ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 186 (เล่ม 72)

ทราบว่า ท่านพระอัชชุนปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอัชชุนปุปผิยเถราปทาน
กุฏชปุปผิยเถราปทานที่ ๗ (๕๑๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกอัญชันเขียว
[๑๐๗] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มี
ภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่า อัจจละ พระพุทธเจ้าพระนามว่า
สุทัสสนะ ประทับอยู่ที่ซอกเขา
เราถือดอกไม้ที่เกิดในป่าหิมพานต์ เหาะ
ขึ้นอากาศที่นั้น เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ข้าม
พ้นโอฆะ ไม่มีอาสวะ
ครั้งนั้นเราถือเอาดอกอัญชันเขียวจบ
เหนือเศียรเกล้าแล้ว บูชาแด่พระสยัมภูพุทธเจ้า
ผู้แสวงหาประโยชน์ใหญ่
ในกัปที่ ๓ แต่กัปนี้ เราได้เอาดอกไม้
ใดบูชา ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้
เป็นผลแห่งพุทธบูชา
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกุฏชปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประ
การฉะนี้แล.
จบกุฏชปุปผิยเถราปทาน

186
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 187 (เล่ม 72)

โฆสสัญญกเถราปทานที่ ๘ (๕๑๘)
ว่าด้วยผลแห่งความเลื่อมใสในเสียงแสดงธรรม
[๑๐๘] เมื่อก่อน เราเป็นพรานล่าเนื้อ
เที่ยวอยู่ในไพรวัน อันสงัดเงียบ ได้พบพระ
พุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี อันหมู่เทวดาห้อม-
ล้อม กำลังทรงประกาศสัจจะ ๔ ทรงแสดงอมตบท
เราได้สดับธรรมอันไพเราะของพระพุทธเจ้าผู้เผ่า
พันธุ์ของโลกพระนามว่า สิขี
เราจิตให้เลื่อมใสในพระสุรเสียง เรา
ยังจิตให้เลื่อมใสในพระองค์ท่านผู้ไม่มีบุคคล
เปรียบเสมอเหมือนแล้ว ข้ามพ้นภพที่ข้ามได้
ยาก
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้สัญญาใด
ในกาลนั้น ด้วยการได้สัญญานั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในเสียง
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอน
ทราบว่า ท่านพระโฆสสัญญกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบโฆสสัญญกเถราปทาน

187
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 188 (เล่ม 72)

สัพพผลทายกเถราปทานที่ ๙ (๕๑๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม้ต่าง ๆ
[๑๐๙] ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนาม
ชื่อว่า วรุณะ เป็นผู้เรียนจบมนต์ ทิ้งบุตร ๑๐ คน
เข้าไปกลางป่า สร้างอาศรมอย่างสวยงาม สร้าง
บรรณศาลาจัดไว้เป็นห้อง ๆ น่ารื่นรมย์ใจ อาศัย
อยู่ในป่าใหม่
พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้
แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงพระประ-
สงค์จะช่วยเหลือเรา พระองค์จึงได้เสด็จมายัง
อาศรมของเรา
พระรัศมีได้แผ่กว้างใหญ่ตลอดไพรสณฑ์
ครั้งนั้น ป่าใหญ่โพลงไปด้วยพุทธานุภาพ เรา
เห็นปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ผู้
คงที่ ได้เก็บเอาไปไม้มาเย็บเป็นกระทง แล้วเอา
ผลไม้ใส่จนเต็มหาบ เข้าไปเฝ้าพระสัมมา-
พุทธเจ้าแล้วได้ถวายพร้อมทั้งหาบ เพื่อทรง
อนุเคราะห์เรา พระพุทธเจ้าได้ตรัสแก่เราว่า
ท่านจงถือเอาหาบเดินตามหลังเรามา เมื่อ
สงฆ์บริโภคแล้ว บุญจักมีแก่ท่าน

188
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 189 (เล่ม 72)

เราได้หาบผลไม้ไปถวายแก่พระภิกษุ-
สงฆ์ เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระภิกษุสงฆ์แล้ว
ได้เข้าถึงสวรรค์ชั้นดุสิต
เป็นผู้ประกอบด้วยการฟ้อน การขับ
การประโคมอันเป็นทิพย์ เสวยยศในสวรรค์ชั้น
ดุสิตนั้นโดยบุญกรรม เราเข้าถึงกำเนินใด ๆ คือ
เป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้น ๆ เราไม่มี
ความบกพร่องในเรื่องโภคทรัพย์เลย นี้เป็นผล
แห่งการถวายผลไม้
เพราะได้ถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้า เรา
จึงได้เป็นใหญ่ตลอดทวีปทั้ง ๔ พร้อมด้วยสมุทร
พร้อมทั้งภูเขา ถึงฝูงนกมีเท่าใดที่บินอยู่ในอากาศ
นกเหล่านั้นก็ตกอยู่ในอำนาจของเรา นี้เป็นผล
แห่งการถวายผลไม้
ยักษ์ ภูต รากษส กุมภัณฑ์และครุฑ
เท่าที่มีอยู่ในไพรสัณฑ์ ต่างก็บำรุงบำเรอเรา ถึง
พวกเต่า หมาไน ผึ้งและเหลือบยุง ก็ตกอยู่ใน
อำนาจของเรา นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
แม้เหล่าสกุณปักษีมีกำลังมากชื่อสุบรรณ
ก็นับถือเรา นี้ก็เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
ถึงพวกนาคที่มีอายุยืน มีฤทธิ์ มียศใหญ่
ก็ตกอยู่ในอำนาจเรา นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้

189
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 190 (เล่ม 72)

ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี
หมาป่า หมาจิ้งจอก ก็อยู่ในอำนาจของเรา
นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
ที่อยู่ในซากไม้ตายและหญ้า กับผู้ที่อยู่
ในอากาศ ล้วนนับถือเราทั้งหมด นี้เป็นผลแห่ง
การถวายผลใหม่
ธรรมที่เห็นได้ยาก ละเอียด ลึกซึ้ง ซึ่ง
พระศาสดาทรงประกาศไว้ดีแล้ว เราถูกต้องแล้ว
อยู่ นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
เราถูกต้องวิโมกข์ เป็นผู้ไม่มีอาสวะ
เป็นผู้มีความเพียรเผากิเลส และมีปัญญารักษาตน
นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
เราเป็นผู้หนึ่งในจำนวนโอรสของพระ-
พุทธเจ้าที่ดำรงอยู่ในผล สิ้นโทสะ มียศใหญ่ นี้
เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
เราถึงความบริบูรณ์ในอภิญญา อันกุศล
มูลตักเตือน กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มี
อาสวะอยู่
เราเป็นผู้หนึ่งในจำนวนพระโอรสของ
พระพุทธเจ้าที่ได้วิชชา ๓ บรรลุฤทธิ์ มียศใหญ่
สมบูรณ์ด้วยทิพโสต

190
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 191 (เล่ม 72)

ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้
ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัพพผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสัพพผลทายกเถราปทาน
ปทุมธาริยเถราปทานที่ ๑๐ (๕๒๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกบัว
[๑๑๐] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีเขา
ลูกหนึ่งชื่อโรมสะ ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าพระนาม
ว่าอภิสัมภวะ ประทับอยู่กลางแจ้ง
เราออกจากที่อยู่ไป ถือเอาดอกปทุมบูชา
เราถือดอกปทุมบูชาอยู่หนึ่งวัน แล้วจึงได้กลับที่
อยู่
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระ
พุทธเจ้าใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

191
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 192 (เล่ม 72)

ทราบว่า ท่านพระปทุมธาริยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประ-
การฉะนี้แล.
จบปทุมธาริยเถราปทาน
รวมอปทานในวรรคนี้ คือ
๑. กุรัญชิยผลทายกเถราปทาน ๒. กปิฏฐผลทายกเถราปทาน
๓. โกสุมพผลิยเถราปทาน ๔. เกตุกปุปผิยเถราปทาน ๕. นาคปุปผิย-
เถราปทาน ๖. อัชชุนปุปผิยเถราปทาน ๗. กุฏชปุปผิยเถราปทาน
๘. โฆสสัญญกเถราปทาน ๙. สัพพผลทายกเถราปทาน ๑๐. ปทุมธาริย-
เถราปทาน
และในวรรคมีคาถาคำนวณได้ ๘๓ คาถา.
จบผลทายกวรรคที่ ๕๒

192
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 193 (เล่ม 72)

ติณทายกวรรคที่ ๕๒
ติณมุฏฐิทายกเถราปทานที่ ๑ (๕๒๑)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายหญ้าคา ๑
[๑๑๑] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขา
ลูกหนึ่งชื่อว่า ลัมพกะ ที่ภูเขาลัมพกะนั้น พระ-
สัมมาพุทธเจ้าพระนามว่า ติสสะ เสด็จจงกรม
อยู่กลางแจ้ง
เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้อ อยู่ในอรัญ
ราวป่า ได้พบพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดกว่าทวย
เทพ จึงได้ถวายหญ้าคากำหนึ่งแด่พระพุทธเจ้า เพื่อ
เป็นที่ประทับนั่ง ครั้นแล้วเรายังจิตให้เลื่อมใส
ถวายบังคมพระสัมมาพุทธเจ้าแล้ว บ่ายหน้า
กลับทางทิศอุดร
เราเดินไปไม่นาน ก็ถูกราชสีห์ฆ่า เรา
เป็นผู้ถูกราชสีห์ฆ่าตายในที่นั้นนั่นเอง เราได้ทำ
อาสันนกรรม ณ ที่ใกล้พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด
ไม่มีอาสวะ เราได้ไปยังเทวโลก เหมือนลูกศรที่
พ้นจากแล่ง ฉะนั้น
ปราสาทในเทวโลกนั้น ซึ่งบุญกรรม
เนรมิตให้ เป็นของงดงามมีแล่งธนูตั้งพัน มี

193
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 194 (เล่ม 72)

ลูกหนังเป็นจำนวนร้อย มีธงประจำปราสาทเป็น
สีเขียว
รัศมีของปราสาทนั้นแผ่ซ่านไป เหมือน
พระอาทิตย์อุทัย เราเป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยเหล่า
นางเทพกัญญา เพียบพร้อมด้วยกามคุณารมณ์
บันเทิงเริงรมย์อยู่
เราอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จุติจากเทว-
โลกมาเป็นมนุษย์ เป็นผู้บรรลุธรรมเป็นที่สิ้น
อาสวะ
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายหญ้า
สำหรับรองนั่ง ด้วยการถวายหญ้านั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายหญ้ากำหนึ่ง
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติณมุฏฐิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบติณมุฏฐิทานกเถราปทาน
เวจจกทายกเถราปทานที่ ๒ (๕๒๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายวัจจกุฎี
[๑๑๒] เราเลื่อมใส ได้ถวายวัจจกุฎีหลัง
หนึ่งแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เชษฐบุรุษของโลก
ผู้คงที่ พระนามว่า วิปัสสี ด้วยมือของตน

194
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 195 (เล่ม 72)

เราได้ยานช้าง ยานน้ำและยานทิพย์
เราไดบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ ก็เพราะการ
ถวายวัจจกุฎีนั้น
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายวัจจกุฎี
ใด ด้วยการถวายวัจจกุฎีนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายวัจจกุฎี
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเวจจกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประ-
การฉะนี้แล.
จบเวจจกทายเถราปทาน
สรณคมนิยเถราปทานที่ ๓ (๕๒๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถึงสรณะ
[๑๑๓] ครั้งนั้น ภิกษุและเราผู้เป็นอาชีวก
ขึ้นโดยสารเรือไปด้วยกัน เมื่อเรื่อกำลังจะอับปาง
ภิกษุได้ให้สรณะแก่เรา
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ ภิกษุนั้นได้ให้
สรณะใดแก่เรา เพราะสรณะนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสรณคมน์
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว... คำสอนของ
พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

195