ผู้ขอทั้งหลายตามความพอพระทัย ทุก ๆ วัน ก็จริง ถึงดังนั้นหากพระองค์ยัง
ไม่ทรงบริจาคทานแก่ผู้ขอทั้งหลาย ก็จะไม่เสวยพระกระยาหารที่เตรียมไว้
สำหรับพระองค์ แม้พระกระยาหารนั้นจะสมควรแก่พระราชา. พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสหมายถึงความนั้นว่า นาหํ ปิวามิ เราจะยังไม่บริโภค.
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงถึงเหตุในการบริจาคแก่
ผู้ขอทั้งหลายอย่างนั้น จึงทรงนำข้อเปรียบเทียบด้วยนัยมีอาทิว่า ยถาปิ
วาณิโช นาม เปรียบเหมือนพ่อค้า ดังนี้.
อธิบายเนื้อความนั้นดังนี้ เปรียบเหมือนพ่อค้าไปทำการค้า มีสินค้า
น้อย แต่ขายได้มาก จึงสะสมสินค้าให้มากไว้เมื่อรู้เทศกาล ในเทศกาล
ใดจะได้กำไรมาก ก็นำสินค้านั้นไปขายในเทศกาลนั้น.
บทว่า สกภุตฺตาปิ คืออาหารของตนก็ดี อาหารที่ตนบริโภคก็ดี.
ปาฐะว่า สกปริภุตฺตา บ้าง. บทว่า ปเร คือบุคคลผู้รับอื่น. บทว่า สตภาโค
ส่วนร้อย คือ ส่วนหลายร้อยจักมีต่อไป. ท่านอธิบายไว้ว่า เหมือนสินค้าที่
พ่อค้าซื้อจะไม่ขายในที่นั้นทันที จะรอไว้ขายในเทศกาล จะได้มีกำไรมาก
มีผลไพบูลย์ ฉันใด ของของตนก็ฉันนั้นตนเองยังไม่บริโภค ให้บุคคลผู้รับ
อื่นก่อน จักมีผลมาก จักมีส่วนหลายร้อย. เพราะฉะนั้นตนเองไม่ควร
บริโภค ควรให้ผู้อื่นก่อน ด้วยประการฉะนี้. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้ว่า ให้ทานในสัตว์เดียรัจฉาน พึงหวังทักษิณาร้อยเท่า ให้ท่านใน
ปุถุชนผู้เป็นทุศีล หวังได้พันเท่า. พึงทราบความพิสดารต่อไป. พระผู้มี