เราสลดใจเพราะเห็นหยาดน้ำค้างเหือด
แห้งไป เพราะแสงของดวงอาทิตย์. เราทำ
ความไม่เที่ยงของหยาดน้ำค้างนั้นให้เป็นปุเร-
จาริก พอกพูนความสังเวช เราถวายบังคม
พระบิดาทูลขอบรรพชา.
ในบทเหล่านั้นบทว่า สูริยาตเป คือเพราะแสงดวงอาทิตย์. การ
สัมผัสรัศมีดวงอาทิตย์. ปาฐะว่า สูริยาตเปน บ้าง. บทว่า ปติตํ ทิสฺวาน
เพราะทรงเห็นหยาดน้ำค้างเหือดแห้ง คือเพราะทรงแลดูหยาดน้ำค้างที่ค้าง
อยู่บนยอดต้นไม้เป็นต้นก่อนยังปรากฏอยู่ ครั้นต้องรัศมีดวงอาทิตย์ก็เหือด
แห้งไป ด้วยปัญญาจักษุ. บทว่า สํวิชึ คือทรงถึงความสลดพระทัยด้วย
ทรงมนสิการถึงความไม่เที่ยงว่า หยาดน้ำค้างเหล่านี้ฉันใด แม้ชีวิตของสัตว์
ทั้งหลายก็ฉันนั้น มีสภาพแตกสลายไปอย่างรวดเร็ว. บทว่า ตญฺเญวาธิปตึ
กตฺวา สํเวคมนุพฺรูหยึ คือพระโพธิสัตว์ทรงกระทำความไม่เที่ยงของหยาด
น้ำค้างนั้นนั่นเองให้เป็นใหญ่ เป็นประธาน เป็นหัวหน้า เป็นปุเรจาริก
แล้วทรงมนสิการถึงความที่สังขารทั้งปวงมีเวลานิดหน่อย ตั้งอยู่ไม่นาน
ทรงพอกพูนความสังเวชอันเกิดขึ้นครั้งเดียว ด้วยให้เกิดขึ้นบ่อย ๆ. บทว่า
ปพฺพชฺชมนุยาจหํ คือ เราดำริว่าเราผู้ที่พยาธิชราและมรณะยังไม่ครอบงำ
ในชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย อันไม่ตั้งอยู่นานดุจหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า ควร