ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 737 (เล่ม 73)

พระพุทธเจ้าผู้นำคือ พระอโนมทัสสี พระปทุมะ
และพระนารทะ พระมุนีพุทธเจ้า ผู้ทำที่สุดแห่งความ
มืด แม้เหล่านั้น ก็มีในกัปเดียวกัน.
ต่อจากสมัยของพระนารทพุทธเจ้า ก็มีพระ-
พุทธเจ้าผู้นำ พระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงอุบัติในกัป
หนึ่ง ทรงยังหมู่ชนเป็นอันมากให้ข้ามโอฆะ.
ระหว่างกัปของพระผู้มีพระภาคเจ้านารทะ และ
พระศาสดาปทุมุตตระ เป็นอันตรกัป นับไม่ถ้วน.
ในแสนกัป มีพระมหามุนีพระองค์หนึ่ง พระ-
นามว่า ปทุมุตตระ ผู้รู้แจ้งโลก ผู้ควรรับของบูชา.
ในสามหมื่นกัป ต่อจากพระปทุมุตตรพุทธเจ้า
มีพระพุทธเจ้า ๒ พระองค์คือพระสุเมธะ พระสุชาตะ.
ในหนึ่งพันแปดร้อยกัป มีพระพุทธเจ้า ๓ พระ-
องค์ คือพระปิยทัสสี พระอัตถทัสสี พระธัมมทัสสี.
ต่อจากพระสุชาตพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสาม
พระองค์ผู้สูงสุดแห่งสัตว์สองเท้า ผู้ไม่มีบุคคลใด
เปรียบในโลก เสด็จอุบัติในกัปเดียวกัน.
ต่อจากกัปนี้ ในกัปที่เก้าสิบสี่ มีพระมหามุนี
พระองค์เดียวพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้รู้แจ้งโลก ผู้
ยอดเยี่ยมโดยบุญลักษณ์.
ต่อจากกัปที่เก้าสิบสองนับแต่กัปนี้ มีพระผู้นำ ๒
พระองค์ คือพระสัมพุทธเจ้าติสสะ และพระปุสสะ ผู้
ไม่มีผู้เสมอ ไม่มีบุคคลเปรียบ.

737
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 738 (เล่ม 73)

ต่อแต่กัปนี้ ในกัปที่ ๙๑ มีพระพุทธเจ้าผู้นำโลก
พระนามว่า วิปัสสี พระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้น ทรง
ประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงปลดเปลื้องสัตว์
ทั้งหลายจากเครื่องผูกพันแล้ว.
ต่อจากกัปนี้ในกัปที่ ๓๑ มีพระผู้นำ ๒ พระองค์
คือพระสิขี และพระเวสสภู ผู้ไม่มีผู้เสมอ ไม่มีบุคคล
เปรียบ.
ในภัทรกัปนี้ มีพระผู้นำ ๓ พระองค์คือ พระ-
ผู้นำคือพระกกุสันธะ พระโกนาคมนะและพระกัสสปะ
เราผู้เป็นพระสัมพุทธเจ้าในปัจจุบัน และพระเมตไตรย
พระพุทธเจ้าในอนาคต พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์นี้เป็น
ปราชญ์ผู้อนุเคราะห์โลก.
บรรดาพระผู้เป็นธรรมราชาเหล่านั้น พระ-
โคตมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทั้งพระสาวก บอกทางนั้น
แก่สัตว์เหล่าอื่นหลายโกฏิ ก็ปรินิพพานไปแล้วแล.
จบกัณฑ์กิณกะของพระพุทธเจ้า

738
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 739 (เล่ม 73)

เรื่องแจกพระบรมสารีริกธาตุ
[๒๘] พระชินวรมหาโคตมพุทธเจ้า ปรินิพพาน
ณ นครกุสินารา พระบรมสารีริกธาตุก็แผ่ไปกว้าง
ขวางเป็นส่วน ๆ ในประเทศนั้น ๆ.
ส่วนหนึ่งเป็นของพระเจ้าอชาตศัตรู ส่วนหนึ่ง
ตกอยู่ในเมืองเวสาลี ส่วนหนึ่งอยู่ในกรุงกบิลพัสดุ์
ส่วนหนึ่งอยู่ในนครอัลลกัปปกะ ส่วนหนึ่งอยู่ในราม-
คาม ส่วนหนึ่งอยู่ในนครเวฏฐทีปกะ
ส่วนหนึ่ง อยู่ที่เจ้ามัลละ ในนครปาวา ส่วน
หนึ่งอยู่ที่เจ้ามัลละ ในนครกุสินารา.
พราหมณ์ชื่อโทณะ สร้างตุมพสถูป. กษัตริย์
โมริยะ ผู้มีพระทัยยินดีสร้างอังคารสถูป. สถูปบรรจุ
พระบรมสารีริกธาตุมี ๘ แห่ง ตุมพเจดีย์เป็นแห่งที่ ๙
อังคารสถูปเป็นแห่งที่ ๑๐ ประดิษฐานไว้ในกาลนั้น.
พระทาฐธาตุ [พระเขี้ยวแก้ว] องค์หนึ่งอยู่ใน
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ องค์หนึ่งอยู่ที่นาคปุระ องค์หนึ่งอยู่
ที่แคว้นคันธาระ องค์หนึ่งเป็นของพระราชาแคว้น
กาลิงคะ.
พระทันตธาตุ ๔๐ ถ้วน พระเกสาและพระโลมา
เทวดาทั้งหลายนำไปแต่ละอย่างไว้ที่จักรวาลแต่ละ
จักรวาลต่อกัน บาตร ไม้เท้า จีวรของพระผู้มีพระภาค-
เจ้าอยู่ที่วชิรานคร ผ้าอันตรวาสกอยู่ที่กุลฆรนคร ผ้า

739
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 740 (เล่ม 73)

ปัจจัตถรณะอยู่ที่กปิละ ธมกรกและประคดเอวอยู่ที่
นครปาฏลีบุตร ผ้าสรงน้ำอยู่ที่นครจัมปา พระอุณาโลม
อยู่ที่แคว้นโกศล ผ้ากาสาวพัสตร์อยู่ที่พรหมโลก ผ้าโพก
พระเศียรอยู่ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ [รอยพระบาทอัน
ประเสริฐติดอยู่ที่แผ่นหิน เหมือนที่ติดอยู่ที่นคร-
กัจฉตปุระ] ผ้านิสีทนะอยู่ที่แคว้นอวันตี ผ้าปูลาดอยู่ที่
เทวโลกในครั้งนั้น . ไม้สีไฟอยู่ที่นครมิถิลา ผ้ากรองน้ำ
อยู่ที่แคว้นวิเทหะ มีด กล่องเข็มอยู่ที่นครอินทปัตถ์
ในครั้งนั้น. บริขารที่เหลืออยู่ในอปรันตกชนบท ใน
ครั้งนั้น. มนุษย์ทั้งหลายจักบูชาพระบริขารที่พระมุนี
ทรงใช้สอยแล้วในครั้งนั้น.
พระบรมสารีริกธาตุของพระโคตมพุทธเจ้าผู้
แสวงคุณยิ่งใหญ่ แผ่ไปกว้างขวาง พระบรมสารีริก-
ธาตุได้เป็นของเก่าในครั้งนั้น เพื่ออนุเคราะห์สัตว์
ทั้งหลายแล.
จบเรื่องแจกพระบรมสารีริกธาตุ
จบพุทธวงศ์

740
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 741 (เล่ม 73)

เรื่องเบ็ดเตล็ดของพุทธวงศ 
คาถา ๑๘ คาถา มีว่า อปริเมยฺยิโต กปฺเป จตุโร อาสุํ วินายกา
เป็นอาทิ พึงทราบว่าเป็นนิคมคาถา ที่พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายวางไว้. ใน
คาถาที่เหลือ ทุกแห่ง คำชัดแล้วทั้งนั้นแล.
เวมัตตกถา
พระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์ ที่ชี้แจงไว้ในพุทธวงศ์ทั้งสิ้นนี้ พึงทราบ
ว่า มีเวมัตตะ คือความแตกต่างกัน ๘ อย่างคือ อายุเวมัตตะ ปมาณเวมัตตะ
กุลเวมัตตะ ปธานเวมัตตะ รัศมีเวมัตตะ ยานเวมัตตะ โพธิเวมัตตะ บัลลังก-
เวมัตตะ
อายุเวมัตตะ
บรรดาเวมัตตะเหล่านั้น ชื่อว่า อายุเวมัตตะ ความแตกต่างกันแห่ง
พระชนมายุ ได้แก่ พระพุทธเจ้าบางพระองค์มีพระชนมายุยืน บางพระองค์มี
พระชนมายุสั้น.
จริงอย่างนั้น พระพุทธเจ้า ๙ พระองค์เหล่านี้คือ พระทีปังกร พระ-
โกณฑัญญะ พระอโนมทัสสี พระปทุมะ พระปทุมุตตระ พระอัตถทัสสี พระ-
ธัมมทัสสี พระสิทธัตถะ พระติสสะ มีพระชนมายุแสนปี.
พระพุทธเจ้า ๘ พระองค์เหล่านี้ คือพระมังคละ พระสุมนะ พระ-
โสภิตะ พระนารทะ พระสุเมธะ พระสุชาตะ พระปิยทัสสี พระปุสสะ
มีพระชนมายุเก้าหมื่นปี.
พระพุทธเจ้า ๒ พระองค์คือ พระเรวตะ พระเวสสภู มีพระชนมายุ
หกหมื่นปี.

741
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 742 (เล่ม 73)

พระผู้มีพระภาคเจ้าวิปัสสี มีพระชนมายุแปดหมื่นปี. พระพุทธ-
เจ้า ๔ พระองค์เหล่านี้คือพระสิขี พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ
มีพระชนมายุเจ็ดหมื่นปี, สี่หมื่นปี, สามหมื่นปี, สองหมื่นปี ตาม
ลำดับ.
ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา มีพระชนมายุร้อยปี.
ประมาณอายุ ไม่มีประมาณ โดยยุคของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้ประ-
กอบด้วยกรรมที่ทำให้อายุยืน นี้ชื่อว่าอายุเวมัตตะ ของพระพุทธเจ้า ๒๕
พระองค์
ปมาณเวมัตตะ
ที่ชื่อว่า ปมาณเวมัตตะ ความแตกต่างกันแห่งประมาณ ได้แก่
พระพุทธเจ้าบางพระองค์สูง บางพระองค์ต่ำ. จริงอย่างนั้น พระพุทธเจ้าคือ
พระทีปังกร พระเรวตะ พระปิยทัสสี พระอัตถทัสสี พระธัมมทัสสี พระวิปัสสี
มีพระสรีระสูง ๘๐ ศอก
พระพุทธเจ้าคือพระโกณฑัญญะ พระมังคละ พระนารทะ พระสุเมธะ
มีพระวรกายสูง ๘๘ ศอก.
พระสุมนพุทธเจ้า มีพระสรีระสูง ๙๐ ศอก.
พระพุทธเจ้าคือ พระโสภิตะ พระอโนมทัสสี พระปทุมะ พระ-
ปทุมุตตระ พระปุสสะ มีพระสรีระสูง ๕๘ ศอก
พระสุชาตพุทธเจ้า มีพระสรีระสูง ๕๐ ศอก.
พระพุทธเจ้าคือพระสิทธัตถะ พระติสสะและพระเวสสภู มีพระวรกาย
สูง ๖๐ ศอก.
พระสิขีพุทธเจ้ามีพระสรีระสูง ๗๐ ศอก. พระพุทธเจ้าคือพระกกุสันธะ
พระโกนาคมนะ และพระกัสสปะ พระวรกายสูง ๔๐ ศอก ๓๐ ศอก ๒๐ ศอก
ตามลำดับ. ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา สูง ๑๘ ศอก.

742
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 743 (เล่ม 73)

นี้ชื่อว่า ปมาณเวมัตตะ ของพระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์.
กุลเวมัตตะ
ที่ชื่อว่า กุลเวมัตตะ ความแตกต่างกันแห่งตระกูล ได้แก่ พระพุทธ-
เจ้าบางพระองค์เกิดในตระกูลกษัตริย์ บางพระองค์เกิดในตระกูลพราหมณ์ จริง
อย่างนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ
และ พระกัสสปะ เกิดในตระกูลพราหมณ์.
พระพุทธเจ้า ๒๒ พระองค์ที่เหลือมีพระทีปังกรพุทธเจ้า
เป็นต้นมีพระโคดมพุทธเจ้าเป็นที่สุด เกิดในตระกูลกษัตริย์ทั้งนั้น.
นี้ชื่อว่า กุลเวมัตตะ ของพระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์.
ปธานเวมัตตะ
ที่ชื่อว่า ปธานเวมัตตะ ความแตกต่างกันแห่งการตั้งความเพียร
ได้แก่ พระพุทธเจ้าคือพระทีปังกร พระโกณฑัญญะ พระสุมนะ พระอโนมทัสสี.
พระสุชาตะ พระสิทธัตถะและพระกกุสันธะ ทรงบำเพ็ญเพียร ๑๐ เดือน.
พระพุทธเจ้าคือพระมังคละ พระสุเมธะ พระติสสะและพระสิขี ทรง
บำเพ็ญเพียร ๘ เดือน.
พระเรวตพุทธเจ้า ๗ เดือน.
พระโสภิตพุทธเจ้า ๔ เดือน.
พระพุทธเจ้าคือ พระปทุมะ พระอัตถทัสสีและพระวิปัสสี ครึ่งเดือน.
พระพุทธเจ้าคือ พระนารทะ พระปทุมุตตระ พระธัมมทัสสีและ
พระกัสสปะ ๗ วัน.
พระพุทธเจ้าคือ พระปิยทัสสี พระปุสสะ พระเวสสภู และพระ-
โกนาคมนะ ๖ เดือน.

743
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 744 (เล่ม 73)

พระพุทธเจ้าของเราทรงบำเพ็ญเพียร ๖ ปี.
นี้ชื่อว่า ปธานเวมัตตะ.
รัศมีเวมัตตะ
ที่ชื่อว่า รัศมีเวมัตตะ ความแตกต่างกันแห่งพระรัศมี ได้ยินว่า พระ-
มังคลสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระรัศมีแห่งพระสรีระ แผ่ไปในหมื่นโลกธาตุ.
พระปทุมุตตรพุทธเจ้า แผ่ไป ๑๒ โยชน์.
พระวิปัสสีพุทธเจ้า แผ่ไป ๗ โยชน์.
พระสิขีพุทธเจ้า แผ่ไป ๓ โยชน์.
พระกกุสันธพุทธเจ้า แผ่ไป ๑๐ โยชน์.
พระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา ประมาณหนึ่งวาโดยรอบ.
พระพุทธเจ้านอกนั้น ไม่แน่นอน.
นี้ชื่อว่า รัศมีเวมัตตะ.
ยานเวมัตตะ
ที่ชื่อว่า ยานเวมัตตะ ความแตกต่างกันแห่งพระยาน ได้แก่ พระ-
พุทธเจ้าบางพระองค์ออกอภิเนษกรมณ์ด้วยยานคือช้าง บางพระองค์ด้วยยานคือ
ม้า บางพระองค์ด้วยยานคือรถ ดำเนินด้วยพระบาท ปราสาทและวอเป็นต้น
อย่างใดอย่างหนึ่ง.
จริงอย่างนั้น พระพุทธเจ้าคือพระทีปังกร พระสุมนะ พระสุเมธะ
พระปุสสะ พระสิขิ และพระโกนาคมนะ ออกอภิเนษกรมณ์ด้วยยานคือช้าง
พระโกณฑัญญะ พระเรวตะ พระปทุมะ พระปิยทัสสี พระวิปัสสี
และพระกกุสันธะ ด้วยยานคือรถ.
พระมังคละ พระสุชาตะ พระอัตถทัสสี พระติสสะ และพระโคตมะ
ด้วยยานคือม้า.

744
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 745 (เล่ม 73)

พระอโนมทัสสี พระสิทธัตถะ พระเวสสภู ด้วยยานคือวอ.
พระนารทะเสด็จออกอภิเนษกรมณ์ด้วยพระบาท.
พระโสภิตะ พระปทุมุตตระ พระธัมมทัสสีและพระกัสสปะ ออก
อภิเนษกรมณ์ด้วยปราสาท.
นี้ชื่อว่า ยานเวมัตตะ.
โพธิรุกขเวมัตตะ
ที่ชื่อว่า โพธิรุกขเวมัตตะ ความแตกต่างกันแห่งโพธิพฤกษ์ ได้แก่
พระผู้มีพระภาคเจ้าทีปังกร มีโพธิพฤกษ์ ชื่อต้นกปิตนะ มะขวิด.
พระผู้มีพระภาคเจ้าโกณฑัญญะ มีโพธิพฤกษ์ชื่อต้นสาลกัลยาณี
ขานาง
พระมังคละ พระสุมนะ พระเรวตะ พระโสภิตะ มีโพธิพฤกษ์ชื่อ
ต้นนาคะ กากะทิง.
พระอโนมทัสสี มีโพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นอัชชุนะ กุ่ม.
พระปทุมะและพระนารทะ มีโพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นมหาโสณะ อ้อย
ช้างใหญ่.
พระปทุมุตตระ มีโพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นสลละหรือสาละ.
พระสุเมธะ มีโพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นนีปะ กะทุ่ม.
พระสุชาตะ มีโพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นเวฬุ ไผ่.
พระปิยทัสสี มีโพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นกกุธะ กุ่ม.
พระอัตถทัสสี โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นจัมปกะ จำปา.
พระธัมมทัสสี โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นรัตตกุรวกะ๑ ซ้องแมวแดง.
พระสิทธัตถะ. โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นกณิการะ กรรณิการ์.
พระติสสะ. โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นอสนะ ประดู่.
๑. บาลีในธัมมทัสสีพุทธวงศ์ข้อ ๑๖ เป็นต้นพิมพชาละ มะพลับ

745
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 746 (เล่ม 73)

พระปุสสะ โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นอาลมกะ มะขามป้อม.
พระวิปัสสี โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นปาฏลี แคฝอย.
พระสิขี โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นปุณฑรีกะ กุ่มบก.
พระเวสสภู โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นสาละ.
พระกกุสันธะ โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นสรีสะ ซึก.
พระโกนาคมนะ โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นอุทุมพระ มะเดื่อ.
พระกัสสปะ โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นนิโครธ ไทร.
พระโคตมะ โพธิพฤกษ์ชื่อ ต้นอัสสัตถะ โพธิใบ.
นี้ชื่อว่า โพธิเวมัตตะ.
ที่ชื่อว่า บัลลังกเวมัตตะ ความแตกต่างกันแห่งบัลลังก์ ได้แก่ พระ
พุทธเจ้า คือ พระทีปังกร พระเรวตะ พระปิยทัสสี พระอัตถทัสสี พระธัมมทัสสี
และพระวิปัสสี มีบัลลังก์ ๕๓ ศอก. พระโกณฑัญญะ พระมังคละ พระนารทะ
และพระสุเมธะ มีบัลลังก์ ๕๗ ศอก. พระสุมนะ มีบัลลังก์ ๖๐ ศอก.
พระโสภิตะ พระอโนมทัสสี พระปทุมะ พระปทุมุตตระ และพระปุสสะ
มีบัลลังค์ ๓๘ ศอก.
พระสุชาตะ มีบัลลังก์ ๓๒ ศอก.
พระสิทธัตถะ พระติสสะ และพระเวสสภู มีบัลลังก์ ๔๐ ศอก.
พระสิขี มีบัลลังก์ ๓๒ ศอก.
พระกกุสันธะ มีบัลลังก์ ๒๖ ศอก.
พระโกนาคมนะ มีบัลลังก์ ๒๐ ศอก.
พระกัสสปะ มีบัลลังก์ ๑๕ ศอก.
พระโคตมะ มีบัลลังก์ ๑๔ ศอก.
นี้ชื่อว่า บัลลังกเวมัตตะ
เหล่านี้ชื่อว่า เวมัตตะ ๘.

746