ยังโรงทานเพื่อให้ทานทุกกึ่งเดือน. อนึ่ง ในกาลใดเมื่อเราเข้าไปอย่างนี้ได้
เข้าไปเพื่อให้ทานในวันอุโบสถเดือนเพ็ญ ๑๕ ค่ำ ครั้งหนึ่ง. ในกาลนั้น
พราหมณ์ชาวแคว้นกาลิงคะได้เข้าไปหาเรา. บทว่า ปจฺจยํ นาคํ คือมงคล
หัตถี ชื่อว่าปัจจัยนาค. เพราะในวันที่พระโพธิสัตว์ประสูติ แม้ช้างเที่ยวไป
ในอากาศเชือกหนึ่ง นำลูกช้างเผือกตลอดตัวเป็นช้างที่เขาถือว่าเป็นมงคลยิ่ง
มาปล่อยไว้ในที่ของมงคลหัตถีแล้วก็กลับไป. เพราะช้างนั้นได้มาเพราะ
พระมหาสัตว์เป็นปัจจัย จึงตั้งชื่อว่าปัจจัยนาค. เราขึ้นช้างมงคลนั้นที่ชื่อว่า
ปัจจัยนาคเข้าไปยังโรงทานเพื่อให้ทาน ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
พราหมณ์ทั้งหลายชาวกาลิงครัฐได้มาหา
เรา ได้มาขอพระยาคชสารทรงอันประกอบด้วย
มุงคลหัตถีกะเราว่า ชนบทฝนไม่ตกเกิดทุพ-
ภิกขภัยอดอยากมากมาย ขอพระองค์โปรด
พระราชทานพระยาคชสารตัวประเสริฐ เผือก
ผ่องอันเป็นช้างมงคลอุดม.
ในบทเหล่านั้น คาถามีอาทิว่า กาลิงฺครฏฺฐวิสยา มาแล้วแม้ในกุรุราช-
จริยาในหนหลัง. เพราะฉะนั้น ความแห่งคาถาเหล่านั้นและกถามรรค พึง
ทราบตามนัยดังกล่าวแล้วในกุรุราชจริยานั้นนั่นแล. แต่ในที่นี้พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสว่า สพฺพเสตํ คชุตฺตมํ เป็นช้างเผือกผ่องเป็นมงคลอุดม.
พระโพธิสัตว์นั้นทรงขึ้นคอพระยาคชสาร เมื่อจะทรงประกาศความยินดี
อย่างยิ่งในทานของพระองค์ว่า :-