พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก เล่ม ๙ ภาค ๓ - หน้าที่ 674 (เล่ม 74)

เกิดขึ้นด้วย. อัปปมาทภาวนาของพวกเธอจักถึงยอดด้วยประการฉะนี้. บทว่า
เอสา พุทฺธานุสาสนี นี้ คือความไม่ประมาทในกุศลธรรมทั้งหลาย. อนึ่ง
การขวนขวายความไม่ประมาทนั้นแล้วอบรมอริยมรรค นี้เป็นคำสอนเป็น
พระโอวาทของพระพุทธเจ้าผู้มีพระภาคทั้งหลาย.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจบเทศนาจริยาปิฎก ด้วยธรรมเป็นยอดแห่ง
พระอรหัตด้วยประการฉะนี้. บทว่า อิตฺถํ ในบทมีอาทิว่า อิตฺถํ สุทํ ได้แก่
โดยประการมีอาทิว่า กปฺเป จ สตสหสฺเส คือในแสนกัป. บทว่า สุ ทํ
เป็นเพียงนิบาต. บทว่า ภควา ชื่อว่า ภควา ด้วยเหตุมีความเป็นผู้มีโชค
เป็นต้น. บทว่า อตฺตโน ปุพฺพจริยํ บุรพจริยาของพระองค์ คือ การ
บำเพ็ญทุกรกิริยาอันเป็นข้อปฏิบัติของพระองค์ ในชาติเป็นอกิตติบัณฑิต
เป็นต้น ในกาลก่อน. บทว่า สมฺภาวยมาโน คือทรงประกาศโดยชอบ
ดุจชี้มะขามป้อมบนฝ่ามือฉะนั้น. บทว่า พุทฺธาปทฺนิยํ นาม ชื่อว่า พุทธา-
ปทาน เพราะแสดงถึงกรรมเก่าอันเป็นอธิกิจที่ทำได้ยากแต่ก่อนของพระ-
พุทธเจ้าทั้งหลาย. บทว่า ธมฺมปริยายํ คือการแสดงธรรมหรือเหตุที่เป็น
ธรรม. บทว่า อภาสิตฺถ คือได้กล่าวแล้ว. อนึ่ง บทใดที่มิได้กล่าวไว้ใน
ที่นี้ พึงทราบว่า บทนั้นไม่ได้กล่าวไว้ เพราะมีนัยดังกล่าวไว้แล้วในหนหลัง
และเพราะมีความง่ายแล้ว.
จบ ปกิณณกกถา

674
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก เล่ม ๙ ภาค ๓ - หน้าที่ 675 (เล่ม 74)

บทสรุป
พระศาสดามีพระจริตบริสุทธิ์ ทรงถึงฝั่ง
แห่งพุทธิจริยา ทรงฉลาดในสรรพจริยาทั้ง-
หลาย ทรงเป็นอาจารย์ของโลกอย่างยอดเยี่ยม.
ทรงบรรลุความอัศจรรย์ทั้งปวงแห่งอัจฉริยธรรม
ทั้งหลาย ทรงประกาศอานุภาพแห่งบุรพจริยา
ของพระองค์. พระศาสดาผู้เป็นที่พึ่ง ทรง
แสดงจริยาปิฎกและพระเถระผู้สังคายนาพระ-
ธรรม ได้สังคายนาจริยาปิฎกเหมือนอย่างนั้น.
เพื่อประกาศความแห่งจริยาปิฎกนั้น ข้าพเจ้า
จึงเริ่มพรรณนาความ อาศัยนัยแห่งอรรถกถา
เก่า. เลือกประกาศความอันยิ่งในจริยาปิฎก
นั้นตามสมควร โดยชื่อว่า ปรมัตถทีปนี.
การวินิจฉัยไม่ยุ่งยาก ถึงความสำเร็จโดยภาณ-
วารแห่งบาลี ๒๘ บริบูรณ์. ขอให้ข้าพเจ้าผู้
ปรับปรุงปรมัตถทีปนีนั้น ได้บรรลุถึงบุญอัน
เป็นคำสอนของพระโลกนาถ ด้วยอานุภาพ

675
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก เล่ม ๙ ภาค ๓ - หน้าที่ 676 (เล่ม 74)

แห่งบุญนั้น. ขอสัตวโลกแม้ทั้งปวง จงหยั่ง
ลงเพื่อปฏิบัติศีลเป็นต้น อันบริสุทธิแล้วจงมี
ส่วนแห่งวิมุตติรสเถิด. ขอศาสนาของพระสัม-
มาสัมพุทธเจ้า จงประดิษฐานอยู่ในโลกตลอด
กาลนาน. ขอสัตว์แม้ทั้งปวง จงมีความเคารพ
ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นนิจ
เถิด. แม้เทพผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ขอจงให้
ฝนตกตามฤดูกาลโดยชอบ. เป็นผู้ยินดีใน
พระสัทธรรม จงปกครองโลกโดยธรรมเถิด
ด้วยประการฉะนี้แล.
นิคมนกถา คือบทสรุปนี้ พระอาจารย์ธรรมปาละผู้อยู่ในพัทรดิตถ-
วิหาร ได้แต่งไว้.
จบ อรรถกถาจริยาปิฎก

676
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 1 (เล่ม 75)

พระอภิธรรมปิฎก
เล่มที่ ๑ ภาคที่ ๑
ธรรมสังคณี
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
มาติกา
ติกมาติกา ๒๒ ติกะ
[๑] ๑. กุสลติกะ
กุสลา ธมฺมา ธรรมเป็นกุศล
อกุสลา ธมฺมา ธรรมเป็นอกุศล
อพฺยกากตา ธมฺมา ธรรมเป็นอัพยากฤต
๒. เวทนาติกะ
สุขาย เวทนา สมฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมสัมปยุตด้วยสุขเวทนา
ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมสัมปยุตด้วยทุกขเวทนา
อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธรรมสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา
ธมฺมา

1
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 2 (เล่ม 75)

๓. วิปากติกะ
วิปากา ธมฺมา ธรรมเป็นวิบาก
วิปากธมฺมธมฺมา ธรรมเป็นเหตุแห่งวิบาก
เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ธรรมไม่เป็นวิบาก และไม่เป็นเหตุแห่ง
วิบาก
๔. อุปาทินนุปาทานิยติกะ
อุปาทินฺนุปาทานิยา ธมฺมา ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วย
ตัณหาทิฏฐิเข้ายึดครองและเป็นอารมณ์
ของอุปาทาน
อนุปาทินฺนุปาทานิยา ธมฺมา ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วย
ตัณหาทิฏฐิไม่เข้ายึดครองแต่เป็น
อารมณ์ของอุปาทาน
อนุปาทินฺนานุปาทานิยา ธมฺมา ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วย
ตัณหาทิฏฐิไม่เข้ายึดครองและไม่เป็น
อารมณ์ของอุปาทาน
๕. สังกิลิฏฐสังกิเลสิกติกะ
สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา ธมฺมา ธรรมเศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของ
สังกิเลส
อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิลสิกา ธมฺมา ธรรมไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของ
สังกิเลส
อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิกา ธมฺมา ธรรมไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์
ของสังกิเลส

2
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 3 (เล่ม 75)

๖. วิตักกติกะ
สวิกตกฺกสวิจารา ธมฺมา ธรรมมีวิตกมีวิจาร
อวิตกฺวิจารมตฺตา ธมฺมา ธรรมไม่มีวิตกแต่มีวิจาร
อวิตกฺกาวิจารา ธมฺมา ธรรมไม่มีวิตกไม่มีวิจาร
๗. ปีติติกะ
ปีติสหคตา ธมฺมา ธรรมสหรคตด้วยปีติ
สุขสหคตา ธมฺมา ธรรมสหรคตด้วยสุขเวทนา
อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา ธรรมสหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา
๘. ทัสสนติกะ
ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา ธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาณ
ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ
เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ธรรมอันโสดาปัตติมรรคและมรรค
ปหาตพฺพา ธมฺมา เบื้องสูง ๓ ไม่ประหาณ
๙. ทัสสนเหตุกติกะ
ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรค
ประหาณ
ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันมรรคเบื้องสูง
๓ ประหาณ
เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันโสดา-
ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่ประหาณ

3
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 4 (เล่ม 75)

๑๐. อาจยคามิติกะ
อาจยคามิโน ธมฺมา ธรรมเป็นเหตุให้จุติปฏิสนธิ
อปจยคามิโน ธมฺมา ธรรมเป็นเหตุให้ถึงนิพพาน
เนวาจยคามิโน นาปจยคามิโน ธรรมไม่เป็นเหตุให้จุติปฏิสนธิ
ธมฺมา และไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน
๑๑. เสกขติกะ
เสกฺขา ธมฺมา ธรรมเป็นของเสกขบุคคล
อเสกฺขา ธมฺมา ธรรมเป็นของอเสกขบุคคล
เนวเสกฺขา นาเสกฺขา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็น
ของอเสกขบุคคล
๑๒. ปริตตติกะ
ปริตฺตา ธมฺมา ธรรมเป็นปริตตะ
มหคฺคตา ธมฺมา ธรรมเป็นมหัคคตะ
อปฺปมาณา ธมฺมา ธรรมเป็นอัปปมาณะ
๑๓. ปริตตารัมมณติกะ
ปริตฺตารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ
มหคฺคตารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์เป็นมหัคคตะ
อปฺปมาณารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์เป็นอัปปมาณะ
๑๔. หีนติกะ
หีนา ธมฺมา ธรรมทราม
มชฺฌิมา ธมฺมา ธรรมปานกลาง
ปณีตา ธมฺมา ธรรมประณีต

4
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 5 (เล่ม 75)

๑๕. มิจฉัตตติกะ
มิจฺฉตฺตนิยตา ธมฺมา ธรรมเป็นมิจฉาสภาวะและให้ผลแน่นอน
สมฺมตฺตนิยตา ธมฺมา ธรรมเป็นสัมมาสภาวะและให้ผลแน่นอน
อนิยตา ธมฺมา ธรรมให้ผลไม่แน่นอน
๑๖. มัคคารัมมณติกะ
มคฺคารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีมรรคเป็นอารมณ์
มคฺคเหตุกา ธมฺมา ธรรมมีเหตุคือมรรค
มคฺคาธิปติโน ธมฺมา ธรรมมีมรรคเป็นอธิบดี
๑๗. อุปปันนติกะ
อุปฺปนฺนา ธมฺมา ธรรมเกิดขึ้นแล้ว
อนุปฺปนฺนา ธมฺมา ธรรมยังไม่เกิดขึ้น
อุปฺปาทิโน ธมฺมา ธรรมจักเกิดขึ้น
๑๘. อตีตติกะ
อตีตา ธมฺมา ธรรมเป็นอดีต
อนาคตา ธมฺมา ธรรมเป็นอนาคต
ปจฺจุปฺปนฺนา ธมฺมา ธรรมเป็นปัจจุบัน
๑๙. อตีตารัมมณติกะ
อตีตารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์เป็นอดีต
อนาคตารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์เป็นปัจจุบัน
ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์เป็นปัจจุบัน

5
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 6 (เล่ม 75)

๒๐. อัชฌัตตติกะ
อชฺฌตฺตา ธมฺมา ธรรมเป็นภายใน
พหิทฺธา ธมฺมา ธรรมเป็นภายนอก
อชฺฌตฺตพหิทฺธา ธมฺมา ธรรมเป็นทั้งภายในและภายนอ
๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ
อชฺฌตฺตารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์เป็นภายใน
พหิทฺธารามฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์เป็นภายนอก
อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์เป็นภายในและเป็น
ภายนอก
๒๒. สนิทัสสนติกะ
สนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ธมฺมา ธรรมที่เห็นได้และกระทบได้
อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ธมฺมา ธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้
อนิทสฺสนาปฺปฏิฆา ธมฺมา ธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้
ติกมาติกา ๒๒ ติกะ จบ

6
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 7 (เล่ม 75)

อรรถกถาธรรมสังคณี
ชื่อ
อัฏฐสาลินี
อารัมภกถา
กรุณา วิย สตฺเตสุ ปญฺญายสฺส มเหสิโน
เญยฺยธมฺเมสุ สพฺเพสุ ปวตฺติตฺถ ยถารุจึ...
พระสัพพัญญุตญาณของพระสัมมา-
สัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ผู้แสวงหาคุณอัน
ใหญ่ เป็นไปทั่วในไญยธรรมทั้งปวงตาม
ความพอพระทัย ดุจพระกรุณาที่ทรงแผ่ไป
ในสัตว์ทั้งหลาย พระสัมพุทธะพระองค์ใด
มีพระทัยอันความกรุณานั้นให้อุตสาหะขึ้น
ด้วยดีในสัตว์ทั้งหลาย เมื่อประทับจำพรรษา
ในดาวดึงส์เทวโลก ในคราวที่แสดงยมก-
ปาฏิหาริย์เสร็จแล้ว ได้ประทับนั่งบนศิลา-
อาสน์ ชื่อว่าบัณฑุกัมพล ณ ควงไม้ปาริชาต
ทรงพระสิริโสภาคย์ ดุจพระอาทิตย์อุทัย
เหนือขุนเขายุคันธร ผู้อันหมู่แห่งเทพเจ้าทั้ง

7