ห้อยโหน. พระโพธิสัตว์ไม่สนใจการทำอนาจารของลิงนั้น เพราะถึงพร้อม
ด้วย ขันติ เมตตาและความเอ็นดู. ลิงยิ่งกำเริบทำอย่างนั้นบ่อย ๆ. ดังที่
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า อเถตฺถ กปิ มาคนฺตฺวา คือลิงมา ณ ที่นั้น.
ม อักษรเป็นบทสนธิ. บทว่า ปาโป คือลามก. บทว่า อนริโย คือ
ลิงนั้นเหลาะแหละด้วยความประพฤติ ในความเสื่อมและด้วยไม่ประพฤติใน
ความเจริญ อธิบายว่ามีมารยาทเลว. บทว่า ลหุ คือ ล่อกแล่ก. บทว่า
ขนฺเธ คือที่ลำคอ. บทว่า มุตฺเตติ คือถ่ายปัสสาวะ. บทว่า โอหเนติ๑
คือถ่ายอุจจาระ. บทว่า ตํ คือ มํ ได้แก่ เราผู้เป็นกระบือในครั้งนั้น.
บทว่า สกิมฺปิ ทวสํ คือ เบียดเบียนเราวันหนึ่งบ้างตลอดกาล
ทั้งปวงบ้าง. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ทูเสติ มํ สพฺพกาลํ
เบียดเบียนเราตลอดกาลทั้งปวง. คือไม่เบียดเบียนเราเพียง ๒ วัน ๓ วัน
๔ วัน ที่แท้เบียดเบียนเราด้วยการถ่ายปัสสาวะเป็นต้นแม้ตลอดกาลทั้งปวง.
ท่านแสดงไว้ว่า ลิงนั้นขึ้นหลังเราในเวลาที่จะถ่ายปัสสาวะเป็นต้นเท่านั้น.
บทว่า อุปทฺทุโต คือเบียดเบียน. อธิบายว่าเราถูกลิงนั้นเบียดเบียนด้วย
การห้อยโหนเป็นต้นที่เขา ด้วยการเอาของสกปรกมีปัสสาวะเป็นต้นมา และ
ด้วยรดน้ำปนเปือกตมและฝุ่นล้างหลายครั้งที่ปลายเขา และปลายหางเพื่อ
นำสิ่งสกปรกออก. บทว่า ยกฺโข คือเทวดาที่สิงสถิตอยู่บนต้นไม้นั้น. บทว่า
มํ อิทมพฺรวิ คือเทวดาที่สิงสถิตอยู่บนต้นไม้ เมื่อจะประกาศเนื้อความนี้ว่า
๑. ในอรรถกถาเป็น โอทเทติ.