ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 267 (เล่ม 73)

ในขณะนั้น ภัยก็ไม่มี ความไม่มีภัยนั้น ก็เห็น
กันแล้วในวันนี้ พวกเรารู้กันด้วยเหตุนั้น ท่านจักเป็น
พระพุทธเจ้าแน่.
กิเลสดุจธุลีไม่ฟุ้งขึ้นเบื้องบน ความไม่ฟุ้งแห่ง
กิเลสดุจธุลีนั้น ก็เห็นกันแล้วในวันนี้ พวกเรารู้กัน
ด้วยเหตุนั้น ท่านจักเป็นพระพุทธเจ้าแน่.
กลิ่นที่ไม่น่าปรารถนาก็จางหายไป กลิ่นทิพย์ก็
โชยมา กลิ่นหอมแม้นั้น ก็โชยมาแล้วในวันนี้ ท่าน
จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่.
เทวดาทั้งหมด เว้นอรูปภพก็ปรากฏ เทวดาแม้
เหล่านั้น ก็เห็นกันหมดในวันนี้ ท่านจักเป็นพระพุทธ-
เจ้าแน่.
ขึ้นชื่อว่า นรกมีประมาณเท่าใด ก็เห็นกันได้
หมดในขณะนั้น นรกแม้เหล่านั้น ก็เห็นกันแล้วใน
วันนี้ ท่านจักเป็นพระพุทธเจ้าแน่.
กำแพง บานประตู และภูเขาหิน ไม่เป็นที่กีด
ขวางในขณะนั้น กำแพงบานประตูและภูเขาหิน แม้
เหล่านั้น ก็กลายเป็นอากาศไปในวันนี้ ท่านจักเป็น
พระพุทธเจ้าแน่.
การจุติและปฏิสนธิ ย่อมไม่มีในขณะนั้น บุพ-
นิมิตแม้เหล่านั้น ก็เห็นกันได้ในวันนี้ ท่านจักเป็น
พระพุทธเจ้าแน่.

267
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 268 (เล่ม 73)

[นิมิตเหล่านี้ ย่อมปรากฏเพื่อความตรัสรู้ของ
สัตว์ทั้งหลาย]
ขอท่านโปรดประคับประคองความเพียรไว้ให้มั่น
อย่าถอยกลับ โปรดก้าวไปข้างหน้าต่อไปเถิด แม้
พวกเราก็รู้เหตุข้อนั้น ท่านจักเป็นพระพุทธเจ้าแน่.
เราสดับพระดำรัสของพระพุทธเจ้า และคำของ
เทวดาในหมื่นโลกธาตุทั้งสองแล้ว ก็ยินดีร่าเริงบันเทิง
ใจ ในขณะนั้น จึงคิดอย่างนี้ว่า
พระชินพุทธเจ้าทั้งหลาย มีพระดำรัสไม่เป็น
สอง มีพระดำรัสไม่เป็นโมฆะ คำเท็จของพระพุทธเจ้า
ทั้งหลายไม่มี เราจะเป็นพระพุทธเจ้าแน่.
ก่อนดินถูกเหวี่ยงไปในอากาศ ย่อมตกลงที่พื้น
ดินแน่นอน ฉันใด พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้
ประเสริฐสุดทั้งหลาย ก็เที่ยงแท้แน่นอนฉันนั้น.
[คำเท็จของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มี เราจะเป็น
พระพุทธเจ้าแน่]
ความตายของสรรพสัตว์ เที่ยงแท้แน่นอน แม้
ฉันใด พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดทั้ง
หลาย ก็เที่ยงแท้แน่นอนฉันนั้น.
เมื่อถึงเวลาสิ้นราตรี ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นแน่นอน
ฉันใด พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด
ทั้งหลาย ก็เที่ยงแท้แน่นอน ฉันนั้นเหมือนกัน.

268
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 269 (เล่ม 73)

ราชสีห์ออกจากที่นอน ก็บันลือสีหนาท แน่นอน
ฉันใด พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดทั้ง
หลาย ก็เที่ยงแท้แน่นอนฉันนั้นเหมือนกัน.
สัตว์มีครรภ์หนัก ก็ปลงภาระ [คลอดลูก] แน่
นอน ฉันใด พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ
สุดทั้งหลาย ก็เที่ยงแท้แน่นอนฉันนั้น เหมือนกัน.
เอาเถิด เราเลือกเฟ้นพุทธการกธรรม ทางโน้น
ทางนี้ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง ทั้งสิบทิศ ตราบเท่าที่
ธรรมธาตุเป็นไป.
ครั้งนั้น เราเมื่อเลือกเฟ้น ก็เห็นทานบารมีเป็น
อันดับแรก เป็นทางใหญ่ ที่พระผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่
ทั้งหลายพระองค์ก่อนๆ ประพฤติตามกันมาแล้ว.
ท่านจงสมาทาน ทานบารมี นี้ไว้นั่นเป็นอันดับ
แรกก่อน จงบำเพ็ญทานบารมี ผิว่าท่านต้องการบรรลุ
โพธิญาณ.
หม้อที่เต็มด้วยน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่วางคว่ำ
ปากลง ก็สำรอกน้ำออกไม่เหลือเลย ไม่รักษาน้ำไว้
ในหม้อนั้น แม้ฉันใด.
ท่านเห็นยาจกทั้งหลาย ทั้งชั้นต่ำ ชั้นกลาง และ
ชั้นสูงแล้ว จงให้ทานไม่เหลือเลย เหมือนหม้อที่คว่ำ
ปาก ฉันนั้นเหมือนกัน.
พุทธธรรมเหล่านั้น มิใช่จักมีแต่เพียงเท่านี้เท่า
นั้น เราจึงเลือกเฟ้นพุทธธรรมแม้อื่นๆ ที่ช่วยอบรม
บ่มโพธิญาณ.

269
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 270 (เล่ม 73)

ครั้งนั้น เราเมื่อเลือกเฟ้น ก็เห็นศีลบารมีอันดับ
สอง ซึ่งพระผู้แสวงคุณทั้งหลายพระองค์ก่อนๆ พา
กันซ่องเสพอยู่เป็นประจำ.
ท่านจงสมาทานศีลบารมีอันดับสองนี้ไว้มั่นก่อน
จงบำเพ็ญศีลบารมี ผิว่า ท่านต้องการบรรลุพระโพธิ-
ญาณ.
เนื้อจามรี รักษาขนทางที่ติดอยู่ ในที่บางแห่ง
ยอมตายอยู่ในที่นั้น ไม่ยอมให้ขนหางกระจุย ฉันใด
ท่านจงทำศีลทั้งหลายให้บริบูรณ์ในภพ ๔ จง
บริรักษ์ศีลทุกเมื่อ เหมือนจามรีรักษาขนหาง ฉันนั้น
เหมือนกัน.
พุทธธรรมเหล่านั้น มิใช่จักมีแต่เพียงเท่านี้เท่า
นั้น เราจึงเลือกเฟ้นพุทธธรรมอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยอบรม
บ่มพระโพธิญาณ.
ครั้งนั้น เมื่อเราเลือกเฟ้น ก็เห็นเนกขัมมบารมี
อันดับสาม ซึ่งพระผู้แสวงคุณทั้งหลายพระองค์ก่อนๆ
ซ่องเสพอยู่เป็นประจำ.
ท่านจงสมาทานเนกขัมมบารมีอันดับสามนี้ไว้ให้
มั่นก่อน จงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี ผิว่า ท่านต้องการ
บรรลุพระโพธิญาณ.
บุรุษอยู่ในเรือนจำมานาน ระทมทุกข์ย่อมไม่เกิด
ความรักในเรือนจำนั้น แสวงทาทางหลุดพ้นอย่างเดียว
ฉันใด.

270
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 271 (เล่ม 73)

ท่านจงเห็นภพทั้งปวงเหมือนเรือนจำ มุ่งหน้า
ต่อเนกขัมมะ เพื่อหลุดพ้นจากภพฉันนั้นเหมือนกัน.
พุทธธรรมเหล่านั้น มิใช่จักมีแต่เพียงเท่านี้เท่า
นั้น จำเราจักเลือกเฟ้นพุทธธรรมอื่น ๆ ซึ่งจะช่วย
อบรมบ่มพระโพธิญาณ.
ครั้งนั้น เราเมื่อเลือกเฟ้น ก็เห็นปัญญาบารมีอัน
ดับสี่ ซึ่งพระผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ทั้งหลาย พระองค์
ก่อน ๆ ซ่องเสพอยู่เป็นประจำ.
ท่านจงสมาทาน บูชาบารมีอันดับสี่นี่ไว้ให้มั่น
ก่อน จงบำเพ็ญปัญญาบารมี ผิว่า ท่านต้องการบรรลุ
พระโพธิญาณ.
เหมือนอย่างว่า ภิกษุเมื่อขอ ก็ขอทั้งตระกูล
ชั้นต่ำ ชั้นกลาง ชั้นสูง ไม่เว้นตระกูลทั้งหลายเลย
ดังนั้น จึงได้อาหารพอยังอัตภาพให้เป็นไปได้ ฉันใด
ท่านสอบถามท่านผู้รู้ทุกเวลา ถึงฝั่งแห่งปัญญา
บารมีแล้ว ก็จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้ ฉันนั้น
เหมือนกัน.
พุทธธรรมเหล่านั้น มิใช่จักมีแต่เพียงเท่านี้เท่า
นั้น จำเราจักเลือกพุทธธรรมอื่นๆ ซึ่งจะช่วยอบรม
บ่มพระโพธิญาณ.
ครั้งนั้น เราเมื่อเลือกเฟ้น ก็เห็นวิริยบารมีอัน
ดับห้า ซึ่งพระผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ทั้งหลายพระองค์
ก่อนๆ ซ่องเสพกันเป็นประจำ.

271
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 272 (เล่ม 73)

ท่านจงสมาทานวิริยบารมี อันดับห้า นี้ไว้ให้มั่น
ก่อน จงบำเพ็ญวิริยบารมี ผิว่า ท่านต้องการบรรลุ
พระโพธิญาณ.
ราชสีห์พระยามฤค มีความเพียรไม่ท้อถอยใน
อิริยาบถนอน ยืน เดิน ประคองใจอยู่ทุกเมื่อ ฉันใด.
ท่านจงประคองความเพียรไว้ให้มั่นในภพทั้งปวง
ถึงฝั่งแห่งวิริยบารมีแล้ว ก็จักบรรลุพระสัมโพธิญาณ
ฉันนั้นเหมือนกัน.
พุทธธรรมเหล่านั้น มิใช่มีแต่เพียงเท่านี้เท่านั้น
จำเราจักเลือกเฟ้นพุทธธรรมอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยอบรมบ่ม
พระโพธิญาณ.
ครั้งนั้น เราเมื่อเลือกเฟ้นก็เห็นขันติบารมีอันดับ
หก ซึ่งพระผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ทั้งหลายพระองค์ก่อน ๆ
ซ่องเสพกันมาเป็นประจำ.
ท่านจงสมาทานขันติบารมีอันดับหกนี้ ไว้ให้มั่น
ก่อน จงมีใจไม่เป็นสองในขันติบารมีนั้น ก็จักบรรลุ
พระสัมโพธิญาณ.
ขึ้นชื่อว่าแผ่นดิน ย่อมทนสิ่งของที่เขาทิ้งลงมา
สะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ทุกอย่าง ไม่ทำความยินดี
ยินร้ายฉันใด.
แม้ตัวท่าน ก็ต้องเป็นผู้อดทนต่อการยกย่องและ
การดูหมิ่น ของชนทั้งปวง ฉันนั้นเหมือนกัน ถึงฝั่ง
แห่งขันติบารมีแล้ว ก็จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้.

272
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 273 (เล่ม 73)

พุทธธรรมเหล่านั้น มิใช่จักมีแต่เพียงเท่านี้เท่า
นั้น จำเราจักเลือกเฟ้นพุทธธรรมอื่น ๆ ซึ่งจะช่วย
อบรมบ่มพระโพธิญาณ.
ครั้งนั้น เราเมื่อเลือกเฟ้นก็เห็นสัจบารมีอันดับ
เจ็ด ซึ่งพระผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ซ่องเสพกัน
มาเป็นประจำ.
ท่านจงสมาทานสัจบารมี อันดับเจ็ดนี้ไว้ให้มั่น
ก่อน มีวาจาไม่เป็นสองในสัจบารมีนั้น ก็จักบรรลุ
พระสัมโพธิญาณได้.
ธรรมดาดาวประกายพรึก เป็นดังตาชั่งของโลก
พร้อมทั้งเทวโลก ไม่ว่าฤดูฝน ฤดูหนาว ดูร้อนไม่
โคจรออกนอกวิถีโคจรเลย ฉันใด.
ถึงตัวท่าน ก็อย่าเดินออกนอกวิถีทางในสัจจะ
ทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ถึงฝั่งแห่งสัจบารมีแล้ว
ก็จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้.
พุทธธรรมเหล่านั้น มิใช่จักมีแต่เพียงเท่านี้เท่า
นั้น จำเราจักเลือกเฟ้นพุทธธรรมอื่น ๆ ซึ่งจะช่วย
อบรมบ่มพระโพธิญาณ.
ครั้งนั้น เราเมื่อเลือกเฟ้นก็เห็นอธิษฐานบารมี
อันดับแปด ซึ่งพระผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ทั้งหลาย พระ-
องค์ก่อน ๆ ซ่องเสพกันมาเป็นประจำ.

273
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 274 (เล่ม 73)

ท่านจงสมาทานอธิษฐานบารมีอันดับแปดนี้ไว้ให้
มั่นก่อน เป็นผู้ไม่หวั่นไหวในอธิษฐานบารมีนั้นแล้ว
จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้.
ภูเขาหิน ไม่หวั่นไหว ตั้งมั่นดีแล้ว ย่อมไม่
ไหวด้วยล้มแรงกล้า ย่อมตั้งอยู่ในฐานของตนนั่นเอง
ฉันใด
ถึงตัวท่าน ก็จงไม่หวั่นไหว ในอธิษฐานบารมี
ทุกเมื่อ ฉันนั้นเหมือนกัน ถึงฝั่งแห่งอธิษฐานบารมี
แล้ว ก็จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้.
พุทธธรรมเหล่านั้น มิใช่จักมีแต่เพียงเท่านี้เท่า
นั้น จำเราจักเลือกเฟ้นพุทธธรรมก่อน ๆ ซึ่งจะช่วย
อบรมบ่มพระโพธิญาณ.
ครั้งนั้น เราเมื่อเลือกเฟ้นก็เห็นเมตตาบารมีอัน
ดับเก้า ซึ่งพระผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ทั้งหลาย พระองค์
ก่อน ๆ ซ่องเสพกันมาเป็นประจำ.
ท่านจงสมาทานเมตตาบารมีอันดับเก้านี้ไว้ให้มั่น
ก่อน จงเป็นผู้ไม่มีผู้เสมอด้วยเมตตา ผิว่า ท่านต้อง
การบรรลุพระโพธิญาณ.
ธรรมดาน้ำ ย่อมแผ่ความเย็นไปเสมอกัน ทั้ง
ในคนดีคนชั่ว ย่อมชำระล้างมลทินคือธุลีไป ฉันใด.
ท่านจงแผ่เมตตาไปสม่ำเสมอ ในคนที่เป็นประ-
โยชน์เกื้อกูลและคนที่ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ฉันนั้น
เหมือนกัน ถึงฝั่งแห่งเมตตาบารมีแล้ว ก็จักบรรลุ
พระสัมโพธิญาณได้.

274
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 275 (เล่ม 73)

พุทธธรรมเหล่านั้น มิใช่จักมีแต่เพียงเท่านี้เท่า
นั้น จำเราจักเลือกเฟ้นพุทธธรรมอื่น ๆ ซึ่งจะช่วย
อบรมบ่มพระโพธิญาณ.
ครั้งนั้น เราเมื่อเลือกเฟ้นก็เห็นอุเบกขาบารมีอัน
ดับสิบ ซึ่งพระผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ทั้งหลายพระองค์
ก่อน ๆ ซ่องเสพกันมาเป็นประจำ.
ท่านจงสมาทานอุเบกขาบารมี อันดับสิบนี้ไว้ให้
มั่นก่อน ท่านจงเป็นผู้มั่นคงดั่งตาชั่ง ก็จักบรรลุพระ
สัมโพธิญาณได้.
ธรรมดาแผ่นดิน ย่อมวางเฉยต่อสิ่งที่เขาทิ้งลง
ไม่ว่าสะอาด ไม่สะอาด แม้ทั้งสองอย่าง เว้นความ
ยินดียินร้าย แม้ฉันใด.
ถึงตัวท่านก็จงเป็นดั่งตาชั่งในสุขและทุกข์ทุกเมื่อ
ฉันนั้นเหมือนกัน ถึงฝั่งแห่งอุเบกขาบารมีแล้ว ก็จัก
บรรลุพระสัมโพธิญาณได้.
ธรรมซึ่งช่วยอบรมบ่มพระโพธิญาณในโลก มี
เพียงเท่านี้เท่านั้น ที่สูงนอกไปจากนั้น ไม่มี ท่านจง
ตั้งอยู่ในธรรมเหล่านั้นอย่างมั่นคง.
เมื่อเรากำลังพิจารณาธรรมเหล่านั้น โดยลักษณะ
แห่งกิจคือสภาวะ แผ่นพสุธาในหมื่นโลกธาตุก็หวาด
ไหว เพราะเดชแห่งธรรม.
แผ่นดินไหว ส่งเสียงร้อง เหมือนยนตร์หีบอ้อย
บีบอ้อย แผ่นดินไหวเหมือนลูกล้อในยนตร์ คั้นน้ำมัน
งาฉะนั้น.

275
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ – หน้าที่ 276 (เล่ม 73)

บริษัทที่อยู่ในที่เฝ้าพระพุทธเจ้า ก็สั่นงกอยู่ใน
ที่นั้น พากันนอนสลบไสลอยู่เหนือพื้นดิน.
หม้อเป็นอันมากหลายร้อยหลายพัน ก็กระทบ
กันและกัน แหลกเป็นจุรณอยู่ในที่นั้น.
มหาชนทั้งหลาย หวาด สะดุ้ง กลัว กลัวลาน
กลัวยิ่ง ก็พากันมาประชุมเข้าเฝ้าพระทีปังกรพุทธเจ้า
ทูลถามว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ เหตุดี เหตุร้ายจักมี
แกโลกหรือ โลกถูกเหตุนั้นรบกวนทั้งโลก ขอพระ-
องค์ทรงบรรเทาความกลัวนั้นด้วยเถิด.
ครั้งนั้น พระมหามุนีทีปังกร ทรงยังมหาชน
เหล่านั้นให้เข้าใจแล้วตรัสว่า พวกท่านจงวางใจ อย่า
กลัวในการที่แผ่นดินไหวทั้งนี้เลย.
วันนี้ เราพยากรณ์ท่านผู้ใดว่าจักเป็นพระพุทธ-
เจ้า ท่านผู้นั้นกำลังพิจารณาธรรมก่อน ๆ ที่พระชินเจ้า
ทรงเสพแล้ว.
เมื่อท่านผู้นั้น กำลังพิจารณาธรรมคือ พุทธภูมิ
โดยไม่เหลือเลย ด้วยเหตุนั้น แผ่นปฐพีนี้ ในหมื่น
โลกธาตุพร้อมทั้งเทวโลกจึงไหว.
เพราะฟังพระพุทธดำรัส ใจของมหาชนก็ดับร้อน
เย็นใจทันที ทุกคนจึงเข้ามาหาเรา พากันกราบไหว้
เราอีก.
ครั้งนั้น เรายึดถือพระพุทธคุณทำใจไว้มั่น น้อม
นมัสการพระทีปังกรพุทธเจ้าแล้วจึงลุกขึ้นจากอาสนะ.

276