ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 156 (เล่ม 72)

แผ่นดินนี้พร้อมทั้งป่าและภูเขาได้ นี้เป็นผลแห่ง
ผ้าครึ่งผืน
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ให้ทานใด
ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้
เป็นผลแห่งผ้าครึ่งผืน
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอปัฑฒทุสสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอุปัฑฒทุสสทายกเถราปทาน
ฆตมัณฑทายกเถราปทานที่ ๖ (๔๙๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายกากเปรียง
[๘๖] เราเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรง
พระดำริดี เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่านรชน
เสด็จเข้าป่าใหญ่ประชวรด้วยพระโรคลม
จึงทำจิตให้เลื่อมใสนำกากเปรียงเข้าไป
ถวาย เพราะกุศลกรรมอันเราได้ทำและสั่งสมไว้.
แม่น้ำชื่อว่า ภาคีรถีนี้ และมหาสมุทร
ทั้ง ๔ ย่อมสำเร็จเป็นเปรียงแก่เรา
และแผ่นดินอันกว้างใหญ่จะนับประมาณ
มิได้นี้ ดังจะรู้ความดำริของเรา ย่อมกลายเป็น
น้ำผึ้งและน้ำตาลกรวด

156
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 157 (เล่ม 72)

พฤกษชาติที่งอกงามอยู่บนแผ่นดินซึ่งมี
อยู่ทั่วทั้งสี่ทิศนี้ ดังจะรู้ความดำริของเรา ย่อม
กลายเป็นต้นกัลปพฤกษ์ไป
เราได้เป็นจอมเทวดาเสวยราชสมบัติใน
เทวโลก ๕๐ ครั้งได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๑ ครั้ง
และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดย
คณนานับมิได้
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ให้ทานใด
ในกาลนั้น ด้วยทานนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้
เป็นผลแห่งกากเปรียง
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระฆตมัณฑทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบฆตมัณฑทายกเถราปทาน
อุทกทายกเถราปทานที่ ๗ (๔๙๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายน้ำดื่ม
[๘๗] เรามีจิตเลื่อนใสมีใจโสมนัส ใน
ภิกษุสงฆ์ผู้ยอดเยี่ยมของพระพุทธเจ้าพระนามว่า
ปทุมุตตระ จึงได้ตักน้ำใส่หม้อน้ำฉันจนเต็ม

157
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 158 (เล่ม 72)

ในเวลาที่เราจะต้องการน้ำ จะเป็นยอด
ภูเขา ยอดไม้ในอากาศ หรือพื้นดิน น้ำย่อม
เกิดแก่เราทันที
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ให้ทานใด
ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้
เป็นผลแห่งการให้น้ำเป็นทาน
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุทกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประ-
การฉะนี้แล.
จบอุทกทายกเถราปทาน
ปุฬินถูปิยเถราปทานที่ ๘ (๔๙๔)
ว่าด้วยผลแห่งการก่อเจดีย์ทราย
[๘๘] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขา
ลูกหนึ่งชื่อว่า ยมกะ เราได้ทำอาศรมสร้างบรรณ
ศาลาไว้ที่ภูเขานั้น เราเป็นชฎิลผู้มีตบะใหญ่ มี
นามชื่อว่า นารทะ ศิษย์ ๔ หมื่นคนบำรุงเรา
ครั้งนั้น เราเป็นผู้หลีกออกเร้นอยู่ คิด
อย่างนี้ว่า มหาชนบูชาเรา เราไม่บูชาอะไร ๆ
เลย

158
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 159 (เล่ม 72)

ผู้ที่จะกล่าวสั่งสอนเราก็ไม่มี ใคร ๆ ที่
จะตักเตือนเราก็ไม่มีอ เราไม่มีอาจารย์และอุปัชฌาย์
อยู่ในป่า
ศิษย์ผู้ภักดีพึงบำรุงเราก็ไม่มี ความเป็น
อาจารย์เช่นนั้นของเราไม่มี การอยู่ในป่าจึงไม่มี
ประโยชน์
สิ่งที่ควรบูชา เราควรแสวงหา สิ่งที่ควร
เคารพก็ควรแสวงหาเหมือนกัน เราจักชื่อว่าเป็น
ผู้มีที่พึงพำนักอยู่ ใคร ๆ จักไม่ติเราได้
ในที่ไม่ไกลอาศรมของเรา มีแม่น้ำซึ่ง
มีชายหาด มีท่าน้ำราบเรียบ น่ารื่นรมย์ใจ เกลื่อน
ไปด้วยทรายที่ขาวสะอาด ครั้งนั้น เราได้ไปยัง
แม่น้ำชื่อว่า อมริกา ตะล่อมเอาทรายมาก่อเป็น
เจดีย์ทราย
พระสถูปของพระสัมพุทธเจ้าผู้ทำที่สุด
ภพ เป็นมุนี ที่ได้มีแล้ว เป็นเช่นนี้ เราได้ทำ
สถูปนั้นให้เป็นนิมิต
เราก่อพระสถูปที่หาดทรายแล้วปิดทอง
แล้วเอาดอกกระดึงทอง ๓ ดอกมาบูชา
เราเป็นผู้มีความอิ่มใจ ประนมกรอัญชลี
นมัสการทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า ไหว้พระเจดีย์ทราย

159
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 160 (เล่ม 72)

เหมือนถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าในที่เฉพาะพระ
พักตร์ ฉะนั้น
ในเวลาที่กิเลสและความตรึกเกี่ยวด้วย
กามเกิดขึ้น เราย่อมนึกถึง เพ่งดูพระสถูปที่ได้
ทำไว้ เราอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นำสัตว์
ออกจากที่กันดาร ผู้นำชั้นพิเศษ ตักเตือนตนว่า
ท่านควรระวังกิเลสไว้ แน่ะท่านผู้นิรทุกข์ การ
ยังกิเลสให้เกิดขึ้นไม่สมควรแก่ท่าน
ครั้งนั้น เมื่อเราคำนึงถึงพระสถูป ย่อม
เกิดความเคารพขึ้นพร้อมกัน เราบรรเทาวิตกที่
น่าเกลียดเสียได้ เปรียบเหมือนช้างตัวประเสริฐ
ถูกเครื่องแทงหูเบียดเบียน ฉะนั้น
เราประพฤติอยู่เช่นนี้ได้ถูกพระยามัจจุ-
ราชย่ำยี เราทำกาลกิริยา ณ ที่นั้นแล้ว ได้ไป
ยังพรหมโลก
เราอยู่ในพรหมโลกนั้นตราบเท่าหมดอายุ
แล้วมาบังเกิดในไตรทิพย์ ได้เป็นจอมเทวดา
เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๘๐ ครั้ง
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ครั้ง และ
ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนา
นับมิได้

160
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 161 (เล่ม 72)

เราได้เสวยผลของดอกกระดึงทองเหล่า
นั้น ดอกกระดึงทอง ๒๒,๐๐๐ ดอกแวดล้อมเรา
ทุกภพ
เพราะเราเป็นผู้บำเรอพระสถูปฝุ่นละออง
ย่อมไม่ติดที่ตัวเรา เหงื่อไม่ไหล เรามีรัศมีซ่าน
ออกจากตัว
โอ พระสถูปเราได้สร้างไว้ดีแล้ว แม่น้ำ
อมริกา เราได้เห็นหมดแล้ว เราได้บรรลุบทอันไม่
หวั่นไหว
ก็เพราะได้ก่อพระสถูปทราย อันสัตว์ผู้
ปรารถนาจะกระทำกุศลควรเป็นผู้ยึดเอาสิ่งที่เป็น
สาระ ไม่ใช่เป็นด้วยเขตหรือไม่ใช่เขต ความ
ปฏิบัตินั่นเองเป็นสาระ
บุรุษผู้มีกำลัง มีความอุตสาหะที่จะข้าม
ทะเลหลวง พึงถือเอาท่อนไม้เหล็ก วิ่งไปสู่ทะเล
หลวง ด้วยคิดว่า
เราอาศัยไม้นี้จักข้ามทะเลหลวงไปได้
นรชนพึงข้ามทะเลหลวงไปด้วยความเพียรอุตสาหะ
แม้ฉันใด
เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน อาศัยกรรมเล็ก ๆ
น้อย ๆ ที่ได้ทำไว้แล้ว จึงข้ามพ้นสงสารไปได้

161
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 162 (เล่ม 72)

เมื่อถึงภพสุดท้าย เราอันกุศลมูลตักเตือน
แล้วเกิดในสกุลพราหมณ์มหาศาลอันมั่งคั่ง ใน
พระนครสาวัตถี
มารดาบิดาของเรา เป็นคนมีศรัทธา
นับถือพระพุทธเจ้า ท่านทั้งสองนี้ เป็นผู้ฟัง
ทิฏฐิธรรมแล้ว ประพฤติตามคำสอน
ท่านทั้งถือเอาผ้าลาดสีขาว มีเนื้อ
อ่อนมาที่ต้นโพธิ์ ได้ทำพระสถูปทองนมัสการใน
ที่เฉพาะพระพักตร์แห่งพระศากยบุตร ทุกเย็นเช้า
ในวันอุโบสถ ท่านทั้งสองนำเอาพระ-
สถูปทองออก กล่าวสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้า
ยับยั้งอยู่ตลอด ๓ ยาม เราได้เห็นพระสถูปเสมอ
จึงจะระลึกถึงเจดีย์ทรายขึ้นได้ นั่งบนอาสนะ
เดียว ได้บรรลุอรหัตแล้ว.
จบภาณวารที่ ๒๒
เราแสวงหาพระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์นั้น
อยู่ ได้เห็นพระธรรมเสนาบดี จึงออกจากเรือน
บรรพชาในสำนักของท่าน
เราได้บรรลุอรหัตแต่อายุ ๗ ขวบ พระ-
พุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาจักษุ ทรงทราบถึงคุณวิเศษ
ของเราจึงให้เราอุปสมบท

162
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 163 (เล่ม 72)

เรามีการกระทำอันบริบูรณ์ดีแล้ว แต่
ยังเป็นทารกอยู่ทีเดียว ทุกวันนี้กิจที่ควรทำใน
ศาสนาของพระศากยบุตร เราทำเสร็จแล้ว
ข้าแต่พระฤาษีผู้มีความเพียรใหญ่ สาวก
ของพระองค์เป็นผู้ล่วงพ้นเวรภัยทุกอย่าง ล่วงพ้น
ความเกี่ยวข้องทั้งปวง นี้เป็นผลแห่งพระสถูปทอง
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปุฬินถูปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบปุฬินถูปิยเถราปทาน
นฬกุฏิกทายกเถราปทานที่ ๙ (๔๙๙)
ว่าด้วยผลแห่งการสร้างกุฏิไม้อ้อ
[๘๙] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีภูเขา
ลูกหนึ่งชื่อหาริกะ ครั้งนั้นพระสยัมภูพระนามว่า
นารทะ ประทับอยู่ใกล้ต้น
เราทำเรือนไม้อ้อแล้วมุงด้วยหญ้า เราได้
ชำระที่จงกรมถวายพระสยัมภู
ด้วยกรรมที่ได้ทำดีแล้ว และด้วยการ
ตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์
ชั้นดาวดึงส์

163
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 164 (เล่ม 72)

ณ ดาวดึงส์นั้น วิมานของเราสูง ๖๐ โยชน์
กว้าง ๓๐ โยชน์ อันบุญกรรมเนรมิตขึ้นอย่างสวย
งาม เพราะกุฎีไม้อ้อ
เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ๑๔ กัป ได้
เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๗๑ ครั้ง
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ ครั้ง และ
ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนา
นับไม่ถ้วน
เราขึ้นปราสาทคือธรรมแล้ว เข้าสู่เรือน
อันว่างเปล่า อยู่ในศาสนาของพระศากยบุตรตาม
ปรารถนา
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใด
ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้
เป็นผลแห่งกุฎีไม้อ้อ
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนฬกุฏิกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบนฬกุฏิกทายกเถราปทาน

164
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 165 (เล่ม 72)

ปิยาลผลทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๕๐๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายลูกมะหาด
[๙๐] เมื่อก่อนเราเป็นพรานเนื้อ ครั้งนั้น
เราเที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้
ปราศจากกิเลสธุลี ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง
เราเลื่อมใส ได้เอาผลมะหาดมาถวาย
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เป็นเขตแห่งบุญ ผู้
แกล้วกล้า ด้วยมือทั้งสองของตน
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้
ใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปิยาลผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบปิยาลผลทายกเถราปทาน
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน ๒. ปังสุกูลปูชกเถราปทาน
๓. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน ๔. กิงสุกปุปผิยเถราปทาน ๕. อุปัฑฒทุสส-
ทายกเถราปทาน ๖. ฆตมัณทายกเถราปทาน ๗. อุทกทายกเถราปทาน

165