ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 616 (เล่ม 72)

พระศาสดาผู้ฉลาดในมรรคา ประเสริฐสุดกว่า
นายสารถี
เป็นพระโลกนาถผู้ทรงประกอบด้วยพระ-
มหากรุณา เป็นนายกโลก ทรงแสดงธรรม
ถอนเหล่าสัตว์ผู้จมอยู่ในเปือกตมคือกาม.
ครั้งนั้น ดิฉันเกิดในเมืองหังสวดีมีนาม
ว่าขัตติยนันทนา มีรูปสวย รวยทรัพย์ เป็นที่
พึงใจ มีสิริ
เป็นพระธิดาของพระราชาผู้ใหญ่ พระ-
นามว่าอานนทะ งดงามอย่างยิ่ง เป็นพระภคินี
ต่างพระมารดาแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุต-
ตระ
ห้อมล้อมด้วยราชกัญญาทั้งหลาย ประ-
ดับด้วยสรรพาภรณ์ เข้าไปเฝ้าพระมหาวีรเจ้า
แล้วได้ฟังธรรมเทศนา
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้แจ้ง
โลกพระองค์นั้น ทรงตั้งภิกษุณีองค์หนึ่งผู้มีทิพย-
จักษุในตำแหน่งอันเลิศ ในท่ามกลางบริษัทสี่
ฉันได้ฟังพระพุทธพจน์นั้นแล้ว มีความ
ร่าเริง ถวายทานและบูชาพระสัมพุทธเจ้าแล้ว
ได้ปรารถนาทิพยจักษุ.

616
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 617 (เล่ม 72)

ทันใดนั้น พระบรมศาสดาได้ตรัสกะ
ดิฉันว่า ดูก่อนขัตติยนันทนา เธอจักได้ตำแหน่ง
ที่ตนปรารถนา ตำแหน่งที่เธอปรารถนานี้เป็นผล
แห่งการถวายประทีปธรรม
ในกัปที่หนึ่งแสนแต่กัปนี้ พระศาสดา
พระนามว่าโคดม จัดทรงสมภพในวงศ์พระเจ้า
โอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก
เธอจักได้เป็นธรรมทายาทของพระศาสดา
พระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมนิรมิต จักเป็น
พระสาวิกาของพระศาสดา มีนามว่าสกุลา
ด้วยกุศลกรรมที่ได้ทำไว้แล้วนั้นและด้วย
การตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างกายมนุษย์แล้ว
ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่า
กัสสปะ ผู้เป็นพงศ์พันธุ์แห่งพรหม มียศมาก
ประเสริฐกว่าบัณฑิตทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
ครั้งนั้น ดิฉันเป็นปริพาชิกา ประพฤติ
อยู่ผู้เดียว เที่ยวไปเพื่อภิกษา ได้น้ำมันมาน้อย
หนึ่ง
มีใจผ่องใส เอาน้ำมันนั้นตามประทีป
บูชาพระเจดีย์ชื่อสัพพสังวร แห่งพระพุทธเจ้าผู้
ประเสริฐกว่าสัตว์

617
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 618 (เล่ม 72)

ด้วยกุศลกรรมที่ได้ทำไว้แล้วนั้นและ
ด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างกายมนุษย์
นั้นแล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ด้วยอำนาจบุญกรรมนั้น ดิฉันไปเกิดใน
ที่ใด ๆ ประทีปเป็นอันมากก็สว่างไสวแก่ดิฉันใน
ที่นั้น ๆ
ดิฉันปรารถนาจะเห็นสิ่งที่อยู่นอกฝาหรือ
สิ่งที่อยู่นอกภูเขาศิลา ก็เห็นได้ทะลุปรุโปร่ง นี้
เป็นผลแห่งการถวายประทีป ดิฉันมีนัยน์ตาแจ่ม
ใส รุ่งเรืองด้วยยศ มีศรัทธา มีปัญญา นี้ก็เป็น
ผลแห่งการถวายประทีป
ในภพหลังครั้งนี้ ดิฉันเกิดในสกุล
พราหมณ์ อันมีทรัพย์และข้าวเปลือกมากมาย
มหาชนยินดี พระราชาทรงบูชา
ดิฉันสมบูรณ์ไปด้วยอวัยวะทั้งปวง ประ-
ดับด้วยสรรพาภรณ์ ยืนอยู่ที่หน้าต่าง
ได้เห็นพระสุคตเจ้าเสด็จเข้าไปในเมือง
ทรงรุ่งเรืองด้วยยศ อันเทวดาและมนุษย์สักการะ
บูชา ทรงสมบูรณ์ด้วยพระอนุพยัญชนะ ประดับ
ด้วยพระลักษณะทั้งหลาย
มีจิตเลื่อมใสโสมนัส พอใจบรรพชา
ครั้นได้บรรพชาแล้วไม่นานนัก ก็ได้บรรลุอรหัต-
ผล.

618
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 619 (เล่ม 72)

ดิฉันมีความชำนาญในฤทธิ์และทิพโสต-
ธาตุ รู้วาระจิตของผู้อื่นเป็นผู้ปฏิบัติตามสัตถุ-
ศาสน์
รู้ปุพเพนิวาสญาณ และทิพยจักษุอัน
หมดจดวิเศษ ยังอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไปแล้ว
เป็นผู้บริสุทธิ์ หมดมลทินด้วยดี
ดิฉันบำรุงพระศาสดาแล้ว ปฏิบัติตามคำ
สอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนัก
ลงได้แล้ว ถอนตัณหาอันนำไปสู่ภพขึ้นได้แล้ว
บรรลุถึงประโยชน์ คือ ธรรมเป็นที่สิ้น
สังโยชน์ทั้งปวง ที่กุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็น
บรรพชิตต้องการนั้นแล้ว
แต่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงพระ-
มหากรุณา ผู้อุดมกว่านรชน ทรงตั้งดิฉันไว้ใน
ตำแหน่งเอตทัคคะว่า สกุลาภิกษุณี เป็นผู้เลิศ
กว่าภิกษุณีทั้งหลาย ฝ่ายที่มีทิพยจักษุ
ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.
ทราบว่า ท่านพระสกุลาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านั้น ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบสกุลาเถรีอปทาน

619
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 620 (เล่ม 72)

นันทาเถรีอปทานที่ ๕ (๒๕)
ว่าด้วยบุพจริยาของพระนันทาเถรี
[๑๖๕] ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้
พระพิชิตมารผู้เป็นนายกของโลก พระนามว่า
ปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้น
แล้ว พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าผู้ฉลาดในวิธี-
เทศนา ตรัสสอนเหล่าสัตว์ให้รู้แจ้ง ทรงช่วย
สรรพสัตว์ให้ข้ามแล้ว ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้น
ได้เป็นอันมาก
ทรงพระกรุณาอนุเคราะห์ แสวงหา
ประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวง ทรงตั้งพวกเดียรถีย์ที่
มาถึงแล้วทั้งหมดไว้ในเบญจศีล
พระศาสนาของพระองค์ไม่อากูล ว่าง-
เปล่าจากพวกเดียรถีย์ งดงามไปด้วยพระอรหันต์
ทั้งหลายที่มีความชำนาญ เป็นผู้คงที่
พระองค์เป็นพระมหามุนีมีพระกายสูง
๕๘ ศอก มีพระรัศมีงามปานทองคำที่มีค่า มี
พระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ
มีพระชนมายุแสนปี พระองค์ดำรงอยู่
โดยกาลเท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นได้เป็น
อันมาก.

620
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 621 (เล่ม 72)

ครั้งนั้น ดิฉันเกิดในสกุลเศรษฐีมีความ
รุ่งเรืองด้วยรัตนะต่าง ๆ ในเมืองหังสวดี เป็นผู้
เพียบพร้อมไปด้วยความสุขมาก
ดิฉัน เข้าไปเฝ้าพระมหาวีรเจ้าพระองค์
นั้น ได้ฟังพระธรรมเทศนา อันประกาศปรมัตถ-
ธรรมอย่างจับใจยิ่ง ซึ่งเป็นอมตธรรม ครั้งนั้น
ดิฉันมีความเลื่อมใส ได้นิมนต์พระพุทธเจ้าผู้เป็น
นายกของโลกพร้อมด้วยพระสงฆ์ ได้ถวายมหา-
ทานแด่พระองค์ด้วยมือของตน
ได้ซบเศียรลงใกล้พระมหาวีรเจ้าพร้อม
ด้วยพระสงฆ์ปรารถนาตำแหน่งที่เลิศกว่าภิกษุณี
ทั้งหลายฝ่ายที่มีฌาน.
ครั้งนั้น พระสุคตเจ้าผู้ฝึกนรชนที่ยังไม่
ได้ฝึก เป็นสรณะของโลกสาม ผู้เป็นใหญ่ ทรง
นรชนไว้ให้ดี ทรงพยากรณ์ว่า
ท่านจักได้ตำแหน่งที่ปรารถนาดีแล้วนั้น
ในกัปที่หนึ่งแสนแต่กัปนี้ พระศาสดาพระนามว่า
โคดม มีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จัก
เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านผู้เจริญจักได้เป็นธรรม
ทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสอัน
ธรรมนิรมิต จักเป็นสาวิกาของพระองค์ มีนาม
ชื่อว่านันทา.

621
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 622 (เล่ม 72)

ครั้งนั้น ดิฉันได้ฟังพระพุทธพจน์นั้น
แล้วมีใจยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุง
พระพิชิตมารผู้เป็นนายกชั้นพิเศษ ด้วยปัจจัย
ทั้งหลายตลอดชีวิตด้วยกุศลกรรมที่ได้ทำไว้ดีนั้น
และด้วยการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างกาย
มนุษย์แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
จุติจากสวรรค์ชั้นนั้นแล้ว ดิฉันไปสู่
สวรรค์ชั้นยามา จุติจากนั้นแล้วไปสวรรค์ชั้นดุสิต
จุติจากนั้นแล้วไปสวรรค์ชั้นนิมมานรดี จุติจาก
นั้น แล้วไปสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี
ด้วยอำนาจบุญกรรมนั้น ดิฉันเกิดใน
ภพใด ๆ ก็ได้ครองตำแหน่งราชเมหสีในภพนั้น ๆ
จุติจากสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดีแล้ว
มาเกิดเป็นมนุษย์ ได้ครองตำแหน่งอัครมเหสี
ของพระเจ้าจักรพรรดิ และพระเจ้าเอกราช
เสวยสมบัติในเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้มี
ความสุขในที่ทุกสถาน ท่องเที่ยวไปในกัปเป็น
อเนก.
ในภพหลังที่มาถึงบัดนี้ ดิฉันเป็นพระ-
ธิดาแห่งพระเจ้าสุทโธทนะในกรุงกบิลพัสดุ์ เป็น
ผู้มีรูปสมบัติอันประชาชนสรรเสริญ

622
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 623 (เล่ม 72)

ราชสกุลนั้น เห็นดิฉันมีรูปงามเป็นสิริ
จึงพากันชื่นชม เพราะฉะนั้นดิฉันจึงมีนามว่า
นันทา เป็นผู้มีรูปลักษณะสวยงาม
ในพระนครกบิลพัสดุ์ซึ่งเป็นเป็นธานีที่รื่น-
รมย์นั้น นอกจากพระนางยโสธรา ปรากฏว่า
ดิฉันงามกว่ายุวนารีทั้งปวง
พระภาดาพระองค์ใหญ่เป็นพระพุทธเจ้า
ผู้เลิศในไตรโลก พระภาดาองค์รองก็เป็นพระ-
อรหันต์ ดิฉันยังเป็นคฤหัสถ์อยู่ผู้เดียว พระ-
มารดาทรงตักเตือนว่า
ดูก่อนพระราชสุดา ลูกรักเกิดในศากย-
สกุล เป็นพระอนุชาแห่งพระพุทธเจ้า เมื่อเว้น
จากนันทกุมารแล้วจักได้ประโยชน์อะไรในวังเล่า
รูปถึงมีความเจริญ ก็มีความแก่เป็น
อวสาน บัณฑิตรู้กันว่าไม่สะอาด เมื่อยังเจริญ
มิได้มีโรค แต่มีโรคในตอนปลาย ชีวิตมีมรณะ
เป็นที่สุด
รูปของเธอนี้ แม้ว่าจะงามจูงใจให้นิยม
ดุจดวงจันทร์ที่ใคร่กัน เมื่อตกแต่งด้วยเครื่อง
ประดับมากอย่าง ก็ยิ่งมีความงามเปล่งปลั่งเป็นที่
กำหนัด

623
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 624 (เล่ม 72)

เป็นที่ยินดีแห่งนัยน์ตาทั้งหลายคล้ายกะ
ว่าทรัพย์ของโลกที่บูชากัน เป็นรูปที่ให้เกิดความ
สรรเสริญ เพราะบุญมากที่บำเพ็ญไว้ เป็นที่
ชื่นชมแห่งวงศ์โอกกากราช
ไม่ช้านานเท่าไร ชราก็จักมาย่ำยี ลูกรัก
จงละพระราชฐานและรูปที่บัณฑิตตำหนิ ประ-
พฤติพรหมจรรย์เถิด.
ดิฉันผู้ยังหลงใหลด้วยความเจริญแห่งรูป
ได้ฟังพระดำรัสของพระมารดาแล้ว ก็ออกบวช
แต่ร่างกาย แต่มิได้ออกบวชด้วยความเต็มใจ
ดิฉันระลึกถึงตัวเองอยู่ด้วยความเพ่งฌานเป็นอัน-
มาก พระมารดาตรัสตักเตือนเพื่อให้ประพฤติ
ธรรม แต่ดิฉันมิได้ขวนขวายในธรรมจริยานั้น.
ครั้งนั้น พระพิชิตมารผู้ทรงพระมหา-
กรุณา ทอดพระเนตรเห็นดิฉันผู้มีผิวหน้าดังดอก
บัว ทรงนิรมิตหญิงคนหนึ่งงามน่าชม น่าชอบใจ
ยิ่งนัก มีรูปงามกว่าดิฉัน ในคลองจักษุของดิฉัน
ด้วยอานุภาพของพระองค์ เพื่อให้ดิฉันเบื่อหน่าย
ในรูป
ดิฉันเป็นคนสวย เห็นหญิงมีร่างกายสวย
ยิ่งกว่า คิดเพ้อไปว่า เราเห็นหญิงมนุษย์ดังนี้มี
ผล เป็นลาภนัยน์ตาของเรา

624
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 625 (เล่ม 72)

เชิญเถิดแม่คนงาม แม่จงบอกสิ่งที่ต้อง
ประสงค์แก่ฉัน ฉันจะให้ แม่จงบอกสกุล นาม
และโคตรของแม่ ซึ่งเป็นที่รักแห่งแม่แก่ฉันเถิด.
แม่คนงาม เวลานี้ยังไม่ใช่กาลแห่ง
ปัญหา แม่จงให้ฉันอยู่บนตัก อวัยวะทั้งหลาย
ของฉันจะทับอยู่ แม่ให้ฉันหลับสักครู่เถิด
แต่นั้นแม่คนสวยพึงพิงศีรษะตักฉัน
นอนหลับไป ของแข็งหยาบตกลงที่หน้าผาก
ของแม่คนสวย
ต่อมาฝีก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับที่ของแข็งตก
ลงถูกนางนั้น หัวฝีก็แตกออกแล้วมีเครื่องโสโครก
คือหนองและเลือดไหลออก
หน้าที่แตกแล้วมีกลิ่นเน่าปฏิกูล ตัวทั่ว
ไปก็บวมเขียว แม่คนสวยมีสรรพางค์สั่น หายใจ
ถี่เสวยทุกข์ของตนอยู่ รำพันอย่างน่าสมเพช.
เพราะแม่คนสวยประสบทุกข์ ฉันก็มี
ทุกข์ ต้องทุกข์เวทนา จมอยู่ในมหาสมุทร ขอ
แม่คนสวยจงเป็นที่พึ่งของฉัน
หน้าที่งามของแม่หายไปไหน จมูกที่
โด่งงามของแม่หายไปไหน ริมฝีปากที่สวยเหมือน
สีลูกมะพลับสุกของแม่หายไปไหน

625