ลำดับนั้น พระมหาสัตว์เห็นความพินาศของปลาทั้งหลาย เกิดสงสาร
คิดอยู่ว่า นอกจากเราไม่มีผู้อื่นที่สามารถจะปลดเปลื้องญาติทั้งหลายของเรา
ให้พ้นจากทุกข์นี้ได้. เราจะปลดเปลื้องปลาเหล่านั้นจากทุกข์นี้ได้ด้วยอุบาย
อย่างไรหนอ จึงตัดสินใจว่า ถ้ากระไรเราพึงทำสัจกิริยาอาศัยสัจธรรมที่
ท่านผู้แสวงหาคุณใหญ่แต่ก่อน ประพฤติสะสมมา และที่มีอยู่ในตัวเรา ยังฝน
ให้ตกและสละชีวิตเป็นทานเพื่อหมู่ญาติของเรา. ด้วยเหตุนั้นเป็นอันเรา
ได้ยังมหาอุปการะให้เกิดแก่สัตว์โลก ผู้อาศัยอาหารเลี้ยงชีพ แม้ทั้งสิ้น.
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
ในกาลนั้นเราคิดอย่างนี้ว่า เรากับหมู่
ญาติถูกบีบคั้น จะพึงเปลื้องหมู่ญาติให้พ้น
จากทุกข์ได้ด้วยอุบายอะไรหนอ เราคิดแล้ว
ได้เห็นความสัตย์ อันเป็นอรรถเป็นธรรมว่า
เป็นที่พึ่งของหมู่ญาติได้ เราตั้งอยู่ในความ
สัตย์แล้ว จะปลดเปลื้องความพินาศใหญ่ของ
หมู่ญาตินั้นได้ เรานึกถึงธรรมของสัตบุรุษ
คิดถึงการไม่เบียดเบียนสัตว์อันยั่งยืนเที่ยงแท้