ก็กระต่ายนั้นสำคัญว่า ท่าวสักกะนี้เป็น
พราหมณ์ จึงได้เชิญให้อยู่ ณ ที่นั้น. ข้าแต่
เทวะ. ด้วยเหตุนั้นแล กระต่ายนั้นจึงเป็น
จันทิมาเทพบุตร ได้ความสรรเสริญด้วยเสียงว่า
สส ให้เจริญความใคร่จนทุกวันนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สโส อวาเสสิ สเก สรีเร คือกระต่าย
เมื่อจะให้ร่างกายของตน ในสรีระของตนอย่างนี้ว่า ท่านจงเคี้ยวกินสรีระ
แล้วจงอยู่ที่นี้เถิด เพราะสรีระของตนเป็นเหตุ จึงให้ท้าวสักกะผู้มีรูปเป็น
พราหมณ์ นั้นอยู่ ณ ที่นั้น. บทว่า สสตฺถุโต คือได้ความสรรเสริญด้วย
เสียงว่า สส อย่างนี้ว่า สส ดังนี้. บทว่า กามทุโห คือให้เจริญความ
ใคร่. บทว่า ยกฺข คือเทวดา.
พระมหาสัตว์ทรงแสดงเครื่องหมายกระ-
ต่ายในดวงจันทร์ อันเป็นปาฏิหาริย์ ตั้งอยู่
ตลอดกัปให้เป็นพยาน แล้วได้ตรัสถึงความที่
พระองค์แม้ท้าวสักกะก็ไม่สามารถจะข่มได้.
พระยาโปริสาทได้ฟังดังนั้นเกิดจิตอัศจรรย์ไม่เคยมี จึงกล่าวคาถาว่า :-
ดวงจันทร์พ้นจากปากราหู ย่อมรุ่งเรือง
ดุจแสงสว่างในวันเพ็ญ ฉันใด. ท่านกปิละผู้