
มนสิการกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในการพิจารณา
๒๒. อายตนกุสลตาทุกะ
อายตนกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในอายตนะ
ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท
๒๓. ฐานกุสลตาทุกะ
ฐานกกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะ
อฏฐานกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในอฐานะ
๒๔. อาชชวทุกะ
อาชฺชโว จ ความซื่อตรง
มทฺทโว จ ความอ่อนโยน
๒๕. ขันติทุกะ
ขนฺติ จ ความอดทน
โสรจฺจญฺจ ความสงบเสงี่ยม
๒๖. สาขัลยทุกะ
สาขลฺยญฺจ ความเป็นผู้มีวาจาอ่อนหวาน
ปฏิสนฺถาโร จ การปฏิสันถาร
๒๗. อินทริยอคุตตทวารตาทุกะ
อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา ความเป็นผู้ไม่สำรวมในอินทรีย์
โภชเน อมตฺตญฺญุตา จ ความเป็นผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนาหาร

193
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 194 (เล่ม 75)

๒๘. อินทริยคุตตทวารตาทุกะ
อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา จ ความเป็นผู้สำรวมในอินทรีย์ ๖
โภชเน มตฺตญฺญุตา จ ความเป็นผู้รู้ประมาณในโภชนาหาร
๒๙. มุฏฐสัจจทุกะ
มุฏฺฐสจฺจญฺจ ความเป็นผู้ไม่มีสติ
อสมฺปชญฺญญฺจ ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ
๓๐. สติทุกะ
สติ จ สติ
สมฺปชญฺญญฺจ สัมปชัญญะ
๓๑. ปฏิสังขานพลทุกะ
ปฏิสงฺขานพลญฺจ กำลังคือการพิจารณา
ภาวนาพลญฺจ กำลังคือภาวนา
๓๒. สมถทุกะ
สมโถ จ สมถะ
วิปสฺสนา จ วิปัสสนา
๓๓. นิมิตตทุกะ
สมถนิมิตฺตญฺจ นิมิตคือสมถะ
ปคฺคาหนิมิตฺตญฺจ นิมิตคือความเพียร
๓๔. ปัคคาหทุกะ
ปคฺคาโห จ ความเพียร
อวิกฺเขโป จ ความไม่ฟุ้งซ่าน

194
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 195 (เล่ม 75)

๓๕. วิปัตติทุกะ
สีลวิปตฺติ จ ความวิบัติแห่งศีล
ทิฏฺฐิวิปตฺติ จ ความวิบัติแห่งทิฏฐิ
๓๖. สัมปทาทุกะ
สีลสมฺปทา จ ความสมบูรณ์แห่งศีล
ทิฏฺฐิสมฺปทา จ ความสมบูรณ์แห่งทิฏฐิ
๓๗. วิสุทธิทุกะ
สีลวิสุทฺธิ จ ความหมดจดแห่งศีล
ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ จ ความหมดจดแห่งทิฏฐิ
๓๘. ทิฏฐิวิสุทธิทุกะ
ทิฏฺฐิวิสุทธิ โข ปน ความหมดจดแห่งทิฏฐิ
ยถาทิฏฺฐิสฺส จ ปธานํ ความเพียรแห่งบุคคลผู้มีทิฏฐิอันหมดจด
๓๙. สังเวคทุกะ
สํเวโค จ สํเวชนิเยสุ ฐาเนสุ ความสลดใจในฐานะเป็นที่ตั้งแห่งความ
สลดใจ
สํวิคฺคสฺส จ โยนิโส ปธานํ ความพยายามโดยแยบคายของบุคคลผู้มี
ความสลดใจ
๔๐. อสันตุฏฐตาทุกะ
อสนฺตุฏฺฐตา จ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ความไม่รู้จักอิ่มในกุศลธรรม
อปฺปฏิวานิตา จ ปธานสฺมึ ความไม่ท้อถอยในความพยายาม

195
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 196 (เล่ม 75)

๔๑. วิชชาทุกะ
วิชฺชา จ ความรู้แจ้ง
วิมุตฺติ จ ความหลุดพ้น
๔๒. ขยญาณทุกะ
ขเย ญาณํ ญาณในอริยมรรค
อนุปฺปาเท ญาณํ ญาณในอริยผล
สุตตันตมาติกา ๔๒ ทุกะ จบ
มาติกา จบ
อรรถกถามาติกานุบุพบท
ก็ในบททุกมาติกา ข้าพเจ้าจักพรรณนาบทซึ่งยังไม่มาในติกะทั้งหลาย
เท่านั้น จักพรรณาบทในเหตุโคจฉกะก่อน.
บทว่า เหตู ธมฺมา ได้แก่ ธรรมทั้งหลายกล่าวคือเหตุ ด้วยอรรถว่า
เป็นรากเหง้า พระบาลีว่า เหตุธมฺมา ดังนี้ก็มี. บทว่า น เหตู เป็นคำ
ปฏิเสธเหตุเหล่านั้นโดยแท้. ธรรมที่ชื่อว่า สเหตุกะ เพราะมีเหตุเป็นไปโดย
สัมปโยคะ ธรรมที่ชื่อว่า อเหตุกะ เพราะเหตุที่เป็นไปของธรรมทั้งหลาย
เหมือนอย่างนั้นไม่มี. ธรรมที่ชื่อว่า เหตุสัมปยุตตะ เพระสัมปยุตด้วยเหตุ
โดยมีเอกุปปาทะเป็นต้น. ธรรมที่ชื่อว่า เหตุวิปปยุตตะ เพราะไม่ประกอบ
ด้วยเหตุ.

196
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 197 (เล่ม 75)

ก็ทุกะทั้ง ๒ (คือ เหตุทุกะ และสเหตุทุกะ) แม้เหล่านี้ โดยอรรถ
ไม่มีความต่างกันก็จริง ถึงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสทุกะทั้ง ๒ ไว้
ด้วยความไพเราะแห่งเทศนา หรือด้วยอัธยาศัยของบุคคลทั้งหลาย คือ สัตว์ผู้
จะตรัสรู้ด้วยธรรมอย่างนั้น ต่อจากนั้น ก็ทรงประกอบทุกะแรกด้วยสามารถ
เอกเทศทั้งสิ้นกับด้วยทุกะที่ ๒ และที่ ๓ และทุกะ ๓ ทุกะแม้อื่นอีก โดยความ
ที่เหตุเหล่านั้นตามแต่เกิดได้ ด้วยสามารถแห่งบททั้งหลายมีคำว่า เหตุ เป็นต้น.
บรรดาทุกะเหล่านั้น คำว่า เหตู เจว ธมฺมา สเหตุกา จ
(สภาวธรรมทั้งหลายที่ชื่อว่าเหตุ และมีเหตุประกอบ) นี้ย่อมเกิดขึ้น ฉันใด
แม้ทุกะนี้ว่า เหตู เจว ธมฺมา อเหตุกา จ (สภาวธรรมทั้งหลายที่ชื่อว่า
เหตุและไม่มีเหตุประกอบ) ก็ย่อมเกิดขึ้น ฉันนั้น.
อนึ่ง คำว่า สเหตุกา เจว ธมฺมา น จ เหตู (สภาวธรรม
ทั้งหลายที่มีเหตุประกอบ และไม่ชื่อว่าเหตุมีอยู่) นี้ ย่อมเกิดฉันใด คำแม้นี้ว่า
อเหตุกา เจว ธมฺมา น จ เหตู (สภาวธรรมทั้งหลายที่ไม่มีเหตุประกอบ
และไม่ชื่อว่าเหตุมีอยู่) ก็ย่อมเกิด ฉันนั้น. แม้ในการประกอบกับเหตุสัมปยุตทุกะ
ก็นัยนี้แหละ.
พึงทราบอรรถที่เกินไปในนเหตุสเหตุกทุกะซึ่งท่านรวบรวมไว้ด้วย
สามารถแห่งบทว่า เมื่ออรรถรูปเป็น น เหตู ธมฺมา สเหตุกาปิ อเหตุกาปิ
(สภาวธรรมที่ไม่ใช่เหตุ มีเหตุประกอบบ้าง ไม่มีเหตุประกอบบ้างมีอยู่) บทที่
ตรัสว่า โข ปน ในบทว่า น เหตู โข ปน ธมฺมา ดังนี้ ก็เปล่าประโยชน์
อย่างยิ่ง มิใช่หรือ. อย่างไร คือ ธรรมทั้งหลายเป็นเหตุล้วนก็หาไม่ โดย
ที่แท้แล้ว ธรรมเหล่านั้นเป็นอย่างอื่นบ้าง มีเหตุประกอบบ้าง ไม่มีเหตุ
ประกอบบ้าง แต่ว่า ย่อมเป็นแม้โดยประการอย่างหนึ่งตามที่กล่าวแล้ว.

197