พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก เล่ม ๙ ภาค ๓ – หน้าที่ 281 (เล่ม 74)
เหล่านั้น จึงนั่งรำพึงถึงศีลบารมีอย่างเดียว. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้ว่า อุยฺยานทสฺสนํ คนฺตวา, ราชา อทฺทส พฺราหฺมณึ พระราชา
เสด็จทอดพระเนตรพระราชอุทยาน ได้ทรงเห็นนางพราหมณี เป็นอาทิ.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ตุยฺเหสา กา กสฺส ภริยา คือ
พราหมณีคนนี้เป็นอะไรกับท่าน เป็นภริยาหรือ. หรือว่าเป็นน้องสาว
หรือเป็นภริยาของใครอื่น. บทว่า น มยฺหํ ภริยา เอสา นางพราหมณี
นี้มิใช่ภรรยาของอาตมา คือ พราหมณีนี้ถึงจะเป็นภริยาเมื่อตอนอาตมา
เป็นคฤหัสถ์ก็จริง. แต่ตั้งแต่บวชแล้วมิใช่ภริยาของอาตมา. แม้อาตมาก็มิใช่
สามีของนาง. แต่ร่วมธรรม ร่วมคำสอนอันเดียวกันเท่านั้น. แม้อาตมา
ก็เป็นปริพาชก แม้หญิงนี้ก็เป็นปริพาชิกา เพราะเหตุนั้น จึงมีธรรม
เสมอกัน มีคำสอนร่วมกันด้วยคำสอนของปริพาชก. อธิบายว่า เป็นเพื่อน
พรหมจรรย์ด้วยกัน.
บทว่า ติสฺสา สารตฺตคธิโต พระราชาทรงกำหนัดหนักหน่วง
ในนางพราหมณีนั้น. คือทรงปฏิพัทธ์มีความกำหนัดด้วยกามราคะ. บทว่า
คาหาเปตฺวาน เจฏเก คือรับสั่งให้ราชบุรุษจับ ทรงบังคับราชบุรุษ
ของพระองค์ให้จับปริพาชิกานั้น. บทว่า นิปฺปีฬยนฺโต พลสา ทรงบีบ
คั้นด้วยกำลัง คือทรงบีบบังคับปริพาชิกานั้นผู้ไม่ปรารถนาด้วยการฉุดคร่า
เป็นต้น. อนึ่ง รับสั่งให้ราชบุรุษจับปริพาชิกาผู้ไม่ไปด้วยพลการ แล้วให้
เข้าไปภายในเมือง.
281