หมากเม่าใหม่ เข้าไปยังบรรณศาลา.
แม้ในวันที่สอง แม้ในวันที่สาม พราหมณ์
ก็เข้ามายังสำนักเรา เราไม่หวั่นไหว ไม่อาลัย
ในชีวิต ได้ให้หมดสิ้นเช่นก่อนเหมือนกัน.
ในสรีระของเราไม่มีความหม่นหมอง เพราะ
การอดอาหารนั้นเป็นปัจจัย เรายังวันนั้น ๆ ให้
น้อมไปด้วยความยินดีด้วยปีติสุข.
ผิว่าเราพึงได้ทักขิไณยบุคคลผู้ประเสริฐ
แม้เดือนหนึ่งสองเดือน เราก็ไม่หวั่นไหว ไม่
ท้อแท้ ฟังให้ทานอันอุดม เมื่อให้ทานแก่
พราหมณ์นั้น เราจะได้ปรารถนายศและลาภ
ก็หามิได้ เราปรารถนาพระสัพพัญญุตญาณ จึง
ได้ประพฤติธรรมเหล่านั้น ฉะนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ตทา คือในกาลที่เราเป็นดาบสชื่อว่าอกิตติ
อยู่ในป่าใบหมากเม่านั้น (การทวีป). บทว่า มํ คือของเรา. บทว่า ตปเตเชน
ด้วยเดชแห่งการบำเพ็ญตบะ คือด้วยอานุภาพแห่งศีลบารมี. จริงอยู่ศีลท่าน
เรียกว่า ตบะ เพราะเผาความเศร้าหมองอันเกิดแต่ทุจริต. หรือเพราะอานุ-
ภาพแห่งเนกขัมมบารมีและวีริยบารมี. เพราะแม้บารมีเหล่านั้นท่านก็เรียกว่า