ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 666 (เล่ม 72)

ด้วยกุศลกรรม ล่วงวิบัติของมนุษย์แล้ว มาเกิด
ในสกุลกษัตริย์
เพราะหม่อมฉันทั้งหลายร่วมก่อสร้าง
กรรมโดยชาติร่วมกัน จึงได้มาเกิดมีสมภพใน
ตระกูลกษัตริย์ร่วมกัน ในภพหลัง
ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันทั้งหลาย
เป็นผู้มีรูปสมบัติ มีโภคสมบัติ มีลาภสักการะ
อันมหาชนบูชาแล้ว ณ ภายในบุรี เหมือนนันทวัน
ของทวยเทพ หม่อมฉันทั้งหลายเบื่อหน่ายร่วมกัน
ออกบวชเป็นภิกษุณี มีอุปทานอยู่สองสามวัน
บรรลุถึงความดับทุกข์ทั้งหมดด้วยกัน
หม่อมฉันทั้งหลาย อันชนเป็นอันมาก
นำจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ เภสัชปัจจัยเข้ามา
สักการะบูชาแล้ว
หม่อมฉันทั้งหลายเผากิเลสทั้งหลายแล้ว
คำสอนของพระพุทธเจ้าหม่อมฉันทั้งหลายได้
ทำเสร็จแล้ว.
ทราบว่า ภิกษุณีผู้เคยเป็นขัตติยกัญญา ๑๘,๐๐๐ มีพระยสวดีเถรีเป็น
หัวหน้าได้กล่าวคาถาเหล่านั้นเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบอัฏฐารสสหัสสขัตติยกัญญาเถรีอปทาน

666
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 667 (เล่ม 72)

จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีอปทานที่ ๒ (๓๒)
ว่าด้วยบุพจริยาของพระพราหมณกัญญาเถรี ๑๘,๐๐๐ รูป
[๑๗๒] ข้าแต่พระมุนี หม่อมฉันทั้ง-
หลายมีสมภพในสกุลพราหมณ์จำนวน ๘๔,๐๐๐
มีมือและเท้าละเอียดอ่อน เกิดในบุรีของ
พระองค์
ข้าแต่พระมหามุนี หญิงที่เกิดในสกุล
พ่อค้า และสกุลศูทร เป็นเทวดา นาค กินนร
และที่อยู่ในทวีปทั้งสี่มีมาก เกิดในบุรีของ
พระองค์
หญิงบางพวกบวชแล้ว มีความเห็นธรรม
ทั้งปวงก็มีมาก พวกเทวดา กินนร นาค จัก
ตรัสรู้ในอนาคต
ชนทั้งหลายได้เสวยเกียรติยศทั้งปวง มั่ง
คั่งด้วยสรรพสมบัติได้ความเลื่อมใสในพระองค์
จักตรัสรู้ในอนาคต
ข้าแต่พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระจักษุ ส่วน
หม่อมฉันทั้งหลายเกิดในสกุลพราหมณ์ เป็นธิดา
ของพราหมณ์ เป็นผู้มีโชคดี ขอถวายบังคม
พระยุคลบาท

667
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 668 (เล่ม 72)

หม่อมฉันทั้งหลายกำจักภพทั้งหมดแล้ว
ถอนตัณหาอันเป็นรากเหง้าขึ้นแล้ว ตัดอนุสัยขาด
แล้ว ทำลายสังขารคือบุญหมดแล้ว
หม่อมฉันทั้งปวงมีสมาธิเป็นโคจรชำนาญ
ในสมาบัติ จักอยู่ฌานและความยินดีในธรรม
ทุกเมื่อ
ข้าแต่พระองค์ผู้นายก หม่อมฉันทั้ง
หลาย ยังตัณหาที่นำไปสู่ภพ อวิชชา และแม้
สังขารให้สิ้นไปแล้ว บรรลุถึงบทที่แสนยากจะ
ได้เห็นแล้ว ทราบอยู่.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ท่านทั้งปวงมีอุปการะแก่เราผู้เดินทางไกล
ตลอดกาลนานมา จงตัดความสงสัยของบริษัทสี่
แล้วจึงนิพพานเถิด.
พระเถรีเหล่านั้นถวายบังคมพระยุคลบาท
ของพระมุนีแล้ว แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ บางพวกแสดง
แสงสว่าง บวงพวกแสดงความมืด
บางพวกแสดงเป็นดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์
บางพวกแสดงทะเล พร้อมด้วยปลา บางพวก
แสดงเขาสิเนรุ บางพวกแสดงเขาสัตตบริภัณฑ์
บางพวกแสดงต้นปาริฉัตตกะ

668
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 669 (เล่ม 72)

บางพวกแสดงภพดาวดึงส์ บางพวก
แสดงภพยามาด้วยฤทธิ์ บางพวกแสดงเป็นเทวดา
ชั้นดุสิต บางพวกแสดงเป็นเทวดาชั้นนิมมานรดี
บางพวกแสดงเป็นเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดีมี
อิสระมาก
บางพวกแสดงเป็นพรหม บางพวกแสดง
ที่จงกรมอันควรแก่ค่ามาก บางพวกนิรมิตเพศเป็น
พรหมแสดงสุญญตธรรม.
พระเถรีทั้งปวงครั้นแสดงฤทธิ์มีชนิด
ต่าง ๆ แล้วกันแสดงกำลังถวายพระศาสดา ครั้น
แล้ว ก็ถวายบังคมพระยุคลบาท
กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉัน
ทั้งหลายเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ มีความ
ชำนาญในทิพโสตธาตุ มีความชำนาญในเจโต-
ปริญาณ
รู้ปุพเพนิวาสญาณและทิพยจักษุอันหมด
จดวิเศษ มีอาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพ
ใหม่มิได้มีอีก
ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า หม่อมฉันทั้งหลาย
มีญาณในอรรถะ ธรรมะ นิรุตติ และปฏิภาณ
เกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์

669
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 670 (เล่ม 72)

ความสมาคมกับพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้
เป็นนายกของโลก พระองค์ทรงแสดงแล้ว ข้า
แต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลายมีอธิการเป็น
อันมาก เพื่อประโยชน์แก่พระองค์
ข้าแต่พระมุนีมหาวีรเจ้า ขอพระองค์จง
ทรงระลึกถึงกุศลกรรมก่อนของหม่อมฉันทั้งหลาย
หม่อมฉันทั้งหลายก่อสร้างบุญ เพื่อประโยชน์
แก่พระองค์.
ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ พระมหา-
มุนีพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระ
นครหังสวดีเป็นที่อยู่อาศัยแห่งสกุลของพระสัม-
พุทธเจ้า
มีแม่น้ำคงคาไหลผ่านทางประตูพระนคร
หังสวดี ในกาลทั้งปวง ภิกษุทั้งหลายเดือดร้อน
เพราะแม่น้ำ ไปไหนไม่ได้.
น้ำเต็มเปี่ยมวันหนึ่งบ้าง สองวันบ้าง
สามวันบ้าง สัปดาห์หนึ่งบ้าง เดือนหนึ่งบ้าง
สี่เดือนบ้าง ภิกษุเหล่านั้นจึงไปไม่ได้
ครั้งนั้น รัฐบุรุษผุ้หนึ่งมีนามว่าชัชชิยะ๑
มีทรัพย์เป็นแก่นสารสำหรับมนุษย์ เห็นภิกษุ
ทั้งหลายประสงค์จะข้ามฝั่ง ได้ให้นายช่างจัดสร้าง
สะพานที่ฝั่งนี้แห่งแม่น้ำคงคา
๑. ม.ย. ชฏิละ

670
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 671 (เล่ม 72)

ครั้งนั้น ประชาชนให้นายช่างสร้าง
สะพานที่แม่น้ำคงคาด้วยทรัพย์หลายแสน และ
รัฐบุรุษนั้น ได้ให้นายช่างสร้างวิหารที่ฝั่งโน้น
ถวายแก่สงฆ์
สตรี บุรุษ สกุลสูงและต่ำเหล่านั้น
ได้สร้างสะพานและวิหารให้มีส่วนเท่ากันกับของ
รัฐบุรุษนั้น
หม่อมฉันทั้งหลายและมนุษย์เหล่าอื่น
ในพระนครและในชนบท จิตเลื่อมใส ย่อม
เป็นธรรมทายาทแห่งพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
สตรี บุรุษ กุมารและกุมารีมากด้วยกัน
ต่างก็ขนเอาทรายมาเกลี่ยลงที่สะพานและวิหาร
กวาดถนนแล้วยกต้นกล้วย หม้อมีน้ำ
เต็ม และธงขึ้น จัดธูป จุรณและดอกไม้เป็น
สักการะแด่พระศาสดา
ครั้นสร้างสะพานและวิหารแล้ว นิมนต์
พระพุทธเจ้าถวายมหาทานแล้วปรารถนาความ
ตรัสรู้
พระมหามุนีปทุมุตตระมหาวีรเจ้า ผู้เป็น
ที่เคารพแห่งสรรพสัตว์ ทรงทำอนุโมทนาแล้ว
ตรัสพยากรณ์ว่า

671
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 672 (เล่ม 72)

เมื่อแสนกัปล่วงไปแล้ว จักถึงภัทรกัป
บุรุษนี้ได้ความสุขในภพน้อยภพใหญ่แล้ว จัก
บรรลุโพธิญาณ
บุรุษและสตรีที่ทำหัตถกรรมทั้งหมด จัก
เกิดร่วมกันในอนาคตกาล
ด้วยวิบางแห่งกรรมนั้นและด้วยการตั้ง
เจตน์จำนงไว้ ประชาชนเหล่านั้นเกิดในเทวโลก
แล้ว เป็นบริจาริกาแห่งพระองค์
เสวยทิพยสุขและมนุษยสุขมากมาย
ท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ตลอดกาลนาน ใน
กัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ หม่อมฉันทั้งหลาย
มีกุศลกรรมทำอันดีแล้ว เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ย่อม
เกิดในความเป็นมนุษย์สุขุมาลชาติ เมื่อเกิดเป็น
เทาวดาย่อมเกิดในความเป็นเทวดาผู้ประเสริฐ
ย่อมได้รูปสมบัติ โภคสมบัติ ยศ ความ
สรรเสริญและความสุข ความเป็นที่รัก ซึ่งเป็น
ผลที่ปรารถนาทั้งปวงเนือง ๆ อันถึงพร้อมเพราะ
กรรมที่ตนกระทำมาดีแล้ว.
ในภพนี้ซึ่งเป็นภพหลัง หม่อมฉันทั้ง
หลายเกิดในสกุลพราหมณ์ มีมือและเท้าละเอียด
อ่อน และได้มาในพระนิเวศน์แห่งพระศากย-
บุตร

672
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 673 (เล่ม 72)

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลาย
ย่อมไม่เห็นแผ่นดินที่เขาไม่ตกแต่ง แต่ไม่เห็น
ภาคพื้นที่เป็นทางเดินลื่น แม้ตลอดกาลทั้งปวง
เมื่อหม่อมฉันทั้งหลายอยู่ในอาคารสถาน
ประชุมชนก็นำสักการะทุกอย่างมาให้ตลอดกาลก่อน
ทั้งปวง เพราะผลแห่งกุศลกรรมในกาลก่อน
หม่อมฉันทั้งหลายละอาคารสถานแล้ว
บวชเป็นภิกษุณี ข้ามพ้นทางสงสารได้แล้ว บัดนี้
ภพใหม่มิได้มีอีก
พวกทายกทายิกาหลายพันแต่ที่นั้น ๆ
นำจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและเภสัชปัจจัยมา
ให้เสมอไป
หม่อมฉันทั้งหลายเผากิเลสทั้งหลายแล้ว
. . .คำสอนของพระพุทธเจ้าหม่อมฉันทั้งหลายได้
ทำเสร็จแล้ว.
ทราบว่า ท่านพระภิกษุณีบุตรีพราหมณ์ ๘๔,๐๐๐ ได้กล่าวคาถาเหล่านี้
เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยประการฉะนี้แล.
จบจตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีอปทาน

673
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 674 (เล่ม 72)

อุปปลทายิกาเถรีอปทานที่ ๓ (๓๓)
ว่าด้วยบุพจริยาของพระอปปลทายิการเถรี
[๑๗๓] พระเถรีกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
มีกษัตริย์องค์หนึ่งพระนามว่าอรุณ ครอง
ราชสมบัติในพระนครอรุณวดี หม่อมฉันเป็น
มเหสีของท้าวเธอ บอกบุคคลบางคนว่า หม่อม
ฉันนั่งอยู่ในที่ลับคิดอย่างนี้ว่า กุศลที่เราจะเอาไป
ที่เราทำไว้ไม่มีเลย
เราจะต้องไปสู่นรกอันมีความเร่าร้อนมาก
ทั้งเผ็ดร้อนร้ายแรงแสนทารุณเป็นแน่ ในเรื่องนี้
เราไม่มีความสงสัยเลย
ครั้นหม่อมฉันคิดอย่างนี้แล้ว ยังใจให้
ร่าเริงเข้าไปเฝ้าพระราชสวามีแล้ว กราบทูลว่า
ข้าแต่พระขัตติยาธิยาบดีผู้ประเสริฐ หม่อม
ฉันเป็นสตรี ไม่เคยเป็นบุรุษ ขอพระองค์ได้
โปรดประทานสมณะองค์หนึ่งแก่หม่อมฉันเถิด
หม่อมฉันจักนิมนต์ท่านให้ฉัน
ครั้งนั้นพระราชาได้ประทานสมณะองค์
หนึ่งผู้อบราอินทรีย์แล้วแก่หม่อมฉัน หม่อมฉัน
มีใจยินดีรับบาตรของท่านมาแล้ว เอาภัตตาหาร
อย่างประณีตใส่จนเต็ม

674
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 675 (เล่ม 72)

ครั้นแล้วได้ถวายผ้าผืนใหญ่ให้ท่านครอง
แล้วได้ถวายบาตรนั้นพร้อมด้วยดอกไม้มีกลิ่นหอม
และน้ำมันเครื่องไล้ทาอย่างดี.
ด้วยกุศลกรรมที่ได้ทำไว้แล้วนั้น และ
ด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ หม่อมฉันละร่างกาย
มนุษย์แล้ว ได้ไปภพดาวดึงส์
ได้ครองตำแหน่งพระมเหสีแห่งเทวราช
หนึ่งพันชาติ ได้ครองตำแหน่งพระมเหสีแห่ง
พระเจ้าจักรพรรดิหนึ่งพันชาติ
และครองตำแหน่งพระมเหสีแห่งพระ-
เจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยจะคณานับชาติมิได้
ทั้งได้ศุภผลอื่นมีอย่างต่าง ๆ มากมายซึ่งเป็นผล
กรรมแห่งบิณฑบาตในคราวนั้น
หม่อมฉันมีสีกายเหมือนดอกบัว เป็น
หญิงมีรูปงาม น่าดู น่าชม ถึงพร้อมด้วยองค-
สมบัติทั้งปวงเป็นอภิชาติสตรี ทรงไว้ซึ่งความ
เปล่งปลั่ง
ในภพนี้ซึ่งเป็นภพหลัง หม่อมฉันเกิด
ในศากิยสกุล เป็นธิดาแห่งพระเจ้าสุทโธทนมหา-
ราช เป็นหัวหน้าแห่งนารีหนึ่งพัน
เบื่อหน่ายในอาคารสถาน จึงออกบวช
เป็นภิกษุณีถึงราตรีที่ ๗ ก็ได้บรรลุจตุราริยสัจ

675