ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 646 (เล่ม 72)

เสียใจ เป็นผู้ยินดีแล้วในที่ทุกแห่งเพื่อประโยชน์
แก่พระองค์
ข้าแต่พระมหามุนี พระสัมพุทธเจ้าทรง
แสดงธรรมโดยบรรดาอันสมควร เสวยสุขและ
ทุกข์แล้ว ได้บรรลุซึ่งพระโพธิญาณ
หม่อมฉันได้ร่วมมาเป็นมาก กับพระ
สัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ผู้เป็นนายกของโลก
เป็นเทพผู้ประเสริฐ พระองค์ก็ได้ร่วมมาเป็นอัน
มาก กับพระสัมพุทธเจ้าพระองค์อื่น ๆ ผู้เป็น
นาถะของโลก
ข้าแต่พระมหามุนี อธิการของหม่อมฉัน
มีมากเพื่อประโยชน์แก่พระองค์ หม่อนฉันเมื่อ
แสวงหาพุทธธรรมอยู่ก็ได้เป็นบริจาริกาผู้รับใช้
ของพระองค์
ในสี่อสงไขยแสนกัป พระมหาวีรเจ้า
พระนามว่าทีปังกร ผู้เป็นนายกของโลก เสด็จ
อุบัติขึ้นแล้ว ประชาชนในปัจจันตประเทศ มีใจ
ยินดีนิมนต์พระตถาคตเจ้าแล้ว ช่วยกันแผ้วถาง
หนทางสำหรับเป็นที่เสด็จพระพุทธดำเนิน
ณ กาลครั้งนั้น พระองค์เป็นพราหมณ์
นามว่าสุเมธ ตกแต่งหนทางยาว เพื่อพระสุคต
เจ้าผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวง

646
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 647 (เล่ม 72)

หม่อมฉันมีสมภพในสกุลพราหมณ์ เป็น
หญิงสาวมีนามว่าสุมิตตา เข้าไปสู่สมาคม ถือ
ดอกบัวไป ๘ กำ เพื่อบูชาพระศาสดา แต่ได้
ถวายพระองค์ผู้เป็นฤาษีอุดม ในท่ามกลางประ-
ชุมชน
ครั้งนั้น หม่อมฉันได้เห็นพระองค์ประ-
กอบสุภกิจอยู่นาน มีความกรุณา เมื่อฤาษีนั้น
เดินเลยไปแล้ว ยังดึงใจหม่อมฉันให้นิยม จึงได้
สำคัญว่า ชีวิตของเรามีผล
ครั้งนั้น หม่อนฉันเห็นความพยายามของ
พระองค์นั้นมีผล จึงได้ถวายดอกบัวแก่พระองค์
ผู้เป็นฤาษี ด้วยบุญที่ทำมาก่อน แม้จิตของ
หม่อมฉันเลื่อมใสในพระสัมพุทธเจ้า
หม่อมฉันยังมีจิตเลื่อมใสในพระองค์ผู้
เป็นฤาษีมีมนัสสูง มิได้เห็นสิ่งอื่นที่ควรถวาย
จึงได้ถวายดอกบัวแก่พระองค์ผู้เป็นฤาษีพร้อมด้วย
กล่าวว่า
ข้าแต่พระฤาษี ดอกบัว ๕ กำ จงมีแก่
ท่าน ดอกบัว ๓ กำจงมีแก่ดิฉัน ข้าแต่ท่าน
พระฤาษี ดอกบัวเหล่านั้น จงมีเสมอกับด้วยท่าน
นั้น เพื่อประโยชน์แก่โพธิญาณของท่าน.
จบภาณวารที่ ๔

647
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 648 (เล่ม 72)

สุเมธฤาษีรับดอกบัว แล้วบูชาพระพุทธ-
ทีปังกร ผู้แสวงหาคุณธรรมใหญ่ มีบริวารยศมาก
เสด็จดำเนินมาในท่ามกลางประชุมชน เพื่อประ-
โยชน์แก่โพธิญาณ
พระมหามุนี มหาวีรเจ้าทีปังกรทอดพระ-
เนตรเห็นสุเมธฤาษีผู้มีมนัสสูงแล้ว ทรงพยากรณ์
ในท่ามกลางประชุมชน ข้าแต่พระมหามุนี ในกัป
อันประมาณมิได้แต่กัปนี้ พระมหามุนีทีปังกรทรง
พยากรณ์กรรมของหม่อมฉันอันเป็นธรรมตรงว่า
ดูก่อนฤาษีผู้ใหญ่ อุบาสิกาผู้นี้ จักเป็น
ผู้มีจิตเสมอกัน มีกุศลกรรมเสมอกัน ทำกุศล
ร่วมกัน เป็นที่รักเพราะบุญกรรม เพื่อประโยชน์
แก่ท่าน น่าดูน่าชม น่ารักยิ่ง น่าชอบใจ มีวาจา
อ่อนหวาน จักเป็นธรรมทายาทผู้มีฤทธิ์ของท่าน
อุบาสิกานี้จักรักษากุศลธรรมทั้งหลาย
เหมือนพวกเจ้าของทรัพย์ รักษาทรัพย์ที่เก็บไว้เอง
ในคลัง ฉะนั้น ประชาชนจะอนุเคราะห์อุบาสิกา
ผู้ที่เป็นที่รักของท่านนั้น อุบาสิกานี้จักมีบารมี
เต็ม จักละกิเลสได้ดังราชสีห์ละกรง แล้วจักบรรลุ
โพธิญาณ.

648
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 649 (เล่ม 72)

ในกัปอันประมาณมิได้แต่กัปนี้ พระ
พุทธเจ้าทรงพยากรณ์หม่อมฉันด้วยพระวาจาใด
หม่อมฉันเมื่ออนุโมทนาพระวาจานั้น เป็นผู้ทำ
กรณียกิจอย่างนี้
หม่อมฉันยังจิตให้เลื่อมใสในกุศลกรรม
ที่ได้ทำไว้แล้วนั้น ได้เสวยผลในกำเนิดเทวดา
และมนุษย์มากมาย ได้เสวยสุขและทุกข์ในเทวดา
และมนุษย์ทั้งหลาย
ในภพนี้ซึ่งเป็นภพหลัง หม่อมฉันเกิดใน
ศากยสกุล มีรูปสมบัติ มีโภคสมบัติ มียศ มีศีล
สมบูรณ์ด้วยองคสมบัติทั้งปวง ได้รับสักการะ
อย่างยิ่งในสกุลทั้งหลาย มีลาภ สรรเสริญและ
สักการะ พรั่งพร้อมไปด้วยโลกธรรม มีจิตไม่
ประกอบด้วยทุกข์ ไม่มีภัยแต่ที่ไหน ๆ
สมจริงตามพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาค-
เจ้าตรัสว่า ในกาลนั้นยโสธรานารีผู้มีเพียง แสดง
อุปการะทั้งภายในพระราชฐานและแก่พวกเจ้าใน
พระนคร มีอุปการะทั้งในยามสุขและยามทุกข์
เป็นผู้บอกประโยชน์ให้และทำความอนุเคราะห์
หม่อมฉันยังมหาทานให้เป็นไปแล้วแก่
พระพุทธเจ้าห้าร้อยโกฏิ และพระพุทธเจ้าเก้าร้อย
โกฏิ ข้าแต่พระมหาราช ขอพระองค์ทรงสดับ
อธิการเป็นอันมากของหม่อมฉัน

649
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 650 (เล่ม 72)

หม่อมฉันยังมหาทานให้เป็นรูป แก่พระ
พุทธเจ้าร้อยสิบเอ็ดโกฏิ ซึ่งเป็นนายกผู้เลิศของ
โลก
ข้าแต่พระมหาราช...หม่อมฉันยังมหา-
ทานให้เป็นรูปแก่พระพุทธเจ้าร้อยยี่สิบโกฏิ และ
แก่พระพุทธเจ้าร้อยสี่สิบโกฏิ...
หม่อมฉันยังมหาทานให้เป็นไปแก่พระ-
พุทธเจ้าร้อยหกสิบโกฏิและแก่พระพุทธเจ้าร้อยห้า
สิบโกฏิ...
หม่อมฉันยังมหาทานให้เป็นไป แก่พระ
พุทธเจ้าร้อยหกสิบโกฏิ และแก่พระพุทธเจ้าร้อย
เจ็ดสิบโกฏิ ...
หม่อมฉันยังมหาทานให้เป็นไปแก่พระ
พุทธเจ้าร้อยแปดสิบโกฏิ และแก่พระพุทธเจ้า
ร้อยเก้าสิบโกฏิ...
หม่อมฉันยังมหาทานให้เป็นรูปแก่พระ
พุทธเจ้าแสนโกฏิ ซึ่งเป็นนายกผู้ประเสริฐของ
โลก...
หม่อมฉันยังมหาทานให้เป็นไปแก่พระ
พุทธเจ้าเก้าพันโกฏิ และแก่พระพุทธเจ้าอื่นอีก
ซึ่งเป็นนายกของโลก...

650
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 651 (เล่ม 72)

หม่อมฉันยังมหาทานให้เป็นไปแก่พระ-
พุทธเจ้าแสนโกฎิ และแก่พระพุทธเจ้าแปดสิบห้า
โกฏิ แก่พระพุทธเจ้าร้อยแปดสิบห้าโกฏิ แก่
พระพุทธเจ้ายี่สิบเจ็ดโกฏิ...
หม่อมฉันยังมหาทานให้เป็นไปแก่พระ-
ปัจเจกพุทะเจ้าผู้ปราศจากราคะ มีแปดโกฏิเป็น
ที่สุด...
ข้าแต่พระมหาราช....หม่อมฉันยังมหา-
ทานให้เป็นไปแก่พระขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน
เป็นพระพุทธสาวกมาก นับไม่ถ้วน
ข้าแต่พระมหาราช ขอพระองค์จงทรง
ฟังอธิการเป็นอันมากของหม่อมฉัน หม่อมฉันยัง
มหาทานให้เป็นไปแล้วแต่พระพุทธเจ้าผู้ทรงประ-
พฤติธรรมทั้งหลาย และพระอริยสงฆ์ผู้ประพฤติ
ในสัทธรรม ในกาลทั้งปวง ด้วยประการอย่าง
นี้
บุคคลผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข
ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ควรประพฤติธรรมให้
เป็นสุจริต ไม่ควรประพฤติธรรมให้เป็นทุจริต
เพราะบุคคลผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุขทั้งใน
โลกนี้และโลกหน้า.

651
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 652 (เล่ม 72)

หม่อมฉันเป็นหน่ายในสงสาร จึงออกบวช
พร้อมด้วยบริวารชนพันหนึ่ง ครั้นบวชแล้วก็หมด
กังวล
ละอาคารสถานแล้วออกบวช ยังไม่ทันถึง
ครึ่งเดือนก็ได้บรรลุจตุราริยสัจ คนเป็นอันมากนำ
จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและเภสัชปัจจัยเข้ามา
ถวาย เหมือนลูกคลื่นในทะเล
ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว .. . คำสอน
พระพุทธเจ้าดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว
หม่อมฉันได้รับทุกขวิบัติมากอย่าง และ
สุขสมบัติมากอย่างเช่นนี้ ถึงพร้อมแล้วซึ่งความ
เป็นผู้บริสุทธิ์ สมบูรณ์ด้วยคุณทั้งปวง
บุคคลผู้ถวายตนของตนแก่พระพุทธเจ้า
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เพื่อประโยชน์แก่บุญ
ก็ย่อมพรั่งพร้อมไปด้วยสหาย ลุถึงนิพพานบทอัน
เป็นอสังขตะ
กรรมทั้งปวงส่วนอดีต ปัจจุบัน และ
อนาคต ของหม่อมฉันหมดสิ้นไปแล้ว ข้าแต่
พระองค์ผู้มีพระจักษุ หม่อมฉันขอถวายบังคม
พระยุคลบาท.
ทราบว่า ท่านพระยโสธราภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านั้นเฉพาะพระ-
พักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยประการฉะนี้แล.
จบยโสธราเถรีอปทาน

652
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 653 (เล่ม 72)

ทสสหัสสเถรีอปทานที่ ๙ (๒๙)
ว่าด้วยบุพจริยาของพระเถรี ๑๐,๐๐๐ รูป
[๑๖๙] ในสี่อสงไขยแสนกัป พระ-
พิชิตมารผู้เป็นนายกของโลกพระนามว่าทีปังกร
เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระพุทธทีปังกรมหาวีรเจ้าผู้
เป็นนายกชั้นพิเศษ ทรงพยากรณ์ว่า สุเมธบัณฑิต
กับนางสุมิตตามีสุขและทุกข์ร่วมกัน
เมื่อเสด็จเที่ยวทรงดูโลกกับทั้งเทวโลก
เสด็จเข้ามาสู่สมาคมแห่งหม่อมฉันทั้งหลาย ใน
การทรงพยากรณ์สุเมธบัณฑิตและนางสุมิตตานั้น
สุเมธบัณฑิตย่อมเป็นใหญ่กว่าชนทั้งปวง
ในสมาคมอนาคตแห่งหม่อมฉันทั้งหลาย ภรรยา
ทั้งหมด กล่าววาจาเป็นที่รักเป็นที่พอใจแห่งท่าน
ข้าแต่พระมหามุนี ทาน ศีลทั้งปวงและ
ภาวนาที่บำเพ็ญดีแล้ว ทานทั้งปวงนี้ คือ ของ
หอม ดอกไม้ เครื่องลูบไล้ ประทีป และทาน
วัตถุอันสำเร็จด้วยรัตนะ หม่อมฉันทั้งหลายบริจาค
แล้วตลอดกาลนาน.
ข้าแต่พระมหามุนีฐานะอย่างใดอย่างหนึ่ง
หม่อมฉันทั้งหลายปรารภไว้แล้ว ทานทั้งปวง
พวกหม่อมฉันบริจาคแล้ว

653
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 654 (เล่ม 72)

ข้าแต่พระมหามุนี กุศลกรรมอย่างอื่น
และวัตถุเครื่องบริโภคเป็นของมนุษย์ หม่อมฉัน
ทั้งหลายทำไว้แล้ว หม่อมฉันทั้งหลายบริจาคทาน
ทั้งปวงในพระมหามุนีตลอดกาลนาน
บุญเป็นมากหม่อมทั้งหลายทำแล้ว
ในสงสารมีชาติเป็นอเนก หม่อมฉันทั้งหลายได้
เสวยความเป็นอิสระ ท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพ
ใหญ่.
ในภพนี้จึงเป็นภพหลัง หม่อมฉันเกิด
แล้วในนิเวศน์แห่งพระศากยบุตร พวกสตรีเกิด
แล้วในสกุลต่าง ๆ งดงามดังนางฟ้า มีวรรณะ
เป็นที่ชอบใจ หม่อมฉันทั้งหลายมีลาภเป็นอย่าง
เลิศ ถึงยศแล้วได้รับบูชาสักการะแต่ชนทั้งปวง
หม่อมฉันทั้งหลายได้ข้าวน้ำและอาหาร ประชุมชน
นับถือเสมอไป
ละอาคารสถานแล้วออกบวชยังไม่ทันถึง
ครึ่งเดือนก็ได้ถึงแล้วซึ่งความดับทุกข์ทั้งหมดด้วย
กัน หม่อมฉันทั้งหลายได้ข้าว น้ำ ผ้า เสนาสนะ
และสรรพปัจจัยที่พวกทายกทายิกานำเข้ามา
สักการะบูชาเสมอไป

654
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 655 (เล่ม 72)

หม่อมฉันทั้งหลายเผากิเลสทั้งหลายแล้ว
.... คำสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันทั้งหลาย
ทำเสร็จแล้ว.
ทราบว่า ภิกษุณีหนึ่งหมื่นมีพระยโสธราเถรีเป็นประธาน ได้กล่าว
คาถาเหล่านี้ เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยประการฉะนี้แล.
จบทสสหัสสเถรีอปทาน
อัฏฐารสหัสสเถรีอปทานที่ ๑๐ (๓๐)
ว่าด้วยบุพจริยาของพระเถรี ๑๘,๐๐๐ รูป
[๑๗๐] ภิกษุณีที่มีสมภพในศากิยสกุล
๑๘,๐๐๐ มีพระยโสธราเถรีเป็นประธาน เข้าเฝ้า
พระสัมพุทธเจ้า ภิกษุณีทั้ง ๑๘,๐๐๐ ล้วนแต่ผู้มี
ฤทธิ์ ถวายบังคมพระยุคลบาทแห่งพระมุนี ได้
กราบทูลตามกำลังว่า
ข้าแต่พระมหามุนีผู้นายก หม่อมฉัน
ทั้งหลายมีชาติ ชรา พยาธิและมรณะสิ้นแล้ว
ย่อมถึงอมตบทอันสงบ ไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระ
มหามุนีผู้เป็นนายกชั้นพิเศษ ประชาชนย่อมรู้
ความผิด คือ ความพลั้งพลาดที่มีในก่อนของ
หม่อมฉันทั้งปวง ขอพระองค์โปรดประทานอภัย
โทษแก่หม่อมฉันทั้งหลายเถิด.

655