ท่านสังขพราหมณ์ ท่านได้ถวายรองเท้า
กะภิกษุรูปหนึ่งซึ่งเหยียบลงไปบนทรายร้อน
เดือดร้อนลำบากในทางอันร้อนระอุ ทักษิณา
นั้น เป็นผลให้ความปรารถนาแก่ท่านในวันนั้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เอกภิกฺขุํ ท่านกล่าวหมายถึงพระปัจเจก
พุทธเจ้าองค์หนึ่ง. บทว่า อุคฺฆฏฏปาทํ คือเหยียบลงไปบนทรายร้อน
อธิบายว่า มีเท้าถูกเบียดเบียน. บทว่า ตสิตํ คือหวาดสะดุ้ง. บทว่า ปฏิปาทยิ
คือมอบให้. บทว่า กามทุหา คือให้ความใคร่ทั้งปวง.
พระมหาสัตว์ได้ฟังดังนั้น มีความยินดีว่า เราถวายร่มและรองเท้า
เป็นผลให้สำเร็จความปรารถนาทั้งปวง ในมหาสมุทรอันหาที่พึ่งมิได้เห็น
ปานนี้. น่าปลื้มใจเราได้ถวายดีแล้ว จึงกล่าวคาถาว่า :-
เรือลำนั้น มีแผ่นกระดานมากไม่ต้อง
ขวนขวายหา ประกอบด้วยลมพัดเฉื่อย ๆ ใน
มหาสมุทรนี้ ไม่มีพื้นที่ของยานอื่น เราต้อง
ไปถึงโมฬินีนครได้ในวันนั้นแหละ.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ผลกูปปนฺนา คือประกอบด้วยแผ่นกระดาน
เพราะมีแผ่นกระดานมากเพราะเป็นเรือใหญ่. ชื่อว่าไม่ต้องขวนขวายเพราะ
น้ำไม่ไหลเข้า. ชื่อว่าประกอบด้วยลมพัดเฉื่อย ๆ เพราะลมพาไปเรียบร้อย.